Loading

หนุนแก้ก.ม.ต่างชาติครองคอนโดฯ + สมาคมอาคารชุดไทยชงกำหนดโซนภูเก็ต-ระยอง-พัทยา-หัวหิน ส่วนชลบุรีเปิดกว้างทั้งจังหวั

วันที่ : 14 มกราคม 2550
หนุนแก้ก.ม.ต่างชาติครองคอนโดฯ + สมาคมอาคารชุดไทยชงกำหนดโซนภูเก็ต-ระยอง-พัทยา-หัวหิน ส่วนชลบุรีเปิดกว้างทั้งจังหวัด

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย ""ฐานเศรษฐกิจ"" ว่า ได้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติอาคารชุด ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา โดยบรรจุเรื่องสัดส่วนการถือครองคอนโดมิเนียมโดยชาวต่างชาติในจังหวัดท่องเที่ยว สมควรมีการอนุมัติให้ชาวต่างชาติถือครองห้องชุดได้เกินร้อยละ 49 เป็นร้อยละ 70 ในบางโซน บางจังหวัดของแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ในเมืองไทยได้แก่ พัทยา หัวหิน ภูเก็ต ระยอง โดยจังหวัดชลบุรีนั้น น่าจะอนุญาตให้ทั้งหมดไม่เฉพาะบางโซน เพราะในจังหวัดมีนิคมอุตสาหกรรมอยู่หลายแห่ง ซึ่งมีชาวต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ ในจังหวัดดังกล่าว ชาวต่างชาติมีความต้องการห้องชุดเป็นจำนวนมากเกินร้อยละ 49 การให้ต่างชาติถือครองคอนโดมิเนียมเกินร้อยละ 49 นั้นจะเป็นการช่วยลดปัญหา ""นอมินี"" และช่วยให้มีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง เช่น ในปัจจุบันนี้ ต่างชาติที่ซื้อห้องชุดเอาไว้และในช่วงที่ไม่ได้เดินทางมาพักก็จะปล่อยให้เช่าแบบไทม์แชร์ริ่ง โดยมีการจ่ายเงินกันในต่างประเทศแต่เมื่อมีการถือครองคอนโดมิเนียมได้เกินร้อยละ 49 ก็จะทำให้ชาวต่างชาติไม่ต้องทำไทม์แชร์ริ่ง

 

นอกจากนี้ทางสมาคมฯก็ได้มีการนำเสนอเรื่องขยายสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติจาก 30 ปี เป็น 99 ปี แต่ไม่ได้บรรจุเรื่องลงในร่างพระราชบัญญัติอาคารชุด แต่เป็นการนำเสนอผ่านองค์กรอื่นๆ เช่น สภาหอการค้า เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม ในการเสนอร่างดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าสัดส่วนที่ต่างชาติถือครองคอนโดมิ เนียม สูงสุดควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณา แต่ทางสมาคมฯอยากให้เป็น 100% แต่มีเงื่อนไขว่าห้ามแปรสภาพคอนโดมิเนียม เช่น ห้ามทุบคอนโดมิเนียมเพื่อสร้างเป็นอย่างอื่นแทน ทั้งนี้ นายอธิป มีความมั่นใจว่า ร่างพระราชบัญญัติอาคารชุดจะผ่านการเห็นชองจากคณะรัฐมนตรี เนื่องจากไม่ได้เป็นข้อที่ขัดแย้งกับกฎหมายอื่นๆ

 

ด้านนายภูมิศักดิ์ หงส์หยก ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หากคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ชาวต่างชาติในจังหวัดภูเก็ตถือครองคอนโดมิเนียมได้เกินร้อยละ 49 น่าจะเป็นผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต อีกทั้งจะเป็นการส่งเสริมให้ตลาดท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตบูมขึ้นกว่าเก่า แต่ควรจะมีกฎ หรือ กติกา บังคับอย่างชัดเจนเช่นเรื่องการกำหนดสัดส่วนของคณะกรรมการควบคุม จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต้องเป็นสัญชาติไทยเกินครึ่งหนึ่งจากจำนวน 9 คน หรือสิทธิในการโหวตต้องไม่เกินร้อยละ 49

 

เช่นเดียวกับนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจน แลงก์ ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกล่าวว่าจะเป็นการช่วยให้ตลาดบ้านหลังที่สองของชาวต่างชาติมีการขยายตัว เพราะลำพังคนไทยเพียงอย่างเดียวที่ซื้อคอนโดมิเนียมในเมืองท่องเที่ยวไม่มีกำลังที่จะทำให้โครงการนั้นสามารถปิดการขายได้ แต่ควรจะมีกฎ หรือ กติกา บังคับอย่างชัดเจนเช่นเรื่องการกำหนดสัดส่วนของคณะกรรมการควบคุม จัดการนิติบุคคลอาคารชุดต้องเป็นสัญชาติไทยเกินครึ่งหนึ่ง คือ 5 คน

 

ส่วนรศ.มานพ พงศ์ทัต อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิประจำภาควิชาเคหะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากชาวต่างชาติถือครองเกิน 51% ถือว่าโครงการนั้นเป็นของชาวต่างชาติ ซึ่งตามกฎหมายแล้วต่างชาติไม่สามารถถือครองคอนโดมิเนียมได้เกินร้อยละ 49 ไม่เช่นนั้นต้องไปแก้กฎหมายของกรมที่ดิน จะบอกว่าการถือครองคอนโดมิเนียมนั้นมีสิทธิต่างกับการถือครองที่ดินไม่ได้เพราะศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมกัน แต่เชื่อว่าคณะรัฐมนตรีจะไม่อนุมัติเพราะผิดกฎหมาย ควรจะเสนอขยายสิทธิในการเช่าจาก 30 ปี เป็น 99 ปีจะดีกว่า

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ