Loading

กรุงไทยเร่งขายลดเอ็นพีเอ 1.5 หมื่นล

วันที่ : 23 กุมภาพันธ์ 2550
กรุงไทยเร่งขายลดเอ็นพีเอ 1.5 หมื่นล.

                นายสายัณห์ สตางค์มงคล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานบริหารสินทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยถึงกลยุทธ์ในการขายสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) ของธนาคารกรุงไทย ปีนี้ว่า ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายขายเอ็นพีเอ 15,000 ล้านบาท จากเอ็นพีเอที่มีอยู่ 37,786 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2549 โดยคาดว่าในสิ้นปีนี้เอ็นพีเอของธนาคารจะอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท เนื่องจากจะมีทรัพย์ใหม่ที่ไหลเข้ามาจากการปรับโครงสร้างหนี้และการซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดีอีกประมาณ 8,000 ล้านบาท  นายสายัณห์กล่าวว่า ในวันที่ 6-7 มีนาคมนี้ ธนาคารจะมีการเซ็นสัญญาขายเอ็นพีเอให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) ที่ธนาคารเสนอขายไป มีมูลหนี้ประมาณ 1,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในปีนี้ธนาคารต้องหาช่องทางในการขายมากขึ้น เนื่องจากการขายให้กับ  บสก.เพียงอย่างเดียวในราคาลดนั้น ทำให้ธนาคารขาดทุน โดยขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างเจรจาขายเอ็นพีเอให้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย (บลจ.กรุงไทย) เพื่อนำเอ็นพีเอของธนาคารไปจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งได้เจรจาขายเอ็นพีเอให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บบส. สุขุมวิท)

 

นอกจากนี้ธนาคารยังมีแนวคิดในการหานายหน้าในการขายเอ็นพีเอของธนาคาร โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับนายหน้าขายที่ดิน (โบรกเกอร์) หลายรายที่ได้ติดต่อธนาคาร เพื่อขอเป็นนายหน้าขายเอ็นพีเอให้กับธนาคาร โดยธนาคารจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเป็นนายหน้า คาดว่าจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1-3% ขึ้นอยู่กับราคาทรัพย์ที่จำหน่าย ทั้งนี้ธนาคารยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเป็นนายหน้าขายทรัพย์ให้ธนาคารด้วย

 

นายสายัณห์กล่าวว่า ธนาคารเชื่อว่าจะสามารถขายเอ็นพีเอได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาลง จะทำให้ธนาคารสามารถระบายเอ็นพีเอได้ง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่สามารถขายเอ็นพีเอได้ 6,000 ล้านบาท เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ลูกค้าของธนาคารชะลอการตัดสินใจ จากภาวะสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น ในปัจจุบันเอ็นพีแอลของธนาคารกว่า 50% เป็นที่ดินเปล่า ดังนั้นในปีนี้ธนาคารจะเน้นการระบายทรัพย์ขนาดใหญ่ออกไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งธนาคารเชื่อว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 15,000 ล้านบาท เพราะส่วนใหญ่จะขายให้กับ บลจ.กรุงไทย ซึ่งบางส่วนมีธุรกิจอยู่แล้ว""

 

ทั้งนี้ โรงแรม โรงพยาบาล และธนาคาร ยังเน้นการขายโดยตรงให้กับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ รวมถึงการจำหน่ายเอ็นพีเอด้วยตัวเอง โดยจะมีการจัดมหกรรมขายเอ็นพีเอขึ้นตลอดปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถขายเอ็นพีเอได้ประมาณ 4 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้มีการตั้งสำรองเอ็นพีเอไว้ประมาณ 4-5 พันล้านบาท ซึ่งหากธนาคารสามารถระบายเอ็นพีเอออกไปได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็จะส่งผลให้มีกำไรจากการนำสำรองกลับมา

 

รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของบสก.นั้น การดำเนินงานในปี 2549 ยอดขายทั้งเอ็นพีเอและเอ็นพีแอล รวมกันกว่า 11,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10,000 ล้านบาทถ้วน ในขณะที่กำไรสุทธิสามารถทำได้ 1,800 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1,500 ล้านบาท ปัจจุบัน บสก.มีทรัพย์สินรอการขายรวมทั้งสิ้น 37,391 ล้านบาท และกำลังจะรับซื้อรับโอนจากสถาบันการเงินที่ประสงค์จะขายทรัพย์ให้ บสก. อีก 13 แห่ง ขณะนี้ได้ทยอยส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์ที่ต้องการขายให้ บสก.แล้ว มูลค่า 8,104 ล้านบาท โดยแผนงานปี 2550-2554 ของ บสก.ประมาณการฐานะการเงินสิ้นปีนี้ว่า สินทรัพย์อยู่ที่ 89,853 ล้านบาท หนี้สิน 64,291 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 25,562 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,599 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.92 บาท

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ