Loading

ศูนย์ข้อมูลฯเตรียมถกหม่อมอุ๋ย ขอยืดมาตรการช่วยบ้านมือสอ

วันที่ : 8 กุมภาพันธ์ 2550
ศูนย์ข้อมูลฯเตรียมถกหม่อมอุ๋ย ขอยืดมาตรการช่วยบ้านมือสอง

                นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผย ""ฐานเศรษฐกิจ "" ว่า ในปลายสัปดาห์หน้า ศูนย์ข้อมูลฯ จะเข้าพบ ม.ร.ว.ปรีดียาทร เทวกุล

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อรายงานเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ทางศูนย์ข้อมูลฯจะได้มีการนำเสนอรัฐมนตรีกระทรวงการคลังเพื่อขอให้มีการขยายมาตรการลดหย่อนภาษีออกไปอีก จากกำหนดเดิมจะสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน 2550 เนื่องจากเห็นว่ามาตรการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีการเก็บตัวเลขบ้านมือสองอย่างชัดเจน แต่เชื่อว่าผลจากมาตรการดังกล่าวทำให้ตลาดบ้านมือสองซื้อง่าย-ขายคล่องขึ้น

 

ทั้งนี้ ทางศูนย์ข้อมูลฯ กำลังจะหารือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อขอสำรวจตัวเลขบ้านมือสองที่อยู่ในระบบข้อมูลสินเชื่อของธนาคารฯว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งจากการที่ศูนย์ข้อมูลฯ เคยทำการสำรวจการซื้อขายบ้านมือสองผ่านเว็ปไซต์ของศูนย์ข้อมูลฯ พบว่า 27% ต้องการซื้อขายบ้านผ่านโบรกเกอร์ และต้องการซื้อขายบ้านผ่านบุคคลที่เป็นนายหน้า 7% เมื่อนำมารวมกันแล้วเท่ากับว่ามีผู้บริโภคต้องการซื้อ-ขายบ้านมือสองผ่านตัวแทนถึง 34% หรือมีสัดส่วนเท่ากับหนึ่งในสาม ส่วนอีก 54% เป็นการซื้อผ่านธนาคารและ 12% ซื้อผ่านการประมูล ในขณะที่ตลาดต่างประเทศการซื้อขายบ้านมือสองจะขายผ่านโบรกเกอร์ 80-85% นอกจากนั้นแล้วยังจะหารือเกี่ยวกับ พ.ร.บ.

 

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยคาดว่าหลังจากที่ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วในเรื่องต่างๆ คงจะมีความชัดเจนขึ้น

 

ด้านนายสมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ทางสมาคมฯ อยากจะให้กระทรวงการคลังขยายเวลามาตรการดังกล่าวออกไปอีกสักระยะหนึ่ง ประมาณ 3 ปี เพื่อช่วยกระตุ้นตลาดบ้านมือสองและเศรษฐกิจโดยรวม เพราะหลังจากที่มีมาตรการบ้านมือสองออกมา ทัศนะคติการซื้อบ้านของคนไทยปัจจุบัน มีการยอมรับบ้านมือสองมากขึ้น เพราะจะมีจุดเด่นในเรื่องของราคา ทำเล การคมนาคม และสาธารณูปโภค โดยทั้งนี้จำนวนบ้านมือสองที่เป็น Housing Stock ในตลาดมีมากกว่า 300,000 หน่วย โดยจะอยู่ในมือของเจ้าของบ้าน นักเก็งกำไร และทรัพย์ที่เป็น NPA ของธนาคารต่างๆ และจากข้อมูลของสมาชิกของสมาคมฯทำให้ทราบว่า ในปัจจุบันนี้ความต้องการบ้านมือสองเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะบ้านมือสองพร้อมอยู่ ซึ่งก็คือการนำบ้านเก่ามาซ่อมแซมปรับปรุงเพิ่มมูลค่าให้พร้อมอยู่อาศัยซึ่งได้ทำร่วมกับธนาคารโดยธนาคารนำทรัพย์ที่เป็นเอ็นพีเอมาให้นายหน้าเป็นผู้ลงทุนปรับปรุงเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน ด้านการตลาดและการขาย ทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน อีกทั้งยังทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้นซึ่งสามารถขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคักครั้งหนึ่งอีกและจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

 

เช่นเดียวกับนายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลตี้เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด ที่ต้องการให้มีการขยายมาตรการลดหย่อนบ้านมือสองออกไปอีก โดยกล่าวว่า จากการที่ภาครัฐได้ออกมาตรการบ้านมือสองโดยประกาศใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2548 ที่ผ่านมา พบว่าการซื้อ-ขายบ้านมือสองมีความง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องต่อรองว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการเสียภาษี อีกทั้งในปัจจุบัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ อยู่ในภาวะชะลอตัว หากไม่มีมาตรการลดหย่อนทางภาษีจะยิ่งทำให้ตลาดบ้านซบเซามากขึ้น

 

สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีบ้านมือสอง ประกอบด้วย การลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนจากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 และลดค่าธรรมเนียมการจำนองจากร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันประกาศใช้คือ 16 พฤศจิกายน 2548 สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2550

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ