Loading

โยธาเร่งปลดล็อกกฎคุมแผ่นดินไหวอืด ผวาถึงคิวอาคารสูงในกทม.ถล่มหากล่าช้

วันที่ : 21 ธันวาคม 2549
โยธาเร่งปลดล็อกกฎคุมแผ่นดินไหวอืด ผวาถึงคิวอาคารสูงในกทม.ถล่มหากล่าช้า

                นายฐิระวัตร กุลวาณิชย์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยกับ""ฐานเศรษฐกิจ""ว่า ขณะนี้กรมได้เร่งรัดไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาร่างกฎกระทรวงกำหนด การรับน้ำหนักความต้านทานและความคงทนของอาคารหรือพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศให้ออกมาบังคับใช้เร็วขึ้น เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้ เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ริกเตอร์ ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเกิดแรงสั่นสะเทือน ส่งผลกระทบให้ประชาชนตื่นตกใจอีกทั้งโบราณสถานบางแห่งทรุดตัว ซึ่งเกรงว่าพื้นที่จุดเสี่ยงอย่างกรุงเทพมหานครหากเกิดแผ่นดินไหวจะเกิดผลกระทบตามมาได้ เพราะปัจจุบัน ได้มีการก่อสร้างอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่จำนวนมาก ในขณะที่ผ่านมากทม.และปริมณฑลยังไม่เคยมีกฎระเบียบดังกล่าวควบคุม  ""ได้ส่งร่างกฎกระทรวงฯไปนานแล้ว ติดอยู่ที่กฤษฎีกา เข้าใจว่าต่างๆฝ่ายต่างก็เร่งให้ออกมาบังคับใช้ให้เร็วขึ้น แต่ขณะนี้มีปัญหาว่า ได้มีกฎหมายจำนวนมากจ่อคิว เป็น1,000 ฉบับจึงทำให้ล่าช้า เกือบ 2 ปีแล้ว ""

 

นายฐิระวัตรกล่าวต่อว่า ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ดังกล่าว ได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฉบับที่ 49 เกี่ยวกับการออกแบบอาคารรับแรงแผ่นดินไหว ที่ได้กำหนดควบคุมอาคารเฉพาะ 10 จังหวัด ได้แก่ 9 จังหวัดภาคเหนือและ 1จังหวัดภาคกลางคือจังหวัดกาญจนบุรี  โดยกำหนดพื้นที่ที่เข้าข่ายต้องออกแบบอาคารรับแรงแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นโดยครอบคลุมพื้นที่ในเขต กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ เพื่อควบคุมอาคารให้มีความมั่นคงแข็งแรงหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ที่ 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันดังกล่าว

 

สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวกำหนดให้ ยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 49 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพ.ร.บ.ควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 เขต1 หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่เป็นดินอ่อนมาก ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรสาคร (2) เขต2 หมายถึง พื้นที่หรือบริเวณที่อยู่ใกล้รอยเลื่อน ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน และเขต3 กำหนดให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา สูตล ตรัง สงขลา และสุราษฎร์ธานี โดยบังคับกับอาคารในเขต1 ดังนี้คือ อาคารที่จำเป็นต่อความเป็นอยู่ของสาธารณะชนและการบรรเทาภัยหลังเกิดเหตุได้แก่ โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง อาคารศูนย์บรรเทาสาธารณภัย อาคารศูนย์สื่อสาร ท่าอากาศยาน อาคารเก็บวัตถุอันตราย ได้แก่ อาคารเก็บวัตถุระเบิดได้ วัตถุไวไฟ วัตถุมีพิษหรือวัตถุกัมมันตรังสี อาคารสาธารณะประเภท โรงมหรสพ หอประชุม หอศิลป์ พิพิธภัณฑสถาน หอสมุด สนามกีฬา อัฒจันทร์ ห้างสรรพสินค้า โรงแรมและตลาด ที่มีผู้ใช้อาคารในครั้งหนึ่งมากกว่า 300 คน  สถานศึกษา ที่มีจำนวนนักเรียน นักศึกษามากกว่า 250 คน สถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนที่มีจำนวนเด็กอ่อนมากกว่า 50 คน อาคารทุกประเภทที่มีผู้ใช้อาคารในครั้งหนึ่งมากกว่า 5,000 คน อาคารทุกประเภทที่มีความสูงเกิน 15 เมตร สะพานทางยกระดับที่มีช่วงระหว่างศูนย์กลางตอม่อยาวมากกว่า 10 เมตร เขื่อนเก็บกักน้ำ เขื่อน หรือฝายทดน้ำ ที่มีขนาดเทียบเท่าอาคารชลประทานของโครงการชลประทานขนาดกลางและขนาดใหญ่ เขต 2 ได้แก่ อาคารที่จำเป็นต่อความเป็นอยู่ของสาธารณะชนและการบรรเทาสาธารณภัยหลังเกิดเหตุได้แก่ โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง อาคารศูนย์บรรเทาสาธารณะภัย อาคารศูนย์สื่อสาร ท่าอากาศยาน

 

อาคารเก็บวัตถุอันตรายได้แก่อาคารเก็บวัตถุระเบิดได้ วัตถุไวไฟ วัตถุมีพิษหรือวัตถุกัมมันตรังสี อาคารสาธารณะ ได้แก่ โรงมหรสพ หอประชุม หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์สถาน หอสมุด สนามกีฬา อัฒจันทร์ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ตลาด สถานศึกษา และสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อน อาคารทุกประเภทที่มีผู้ใช้อาคารในครั้งหนึ่งมากกว่า 5,000 คน อาคารทุกประเภทที่มีความสูงเกิน 15 เมตร สะพานทางยกระดับที่มีช่วงระหว่างศูนย์กลางตอม่อยาวมากกว่า 10 เมตร เขื่อนเก็บกักน้ำ เขื่อนหรือฝายทดน้ำ ที่มีขนาดเทียบเท่าอาคารชลประทาน ของโครงการชลประทานขนาดกลางและขนาดใหญ่ นอกจากนี้แล้ว การออกแบบโครงสร้างอาคารให้คำนึงถึงการจัดรูปแบบเรขาคณิตให้มีเสถียรภาพต่อการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว การให้รายละเอียดปลีกย่อยชิ้นส่วนโครงสร้างรวมทั้งบริเวณรอยต่อระหว่างปลายชิ้นส่วนโครงสร้างต่างๆและการจัดโครงสร้างทั้งระบบอย่างน้อยให้มีความเหนียวเทียบเท่าความเหนียวจำกัด เพื่อป้องกันการวิบัติแบบสิ้นเชิง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ