Loading

อาคารหมื่นตร.ม.เว้นถอยร่น 3 ม.หากทางเข้า-ออกเชื่อมได้ 3 ทา

วันที่ : 26 เมษายน 2550
อาคารหมื่นตร.ม.เว้นถอยร่น 3 ม.หากทางเข้า-ออกเชื่อมได้ 3 ทาง

                แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจว่า ขณะนี้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงการที่พักอาศัย บริเวณชุมชนและสถานที่พักตากอากาศ ได้มีมติผ่อนปรนให้อาคารชุดที่ก่อสร้างบนที่ดินแปลงเดียวกัน และมีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป ไม่ต้องปฏิบัติตามมติ EIA ที่เพิ่มเติมเงื่อนไขใหม่ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 ที่ผ่านมา คือ เว้นระยะถอยร่น 6 เมตรโดยรอบอาคาร และลงทุนติดตั้งระบบอัคคีภัยเทียบเท่าอาคารขนาดใหญ่พิเศษตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522

 

หากที่ตั้งโครงการของอาคารชุดดังกล่าว 1.มีทางเข้าออกเชื่อมทะลุถึงกันได้ถึง 3 ทางที่ไม่ใช่ทางตัน และมีขนาดความกว้างของเขตทางที่เพียงพอต่อปริมาณการจราจร 2.มีการลงทุนระบบป้องกันอัคคีภัยที่เพียงพอ แม้ว่าไม่มากหรือเทียบเท่าอาคารขนาดใหญ่ เช่น ระบบดับเพลิงมือถือบันไดหนีไฟ ฯลฯ หากโครงการมีคุณสมบัติดังกล่าวก็สามารถขออนุญาตก่อสร้างอาคารและยื่นขออนุญาตทำ EIA โดยเว้นระยะถอยร่น 3 เมตรได้ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ตั้งใจพัฒนาโครงการโดยไม่เอาเปรียบสังคมและสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบตามมาต่อผู้อยู่อาศัยในโครงการและชุมชนโดยรอบ เพราะเชื่อว่าหากมีถนนที่เพียงพอผู้ประกอบการสามารถรับได้ อย่างไรก็ดีมีผู้ประกอบการหลายรายขอผ่อนผันเรื่องทางเข้า-ออกโดยให้เหตุผลว่าอาจมีข้อจำกัดต่อแปลงที่ดิน หากบางแปลงมีทางเข้าออกไม่ถึง ตามที่สผ.กำหนด ย่อมจะหลีกเลี่ยง EIA ใหม่ดังกล่าวไม่ได้ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว ไม่สามารถผ่อนปรนได้

 

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ได้รับผลกระทบอย่างมาก และหลายโครงการยังติด EIA ซึ่งกำลังหาทางออกด้วยการแก้ไขแบบใหม่ ทั้งนี้สาเหตุที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวออกมาเพิ่มเติม เพราะพบว่าปัจจุบัน มีการพัฒนาในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครในลักษณะอาคารที่อยู่อาศัยรวมที่มีความสูงใกล้เคียงกับอาคารสูง หรือมีขนาดพื้นที่ใกล้เคียง 10,000 ตารางเมตร จำนวนหลายอาคารในพื้นที่เดียวกัน โดยโครงการเหล่านี้จะมีระยะถอยร่นไม่ถึง 6 เมตร  และมีระบบป้องกันอัคคีภัยไม่เพียงพอ ต่อการอยู่อาศัยของลูกบ้านจำนวนมากในโครงการ ที่สำคัญมักมีที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยขนาดเล็ก หรือมีลักษณะเป็นพื้นที่ตาบอดในย่านที่อยู่อาศัยที่เป็นชุมชนเดิม ซึ่งลักษณะดังกล่าวแม้ว่าไม่ผิดกฎหมายควบคุมอาคารกรณีหลบเลี่ยงอาคารสูงอาคารขนาดใหญ่พิเศษที่ต้องเว้นระยะถอยร่นและต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัยดังกล่าวแต่มองว่า หากเกิดเพลิงไหม้แล้วจะทำให้ทุกชีวิตในอาคารและชุมชนโดยรอบได้รับผลกระทบตามมาได้ อย่างไรก็ดี หากมีทางเข้าออก

หลายทาง และติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยที่มากพอก็จะได้รับการผ่อนปรนดังกล่าว

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ