Loading

กำลังซื้อชะลอ ส่งตลาดบ้านมือสองหด15

วันที่ : 13 เมษายน 2550
กำลังซื้อชะลอ ส่งตลาดบ้านมือสองหด15%

             นายสมศักดิ์ ชุติศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีซีพี เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด เปิดเผยถึงภาวการณ์ของตลาดซื้อ-ขายบ้านมือสองว่า ในช่วงไตรมาส 1/2550 ที่ผ่านมา เห็นภาวะชะลอตัวของตลาดชัดเจน โดยพบว่ามูลค่าการซื้อขายหดตัวประมาณ 15% คือมียอดขาย 55 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่เคยขายได้ 65-70 ล้านบาท แต่หากดูจำนวนหน่วยที่ขายยังไม่ได้ลดลง โดยมียอดขายเฉลี่ย 24-30 หลัง สาเหตุที่มูลค่าลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกำลังซื้อของลูกค้านั้นลดลง โดยสังเกตจากระดับราคาบ้านที่ขายได้นั้นอยู่ในระดับที่ต่ำคือ ประมาณ 1.7-1.8 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้บ้านที่ขายได้อยู่ในระดับ 3 ล้านบาท

 

ร่วมแบงก์-เอกชนจัดบ้านแลกบ้าน ปัจจุบัน บริษัทมีบ้านมือสองในพอร์ตที่รับฝากขายประมาณ 1,200 หลัง และล่าสุด บริษัทได้ ปรับกลยุทธ์การรับฝากขายบ้านมือสองในแคมเปญ บ้านแลกบ้าน ขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการจับมือกับธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ในกลุ่มไทยประกันชีวิต ที่นอกจากจะให้ความสนใจปล่อยกู้ในบ้านใหม่แล้ว ยังสนใจที่จะร่วมกิจกรรมในตลาดบ้านมือสองด้วย ซึ่งเรียกว่า โครงการสินเชื่อบ้านแลกบ้าน นอกจากนี้ บริษัทยังร่วมทำแคมเปญดังกล่าว กับผู้ประกอบการเช่น วังทอง กรุ๊ป, เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง และ บริษัท ธารารมณ์

 

รูปแบบในการให้บริการ คือ ลูกค้าที่ต้องการบ้านใหม่และต้องการขายบ้านเก่า บีซีพีจะเป็นผู้รับประเมินราคาและขายให้ และในกรณีที่บ้านหลังเก่าติดจำนองอยู่กับสถาบันการเงินอื่น ธนาคารไทยเครดิต พร้อมจะรับรีไฟแนนซ์ให้กับลูกค้า โดยลูกค้าต้องนำหลักทรัพย์ทั้ง 2 รายการ มาไว้กับธนาคารไทยเครดิต พร้อมเสียค่าใช้จ่ายค่าจดจำนองใหม่ 1% ซึ่งค่าจำนองนี้บีซีพีจะคืนแก่ลูกค้าเมื่อขายบ้านหลังเก่าได้

 

ส่วนการผ่อนชำระค่างวดกับธนาคารในช่วง 6 เดือนแรก ลูกค้าจะชำระเฉพาะอัตราดอกเบี้ย ตามอัตราการจัดเก็บของธนาคาร หลังจากนั้นลูกค้าต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ย โดยธนาคารคิดอัตราเอ็มแอลอาร์ – 0.25% ทั้งนี้ ธนาคารไทยเครดิตกำหนดระดับราคาบ้านใหม่ ที่ลูกค้าซื้อจะต้องมีมูลค่ามากกว่าบ้านหลังเก่า

 

บ้านเก่าแลนด์ฯแลกบ้านใหม่เดินหน้า ส่วนโครงการบ้านเก่าแลกบ้านใหม่ ของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่ร่วมกับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผู้บริหารของ บีซีพีฯ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการอยู่ และการที่ได้ขยายขอบข่ายในการให้บริการ ด้วยการร่วมกับธนาคารไทยเครดิต และมีผู้ประกอบการโครงการจัดสรรเข้ามาเพิ่ม จะช่วยให้การทำการตลาดของบริษัทมีความคล่องตัวมากขึ้น  นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาบ้านใหม่เปิดตัวมาก และมีการดั๊มพ์ราคาตั้งแต่กลางปีจนถึงต้นปีนี้ ซึ่งอีกมุมหนึ่ง สร้างโอกาสให้กับตลาดบ้านมือสอง แต่โบรกเกอร์ต้องแจ้งลูกค้าว่าต้องแข่งขันกับของใหม่ วิธีการคือต้องปรับลดราคาลงมาเพื่อให้แข่งขันได้

 

ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้โบรกเกอร์จะต้องปรับตัวมากขึ้น และใช้กลยุทธ์ทางการตลาดทุกวิถีทางเพื่อให้ประสบ ความสำเร็จด้านการขาย โดยจะต้องเลือกบ้านที่ลูกค้าฝากขายมากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องวิเคราะห์ต้นทุนในการฝากขาย และโอกาสในการขาย เนื่องจากดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่อง ทำให้เพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อบ้านมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคที่ต้องการบ้านระดับราคา 2-3 ล้านบาท จะถูกสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เช่นเดียวกับลูกค้าชาวต่างชาติ ที่ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2549 เป็นต้นมา ถูกคุมเข้มและตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินมากขึ้น ทำให้ตลาดบ้านมือสองเสียโอกาสไปด้วย  ในส่วนของบีซีพีฯ ปีนี้จะมีการคัดเลือกบ้านมือสองที่ฝากขายมากขึ้น วิธีการคือจะพิจารณาเป็นรายโซน และประเภทบ้านหรือระดับราคาที่เป็นที่ต้องการของตลาด โดยยังเน้นรับฝากบ้านเดี่ยวโดยเฉพาะโครงการของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เหมือนเดิม แต่จะนำกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ มาใช้ อาทิเช่น เจรจากับสถาบันการเงินหลายแห่งเพื่อรับฝากขายทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) โดยพ่วงบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการที่ลูกค้าจะซ่อมแซมบ้านเอ็นพีเอ เช่น เจรจากับร้านวัสดุก่อสร้างขายวัสดุก่อสร้าง ให้ลูกค้าที่ซื้อบ้านในราคาพิเศษ ประมาณราคาค่าซ่อมแซมให้ เป็นต้น

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ