Loading

แบงก์ลุยตั้งทีม เร่งโละเอ็นพีเอ ลดภาระสำรอง

วันที่ : 26 กุมภาพันธ์ 2550
แบงก์ลุยตั้งทีม เร่งโละเอ็นพีเอ ลดภาระสำรอง

          แบงก์แห่ขาย NPA ลดภาระสำรอง "กรุงไทย" ตั้งสายงานใหม่ เพิ่มช่องทางระบาย NPA หวังลด 1.5 หมื่นล้าน "ทหารไทย" ตั้งเป้าโละหมดพอร์ต 2.7 หมื่นล้าน ภายใน 3 ปี ด้าน "บสก." ตั้งเป้าขายทรัพย์และประนอมหนี้ 1.12 หมื่นล้าน ย้ำเจตนารมณ์เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐ ไม่เน้นทำกำไรสูงสุด มุ่งปรับโครงสร้างช่วยฟื้นฟูลูกหนี้

          เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นำมาตรฐานบัญชีระหว่างประเทศฉบับใหม่ IAS 39 มาบังคับใช้ ทำให้สถาบันการเงินต้องมีภาระกันสำรองหนี้เสีย (NPL) มากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาจึงได้เห็นหลายสถาบันการเงินพยายามลดภาระดังกล่าว โดยเร่งขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ธนาคารต้องใช้เงินทุนสำรองจำนวนมาก

          นายสายันห์ สตางห์มงคล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปี 2550 ธนาคารมีเป้าหมายขาย NPA ออกจากพอร์ต 1.5 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมี NPL 3.7 หมื่นล้านบาท โดยเป้าหมายปีนี้สูงขึ้นกว่าปีก่อนที่ขายได้ 6 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าเนื่องจากธนาคารเพิ่มช่องทางการขายอีกหลายช่องทาง จากเดิมมีช่องทางเดียว ขายให้ลูกค้าโดยตรง ประกอบกับปีนี้เป็นปีแรกที่ธนาคารตั้งสายงานใหม่ คือ สายงานบริหารสินทรัพย์ขึ้นมาดูแลส่วนนี้โดยเฉพาะ

          "ช่องทางการขาย NPA จะเพิ่มขึ้นเป็น 6 ช่องทาง คือ ขายผ่านโบรกเกอร์ที่เสนอตัวเข้ามาขายทรัพย์ให้เรา, จัดมหกรรมตามพื้นที่ต่างๆ, ขายให้สถาบันบริหารสินทรัพย์, ขายให้นักลงทุนกองทุน อสังหาริมทรัพย์, ขายให้โบรกเกอร์ และส่วนหนึ่งขายเอง ปีนี้เราต้องทำให้ถึงเป้า ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงน่าจะทำให้ภาวะของอสังหาริมทรัพย์ดีขึ้น เป็นอีกปัจจัยหนุนที่ทำให้สามารถระบาย NPA ออกได้เร็วขึ้น แต่อย่างไรแล้วแม้จะลดลงได้ตามเป้า 1.5 หมื่นล้านบาท สิ้นปีจำนวน NPA ก็ยังคงทรงตัวอยู่ประมาณ 3 หมื่นล้าน เพราะปกติมีทรัพย์ใหม่ที่ไหลเข้ามาประมาณ 8 พันล้านบาทต่อปี"

          นายสายันห์กล่าวว่า การขาย NPA ธนาคารคงเน้นขายให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย (KTAM) มากที่สุด รองลงมาบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างเจรจาเรื่องเกรดทรัพย์และราคาประเมิน ซึ่งในส่วนของ บสก. ขณะนี้ได้ส่งทรัพย์ไปให้พิจารณาแล้วจำนวน 1,500 ล้านบาท โดยในกองนี้ ประกอบด้วย ทรัพย์ทุกเกรด คาดว่าทั้งปีคงขายทรัพย์ให้แก่ บสก.ได้มากที่สุดเพียง 1,500 ล้านบาท เนื่องจากการพิจารณาทรัพย์แต่ละกองต้องใช้เวลานาน ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารใช้เงินสำรองสำหรับ NPA ประมาณ 4-5 พันล้านบาท ซึ่งหากทยอยขายออกไปได้ เงินสำรองในทรัพย์เหล่านั้นจะถูกคิดกลับมาเป็นกำไร

          นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าขาย NPA 2.7 หมื่นล้านบาท ให้หมดภายในปี 2552 หรือปีละ 1 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารมีนโยบายให้มีการประมูลทรัพย์ถี่ขึ้น และในไตรมาสแรกปีนี้ได้จัดให้มีการประมูลถึง 2 ครั้ง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งได้ขายทรัพย์ให้แก่ บสก. โดยตั้งเป้าขายปีละ 4 พันล้านบาท และธนาคารเลือกบริหารเอง 6 พันล้านบาท ล่าสุดได้ส่ง NPA ไปให้ บสก.พิจารณา มูลค่า 1.5 พันล้านบาท คาดว่าจะตอบกลับภายในเดือน ก.พ.นี้ และร่วมลงนามซื้อขายในเดือน มี.ค.

          ในส่วนของ NPL เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารได้ขายออกไป 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าลดลงให้ได้ 3-5 หมื่นล้านบาท หรือให้เหลือ 4% และกลางปีนี้ธนาคารจะเปิดประมูล NPL มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 12 ราย ที่เสนอความสนใจเข้ามา ซึ่งขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างทำหนังสือชี้ชวนให้นักลงทุนพิจารณา

          นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) กล่าวว่า ปี 2550 ตั้งเป้าขายทรัพย์และประนอมหนี้ 11,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่ขายทรัพย์ออกไปได้ 11,000 ล้านบาท

          "ส่วนการขาย NPA ของเรา ก็ขายไปตามสภาพแวดล้อมตลาดและภาวะเศรษฐกิจ จะไม่ใช้วิธีทำตลาดหรือตัดราคา เพราะผลที่ตามมาคือขาดทุน พร้อมกันนี้บริษัทไม่ต้องการที่จะทำกำไรสูงสุดเหมือนบริษัทเอกชนทั่วไป เพราะ บสก.เป็นองค์กรของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพในระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้ธุรกิจของลูกหนี้เดินต่อไปและช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้ในที่สุด"

          นายบรรยงกล่าวว่า บสก.มีแผนที่จะเป็น ศูนย์กลางบ้านมือสอง โดยการใช้สาขาเป็นที่พบปะของคนต้องการซื้อและขายบ้านมือสอง

 

 ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ