Loading

บ้านมือสองวอนรัฐช่วยกระตุ้น หลังไตรมาสแรกยอดขายวูบ 30

วันที่ : 30 เมษายน 2550
บ้านมือสองวอนรัฐช่วยกระตุ้น หลังไตรมาสแรกยอดขายวูบ 30%

                นายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลตี้ เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด กล่าวยอมรับว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2550 ภาวะตลาดบ้านมือสองมีการชะลอตัวไปอย่างมาก โดยในส่วนของบริษัทยอดขายลดลงถึง 30% จากยอดขายโดยเฉลี่ยต่อเดือน 150-200 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ามาจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายภาคประชาชนเพิ่ม ทำให้เงินออมมีน้อยลง ความสามารถในการซื้อบ้านลดลงตามไปด้วย ซึ่งจากสถิติการขายบ้านมือสองของบริษัทพบว่า ราคาบ้านเฉลี่ยที่ประชาชนซื้อลดลงจาก 2.3 ล้านบาทลดลงมาอยู่ที่ไม่เกิน 2 ล้านบาทเท่านั้น

      

ส่วนภาวะการขายในเดือนมีนาคมเริ่มกระเตื้องขึ้น เนื่องจากมีการจัดงานโฮมบายเออร์ไกด์ ที่มีบริษัทตัวแทนนายหน้าร่วมในการออกบูธขายด้วย โดยในส่วนของบริษัทสามารถขายได้ถึง 15 ยูนิต และภายหลังงาน 2 สัปดาห์ อีกประมาณ 5 ยูนิต มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท การขายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งหากพิจารณาจากการจัดงานมหกรรมบ้านมือสองในปีที่ผ่านมาก็จะมีแรงซื้อเข้ามาจำนวนมาก ""ในปีนี้ ยังไม่มีกำหนดการจัดงานมหกรรมบ้านมือสอง ซึ่งทางเจ้าภาพเดิม คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ระบุว่าขาดงบประมาณในการจัดงาน และขาดการสนับสนุนจากรัฐบาล ทั้งนี้หากจะให้บริษัทตัวแทนขายรวมตัวจัดงานคงลำบาก เพราะมีรายได้เพียง 3% จากยอดขาย ซึ่งยังไม่หักค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่เพียงพอที่จะจัดงานใหญ่ แต่เรายังโชคดีที่จะมีงานเอ็นพีเอแกรนด์เซลล์ ในวันที่ 13-15 กรกฎาคมนี้ ซึ่งนั้นจะเป็นอีกหนึ่งความหวังของตลาดบ้านมือสอง"" นายวิศิษฐ์กล่าว

      

ด้านนายสมศักดิ์ ชุติศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีซีพี เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด กล่าวว่า โดยปกติภาวะการขายบ้านในไตรมาส 1 เป็นไตรมาสที่ขายได้น้อยของปีอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของบริษัทยอดขายตกลงไปประมาณ 20% ซึ่งยอดขายในไตรมาสแรกปี 2549 ที่มีการจัดงานมหกรรมบ้านมือสอง 4 มุมเมืองถึง 4 งาน ทำให้การขายในปี 2549 มีแรงหนุนเข้ามา โดยมียอดขายอยู่ที่ 60 ล้านบาทต่อเดือน แต่หากเปรียบเทียบกับปี 2548 ที่ไม่มีการจัดงานจะอยู่ในระดับเดียวกันคือประมาณ 50 ล้านบาท หรือประมาณ 24-26 ล้านบาท

  

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบราคาเฉลี่ยของบ้านมือสองที่ผู้บริโภคซื้อในปีนี้พบว่ามีราคาลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.9 ล้านบาทเท่านั้น จากในอดีต 3-4 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่ากำลังซื้อลดลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังประสบกับปัญหาไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 30%

      

ส่วนมาตรการที่สมาคมตัวแทนและนายหน้าเตรียมขอให้รัฐบาลช่วยกระตุ้นนั้น นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ทางสมาคมฯเตรียมที่จะนำเสนอในช่วงหลังสงกรานต์นี้ เพื่อช่วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รวมถึงบ้านมือสองอย่างถาวร โดยประเด็นหลักๆ ได้แก่ 1.ขอให้ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน โดยจะต้องไม่มีเงื่อนไขเหมือนในอดีตที่จะต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านอย่างน้อย 1 ปี เพราะทำให้มีข้อจำกัดมากเกินไป โดยเฉพาะข้าราชการบาหน่วยงานชื่อจะต้องอยู่ในทะเบียนของต้นสังกัด ทำให้ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว

      

ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการโอนดังกล่าวรัฐบาลควรทำเป็นวาระแห่งชาติ ให้ประชาชนทำฟรี หรือควรเก็บในอัตรา 0.01% ตลอดไป เพราะรัฐบาลเองไม่ได้มีต้นทุนในส่วนนี้เลย และหากพิจารณาตลาดในต่างประเทศ อาทิ อเมริกา จะพบว่า มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียง 1.25% เท่านั้น หรือในบางประเทศเก็บในสัดส่วนที่น้อยมาก ต่างจากไทยที่คิดจากราคาซื้อขาย   2. ค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน 3.ภาษีเงินได้คิดจากส่วนต่างของราคาบ้านที่ขายได้ จากเดิมจะคิดจากราคาประเมิน ไม่ว่าจะขายขาดทุนหรือได้กำไร ซึ่งถือว่าไม่ยุติธรรมเพราะหากขายขาดทุนก็ไม่ควรที่จะจ่ายภาษี 4.ยกเลิกการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ  และ 5. เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) 30,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อบ้านให้แก่ประชาชนที่ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 4.75% คงที่ 3 ปี ที่ทาง 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ยื่นขอไปควรรวมถึงบ้านมือสองด้วย ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยให้กระตุ้นธุรกิจได้ในทันที และได้ผลมากที่สุด เพราะผู้บริโภคอยู่ในภาวะที่กำลังซื้อลด การกระตุ้นให้ประชาชนมีกำลังซื้อด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำระยะยาว นายวิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการชะลอตัวอย่างชัดเจน แม้ว่าจะไม่รุนแรงมาก แต่หากไม่มีอะไรมากระตุ้นในช่วงนี้ก็เชื่อว่าธุรกิจจะทรุดตัวลงไปอีกอย่างแน่นอน

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ