Loading

ปี 50 ปัจจัยบวกรอบด้านหนุนบ้านมือสองปีหน้าโต 15

วันที่ : 6 ธันวาคม 2549
ปี 50 ปัจจัยบวกรอบด้านหนุนบ้านมือสองปีหน้าโต 15%

                นายสมศักดิ์ ชุติศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี.ซี.พี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด ตัวแทนขายบ้านมือสอง โดยเฉพาะตัวแทนขายบ้านมือสองบริษัทแลนด์แอนด์ เอาส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มตลาดบ้านมือสองในปี2550 ว่า จากการสำรวจความต้องการบ้านมือสองในงานมหกรรมบ้านมือสอง ที่จัดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา พบว่าจำนวนผู้เข้าชมงานและต้องการซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านมือสองยังมีอยู่สูง แต่หลังจากจบงานมหกรรมดังกล่าว การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยังชะลอตัวอยู่ ทั้งนี้ การชะลอการตัดสินใจซื้อไม่ได้เกิดจากกำลังซื้อที่ลดลง แต่สืบเนื่องมาจากสภาวะการที่เมืองยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้การตัดสินใจซื้อยังชะลอตัวอยู่ในช่วงที่ผ่านมา

 

แต่อย่างไรก็ตาม การชะลอตัดสินใจซื้อดังกล่าวเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อตลาดบ้านมือสองในปี50 เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มการคงตัวของอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะไม่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้กำลังซื้อของลูกค้าในตลาดยังมีอยู่มาก ในขณะที่ภาวะการเมืองในปีหน้าจะเริ่มชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตลาด นอกจากนี้ผลดีจากสภาพคล่องการเงินของประเทศที่ยังมีอยู่ ทำให้ธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขั้นมากขึ้น ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้การแข่งขันเพื่อปล่อยสินเชื่อรายย่อยของสถาบันการเงิน ถือว่าเป็นปัจจัยบวกที่กระตุ้นให้มีการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเร็วขึ้น

 

นอกจากนี้ ตลาดบ้านใหม่เองก็การปรับตัวตามสภาวะตลาดที่ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ภาวะการเกิดโอเวอร์ซับพลายในตลาดบ้านใหม่ยังไม่เกิด โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการบ้านใหม่มีการศึกษาดีมานด์ และซับพลายในตลาด รวมถึงมีความระมัดระวังในการพัฒนาสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดในแต่ละเซกเตอร์ทำให้ปัญหาการเกิดโอเวอร์ซับพลายมีน้อยอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลดีต่อตลาดบ้านมือสอง ในขณะเดี่ยวกันจำนวนบ้านมือสองในตลาดปี50 คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นซื้อจะเป็นทางเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้นด้วย

 

โดยโซนที่คาดว่าจะมีจำนวนบ้านมือสองเพิ่มเข้ามาในตลาดค่อนข้างมากคือโซนด้านทิศเหนือ     โดยเฉพาะย่านรังสิตคอลงต้นๆ และย่านดอนเมือง เนื่องจากในปี 50 จำนวนการย้ายที่อยู่อาศัยเข้าไปอยู่ใกล้แหล่งงานใหม่ย่านสนามบินสุวรรณภูมิ ของกลุ่มพนักงานที่ทำงานเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจการบิน ซึ่งเดิมมีที่อยู่อาศัยในในย่านดอนเมือง และรังสิต จะขายบ้านเก่าเพื่อไปซื้อบ้านใหม่ในพื้นที่ใกล้แหล่งงานใหม่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้จำนวนบ้านมือสองในทั้ง2 โซนดังกล่าวมีจำนวนเพิ่มขึ้น

 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผลบวกจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจะทำให้ในปี50 ตลาดบ้านมือสองกลับมาขยายตัวเท่ากับปี48 โดยจะมีอัตราการขยายตัวไม่ต่ำกว่าประมาณ 15% จากที่ในปีนี้การขยายตัวของตลาดบ้านมือสองมีอัตราการขยายตัวที่ลดลงและต่ำกว่าในช่วง 1-2ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยลบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่ต่อเนื่อง ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคใสตลาด โดยเฉพาะปัจจัยลบจากสถานการณ์การเมืองที่ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นและชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยออกไป

 

ทั้งนี้การปรับขึ้นราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยในปี49นี้ส่งผลให้กำลังซื้อของลูกค้าลงลง โดยในส่วนของบริษัทเองกลุ่มลูกค้ามีมีกำลังซื้อเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 3.3 ล้านบาทจากเดิมในปี48 กำลังซื้อของลูกค้าเฉลี่ยอยู่ที่ เกือบ4 ล้านบาท ส่วนในปี50 นี้คาดว่ากำลังซื้อที่ดลลงของลูกค้าในช่วงที่ผ่านมาจะทำให้จำนวนยอดขายในปีหน้ามีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่มูลค่าโดยรวมจะยังเท่าเดิม สำหรับในส่วนของบริษัทเอง 11เดือนที่ผ่านมามียอดขายที่ตกเป้าไป18% เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของปี48 โดยในปี49นี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,300ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี48ประมาณ 10% แต่11เดือนที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำยอดขายเพียง 800-900ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเมือจบการขายปีนี้บริษัทจะมียอดขายที่ยังต่ำกว่าเป้าอยู่

 

สำหรับความคืบหน้าของการจัดแคมเปญบ้านแลกบ้านร่วมกับผู้ประกอบการบ้านใหม่ ในขณะนี้บริษัทมีการจัดแคมเปญร่วมธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมีกับผู้ประกอบการบ้านจัดสรรเข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว 4 ราย ประกอบด้วย บริษัทวังทองกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) บริษัทธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพร์ท จำกัด (มหาชน) และบริษัท สาริน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ส่วนการขายบ้านมือสองให้กับ บริษัท แลนด์แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) นั้นเป็นการจัดแคมเปญการรันตีซื้อบ้าน

 

โดยความคือหน้าของแคมเปญบ้านแรกบ้านนั้นในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมามีลูกค้านำบ้านมือสองเข้าร่วมโครงการจำนวน 30 รายสามารถปิดการขายไปได้12 รายคิดเป็นมูลค่าขายรวม 15 ล้านบาท โดยกลุ่มลูกค้าทั้ง12 รายดังกล่าวนำบ้านเก่ามาแรกซื้อบ้านใหม่ในโครงการของบริษัทวังทองกรุ๊ป ซึ่งบ้านเก่าที่ลูกค้านำมาร่วมแคมเปญนั้นเป็นทาวน์เฮาส์ระดับราคา1ล้านกว่าบาทที่อยู่ในโซนรังสิตและอยุธยาเป็นส่วนใหญ่ ส่วนลูกค้าที่นำบ้านมาเข้าแคมเปญและซื้อบ้านของบริษัท เอ็น.ซี.ฯ ขณะนี้มีอยู่ 1 ราย ของบริษัท ธารารมณ์ มีจำนวน1 ราย และบริษัท สาริน ขณะนี้อยู่ระหว่างการดิวงานกันอยู่

 

อย่างไรก็ตามปัญหาของลูกค้าที่นำบ้านเก่าเข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว ส่วนใหญ่มักติดปัญหาการตั้งราคาขายของลูกค้าที่สูงกว่าราคาประเมินทำให้ระยะเวลาในการขายยืดออกไปอยู่ประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งบริษัทแก้ปัญหาด้วยการให้ธนาคารกลางเข้ามาประเมินราคาขายให้ ส่วนแคมเปญการันตีซื้อบ้านที่บริษัทร่วมกับ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ นั้นขณะนี้มีลูกค้าเข้ามาลงทะเบียนแล้ว 20 รายและสามารถตกลงซื้อขายกันได้แล้ว 2 ราย อย่างไรก็ดีแคมเปญบ้านแรกบ้านนั้น บริษัทมีแผนจะขยายเวลาการจัดแคมเปญออกไปอีกในปีหน้า เพื่อสร้างการรับรู้ให้แกลุ่มลูกค้า เนื่องจากแคมเปญดังกล่าวเป็นแคมเปญใหม่ที่ต้องใช้ระยะเวลาการสร้างการรับรู้ ซึ่งคาดว่าในปีหน้าจะมีลูกค้าเข้ามาร่วมแคมเปญเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการขยายเวลาการจัดแคมเปญดังกล่าวบริษัทต้องมีการหารือร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์อีกครั้งหนึ่ง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ