Loading

เคาะราคากลาง 5-20 บาท/ตารางเมตร โยธาฯลุยตรวจอาคาร-ป้ายทั่วประเท

วันที่ : 12 เมษายน 2550
เคาะราคากลาง 5-20 บาท/ตารางเมตร โยธาฯลุยตรวจอาคาร-ป้ายทั่วประเทศ

                นายวโรดม สุจริตกุล นายกสมาคมผู้ตรวจสอบและบริหารความปลอดภัยอาคาร (ตปอ.) เปิดเผยว่า หลังจากได้หารือกันกับสมาชิกสมาคมมาระยะหนึ่ง ล่าสุดได้จัดทำมาตรฐานราคากลางเพื่อใช้เป็นอ้างอิงค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบอาคาร เพื่อรองรับมาตรการภาครัฐที่ได้ออกกฎกระทรวงตรวจสอบอาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 โดยใช้หลักเกณฑ์ในการคิดคำนวณ 4 ส่วน คือ

 

1)ขนาดพื้นที่ใช้สอยอาคารต่อตารางเมตร 2)อายุการใช้งานอาคาร 3)ความสลับซับซ้อนของโครงสร้างอาคาร และ 4)ระดับความเสี่ยงภัยของอาคาร เช่น เป็นอาคารที่เก็บสารเคมีอันตราย ฯลฯ เพื่อนำมาประเมินระยะเวลาในการตรวจสอบอาคาร โดยการคิดค่าใช้จ่ายจะประกอบด้วย 1)ค่าแรง 2)ค่าเบี้ยประกัน 3)ค่าเดินทาง 4)ค่ารายงานผลการตรวจสอบอาคาร 5)ค่าใบประกอบวิชาชีพ 6)ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย (3-5% กรณีใบอนุญาตตรวจสอบอาคารในนามบุคคลธรรมดา และ 7% กรณีใบอนุญาตในนามนิติบุคคล)

 

จากหลักเกณฑ์ที่กล่าวมา เบ็ดเสร็จในการตรวจสอบอาคารจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5-20 บาทต่อตารางเมตร โดยมีรายละเอียดคือ อาคารที่มีระบบเตือนอัคคีภัยแบบแมนวล ไม่ซับซ้อน อัตราค่าบริการตรวจสอบอยู่ที่ 5-10 บาทต่อตารางเมตร แต่ถ้ามีระบบเตือนอัคคีภัยแบบแมนวล ขณะ ที่การใช้ประโยชน์อาคารมีความเสี่ยง เช่น เป็นที่เก็บสารเคมีอันตราย วัตถุไวไฟ ฯลฯ อัตราค่าบริการจะเพิ่มต้นทุนตามความเสี่ยงของอาคาร เป็น 10-15 บาทต่อตารางเมตร เป็นต้น

 

สำหรับอาคารที่มีระบบเตือนภัยแบบออโตเมติก เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จะมีสัญญาณเตือนภัยพร้อมกับระบบฉีดน้ำอัตโนมัติ อัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 10-20 บาทต่อตารางเมตร ทั้งนี้ การตั้งราคาค่าบริการตรวจสอบอาคารขึ้นกับองค์ประกอบหลายอย่างดังกล่าว

 

ดังนั้น ในการคำนวณคร่าวๆ หากเป็นอาคารมีพื้นที่ใช้สอย 1-2 หมื่นตารางเมตร กรณีเป็นการตรวจสอบใหญ่ (ทุก 5 ปี) จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 60,000-400,000 บาท ขึ้นกับระยะเวลา (วัน) ที่ใช้ในการตรวจสอบ ส่วนการตรวจสอบประจำปี (ทุกปี) จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 40,000-300,000 บาท อย่างไรก็ตาม ราคากลางที่กำหนดขึ้นใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อตกลงระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ตรวจสอบอาคาร ส่วนระยะเวลาดำเนินการนั้นคาดว่าไม่เกิน 8 วัน และหากต้องปรับปรุงแก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามมาตรฐาน คาดว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-4 สัปดาห์

 

ทั้งนี้ เบื้องต้นน่าจะมีอาคารบางแห่งเริ่มตรวจสอบไปบ้างแล้ว สำหรับปัญหาอุปสรรคที่พบคือ มีเจ้าของอาคารบางส่วนไม่ทราบเรื่อง บางรายก็ไม่มีผังอาคาร ขณะที่กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้เจ้าของอาคารต้องจัดส่งแบบรายงานการตรวจสอบอาคารก่อนวันที่ 29 ธันวาคม 2550 หากไม่ดำเนินการถือว่ามีความผิด ต้องถูกปรับวันละ 1 หมื่นบาทจนกว่าจะจัดส่งแบบรายงาน

 

ปัจจุบันประเมินว่ามีอาคารที่เข้าข่ายต้องได้รับการตรวจสอบประมาณ 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ และหากนับรวมป้ายที่อยู่สูงกว่าพื้นดินเกินกว่า 15 เมตร มีขนาดตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป อาจมีจำนวนสูงถึง 1 แสนแห่ง ดังนั้นเป็นไปได้ว่าเมื่อครบกำหนดอาจจะมีอาคารส่วนหนึ่งที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่ากรมโยธาธิการฯจะมี นโยบายผ่อนผันให้หรือไม่อย่างไร

 

แหล่งข่าวจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเปิดเผยว่า ถึงขณะนี้มีจำนวนวิศวกรและสถาปนิกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารแล้วกว่า 300 ราย รวมถึงอยู่ระหว่างการอบรมและรอขึ้นทะเบียนอีกกว่า 1,000 ราย จึงมั่นใจว่าเพียงพอ รองรับการตรวจสอบอาคารทั่วประเทศอย่างแน่ นอน กรมโยธาฯจึงไม่มีนโยบายผ่อนผันหรือยืดระยะเวลาออกไป

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ