Loading

โยธาฯคลายล็อกเปิดช่องผุดตึกเพิ่ม สนง.ทรัพย์สิน-กคช.-ธนารักษ์ เ

วันที่ : 12 เมษายน 2550
โยธาฯคลายล็อกเปิดช่องผุดตึกเพิ่ม สนง.ทรัพย์สิน-กคช.-ธนารักษ์ เฮ

                แหล่งข่าวจากกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า จากที่กรมโยธาฯได้เสนอปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 55 ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เกี่ยวกับการกำหนดระยะห่างของการก่อสร้างอาคารใกล้กับอาคารอื่นในที่ดินที่มีเจ้าของคนเดียวกัน เพื่อให้เจ้าของที่ดินใช้ประโยชน์ในที่ดินได้มากขึ้น จากเดิมที่ใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างจำกัด ขณะนี้กฎกระทรวงฉบับใหม่ หรือกฎกระทรวงฉบับที่ 61 พ.ศ.2550 ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา

 

โดยยกเลิกข้อ 48 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 55 และให้ใช้ข้อความตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 61 แทน ซึ่งจะส่งผลให้เจ้าของที่ดินทั้งแปลงใหญ่แปลงเล็ก ไม่ว่าจะเป็นเอกชน กรมธนารักษ์ การเคหะแห่งชาติ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์ หน่วยงานรัฐ รวมทั้งที่ดินของวัดหรือที่ธรณีสงฆ์ ฯลฯ สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารได้มากขึ้นกว่าเดิม

 

แหล่งข่าวกล่าวว่า สาระสำคัญของกฎกระ ทรวงฉบับที่ 55 ข้อ 48 ระบุว่า การก่อสร้างอาคารใกล้อาคารอื่นในที่ดินเจ้าของเดียวกัน พื้นหรือผนังของอาคารสำหรับอาคารสูงไม่เกิน 9 เมตร ต้องห่างอาคารอื่นไม่น้อย 4 เมตร และสำหรับอาคารที่สูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ต้องห่างอาคารอื่นไม่น้อยกว่า 6 เมตร

 

สำหรับรายละเอียดของกฎกระทรวงฉบับใหม่หรือฉบับที่ 61 ที่ประกาศบังคับใช้แทนข้อ 48 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 55 กำหนดเกณฑ์ระยะห่างระหว่างอาคารไว้ 3 กรณี คือ 1.กรณีผนังของอาคารด้านที่มีหน้าต่าง ประตู ช่องระบายอากาศหรือช่องแสง หรือระเบียงใกล้อาคารอื่นในที่ดินเจ้าของเดียวกัน ต้องมีระยะห่างจากผนังของอาคารหรือด้านที่มีหน้าต่าง ประตู ช่องระบายอากาศ หรือช่องแสง หรือระเบียงของอาคาร 3 รูปแบบ

 

คือ อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ผนังหรือระเบียงของอาคารต้องอยู่ห่างจากผนังหรือระเบียงของอาคารอื่นที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ไม่น้อยกว่า 4 เมตร อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ผนังหรือระเบียงของอาคาร ต้องอยู่ห่างจากผนังหรือระเบียงของอาคารอื่นที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ไม่น้อยกว่า 5 เมตร และอาคารที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ผนังหรือระเบียงของอาคาร ต้องอยู่ห่างจากผนังหรือระเบียงของอาคารอื่นที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ไม่น้อยกว่า 6 เมตร

 

2.กรณีผนังของอาคารด้านที่เป็นผนังทึบ ต้องมีระยะห่างจากผนังของอาคารอื่นด้านที่มีหน้าต่างประตู ช่องระบายอากาศ หรือช่องแสง หรือระเบียงของอาคาร 4 รูปแบบ คือ อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 15 เมตร ผนังของอาคารต้องอยู่ห่างจากผนังหรือระเบียงของอาคารอื่นที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ไม่น้อยกว่า 2 เมตร

 

อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 15 เมตร ผนังของอาคารต้องอยู่ห่างจากผนังหรือระเบียงของอาคารอื่นที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ไม่น้อยกว่า 3 เมตร อาคารที่มีความสูงเกิน 15 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ผนังของอาคารต้องอยู่ห่างจากผนังหรือระเบียงของอาคารอื่นที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร และอาคารที่มีความสูงเกิน 15 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ผนังของอาคารต้องอยู่ห่างจากผนังหรือระเบียงของอาคารอื่นที่มีความสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ไม่น้อยกว่า 3.50 เมตร

 

3.กรณีผนังของอาคารที่มีความสูงเกิน 15 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ด้านที่เป็นผนังทึบต้องอยู่ห่างจากผนังของอาคารอื่นที่มีความสูงเกิน 15 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ด้านที่เป็นผนังทึบไม่น้อยกว่า 1 เมตร แต่สำหรับอาคารที่มีลักษณะตามกรณีที่ 2 และ 3 ผนังของดาดฟ้าของอาคารด้านที่อยู่ใกล้กับอาคารอื่น ให้ก่อสร้างเป็นผนังทึบสูงจากพื้นดาดฟ้าไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร

 

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า กฎกระทรวงฉบับที่ 61 จะช่วยผ่อนปรนให้เจ้าของที่ดินแปลงใหญ่สามารถก่อสร้างได้มากขึ้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของอาคาร จากเดิมการจะสร้างอาคารใกล้เคียงกับอาคาร อื่น ต้องเว้นระยะห่างได้เพียงแค่ 2 กรณี คือ ไม่น้อยกว่า 4 เมตร หรือไม่น้อย 6 เมตร หากอาคารสูงไม่เกิน 9 เมตร หรือสูงเกิน 9 เมตร แต่ไม่ถึง 23 เมตร ตามลำดับ

 

โดยกฎหมายใหม่เปิดกว้างให้เจ้าของที่ดินมีทางเลือกในการออกแบบและก่อสร้างอาคารมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียง 2 ทางเลือกเท่านั้น เท่ากับว่าเปิดกว้างให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในการก่อสร้างอาคารได้มากขึ้น

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ