Loading

จี้คลังต่อมาตรการภาษีปลุกผีบ้านมือ

วันที่ : 25 ตุลาคม 2549
จี้คลังต่อมาตรการภาษีปลุกผีบ้านมือ2

                นายสัมมา คีตสิน รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นบ้านมือสอง ด้วยการลดหย่อน ค่าธรรมเนียมการโอนนั้นจาก 2% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน, ค่าจดจำนอง 1% เหลือ0.01% ของราคาประเมิน นอกจากนี้ยังได้รับการยกเว้นค่าอากรแสตมป์สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปกติเสีย 0.5 ของราคาประเมิน

 

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในปี 2550 ทางศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เห็นว่าน่าจะมีการเสนอไปยัง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ให้พิจารณายืดระยะเวลาออกไป ซึ่งหากมีการขยายระยะเวลาออกไป เชื่อว่าจะช่วยกระต้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวมที่ไม่ใช่เฉพาะบ้านมือสองเท่านั้น

 

**ยอดขายบ้านมือสองทะลุ 1,760ล้าน

- นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำการสำรวจพฤติกรรมการซื้อบ้านมือสอง จากงานมหกรรมบ้านมือสอง ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13-15 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในงานดังกล่าวมีผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 90,500 คน เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2548 ที่มีผู้เข้าชมงาน 80,000 คนสามารถขายบ้านมือสองทั้งสิ้น 626 รายการ มูลค่ารวม 1,760 ล้านบาท ประเภทที่อยู่อาศัยที่ขายได้มากที่สุด ได้แก่ อันดับ 1 ทาวน์เฮาส์ 33% บ้านเดี่ยว อันดับ 2 คิดเป็น 23% ห้องชุดเป็นอันดับ 3 คิดเป็น 14% อาคารพาณิชย์และตึกแถว คิดเป็น 8% และอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นอีก 7% แต่เมื่อคิดเป็นมูลค่า พบว่า บ้านเดี่ยวมีมูลค่าสูงสุด 35% ที่ดินเปล่า 22% ทาวน์เฮาส์ 15% ตึกแถวและอาคารพาณิชย์ 14% ห้องชุด 9% และอื่น 6%

 

โดยบ้านเดี่ยวที่ขายได้ราคาแพงที่สุดราคา 67 ล้านบาทเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นบนเนื้อที่ 3 ไร่ ย่านรามคำแหง ต่ำสุด 380,000 บาท ส่วนตึกแถว/อาคารพาณิชย์ ขายได้ราคาสูงสุด 18.52 ล้านบาท ย่านบางแค ต่ำสุด 780,000 บาท คอนโดมิเนียม ขายได้ราคาสูงสุด 7.20 ล้านบาท ขนาด 114 ตร.ม.ย่านถนนแจ้งวัฒนะ ทาวน์เฮาส์ ขายได้ราคาสูงสุด 3.55 ล้านบาท ขนาด 20 ตร.ว. ย่านจรัลสนิทวงศ์ ถูกสุด 160,000 บาท และที่ดินเปล่าขายได้สูงสุด 21 ล้านบาทที่หัวหิน

 

ทั้งนี้ ผู้สนใจซื้อบ้านมือสองส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท คิดเป็น 47.32%, เจ้าของกิจการส่วนตัว 25.21%, ข้าราชการ 11.80 % และพนักงานรัฐวิสาหกิจ 5.12% ส่วนที่เหลือเป็น แม่บ้าน-พ่อบ้าน 4.78% เป็นนักเรียน-นักศึกษา 3.74% ไม่ระบุอาชีพ อีก 2.02% ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้สนใจซื้อบ้านมือสองส่วนใหญ่ หรือประมาณ 90% เป็นผู้ที่มีรายได้ประจำ ซึ่งได้แก่ พนักงานเอกชน เจ้าของกิจการ ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริง

 

นอกจากนี้ จากการสำรวจการครอบครองที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน พบว่า ผู้สนใจซื้อบ้านมือสองเป็นเจ้าของบ้านเองและไม่มีภาระในการผ่อนจำนวน 27.82% เช่าหรือเซ้งอยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 27.55% อยู่กับบิดา-มารดา หรือญาติ 25.05% โดยเป็นเจ้าบ้านที่อยู่ระหว่างการผ่อน 11.16% โดยสนใจซื้อบ้านมือสองประเภทบ้านเดี่ยวสูงสุด 37.15% ทาวน์เฮาส์ 24.92% คอนโดมิเนียม 13.33% สนใจซื้ออาคารพาณิชย์ และบ้านแฝดในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ที่ 8.71% และ 8.08% ตามลำดับ ที่เหลือสนใจซื้อที่ดินเปล่า 6.37% รีสอร์ท บ้านตากอากาศ 1.08% และอื่นๆ 0.35%

 

สำหรับรายได้ของผู้สนใจซื้อบ้านมือสองจากการสำรวจพบว่า มีรายได้ต่อครัวเรือนต่ำกว่า 7,500 บาท 1.44% รายได้ตั้งแต่ 7,501-10,000 บาท 5.6% รายได้ตั้งแต่ 10,001-20,000 บาท 19% รายได้ตั้งแต่ 20,001-30,000 บาท 18.42% รายได้ตั้งแต่ 30,001-50,000 บาท 22.36% รายได้ตั้งแต่ 50,001-100,000 บาท 18.42% และรายได้กว่า 100,000 บาท 10.02% เมื่อพิจารณาจากรายได้ต่อครัวเรือนแล้วจะพบว่า ผู้สนใจซื้อบ้านมือสองส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มระดับกลาง-กลางบนเป็นหลัก

 

**คนนิยมบ้าน0.5-2ล้านบาท

 - ทั้งนี้ ผู้สนใจซื้อบ้านมือสองได้ตั้งงบประมาณในการซื้อบ้านมือสองไว้น้อยกว่า 5 แสนบาท 6.47% ราคา 5 แสนบาท- 1 ล้านบาท 30.73% ราคา 1-2 ล้านบาท 30.75% ราคา 2-3 ล้านบาท 13.29%ราคา 3-4 ล้านบาท 5.81% จะสังเกตเห็นว่า งบประมาณในการซื้อบ้านมือสองของผู้ซื้อส่วนใหญ่จะอยู่ตั้งแต่ราคา 5 แสนบาท- 3 ล้านบาท รวมแล้วประมาณ 74.77% โดยผู้สนใจซื้อบ้านมือสองส่วนใหญ่ประเมินว่าจะสามารถผ่อนชำระต่อเดือนได้ 3,000-5,000 บาท 17.48% ผ่อนได้ 5,001-7,000 บาท 16.93% ผ่อนได้ 7,001-10,000 บาท จำนวน 15.05%

 

โดยที่ผู้สนใจซื้อบ้านมือสองมีระยะเวลาที่คาดว่าจะซื้อใน 1-3 เดือน คิดเป็น 21.04% ซื้อใน 4-6 เดือน 25.62% ซื้อใน 7-12 เดือน 24.97% ซื้อในระยะเวลา 1-2 ปี 19.59% ซื้อในเวลามากกว่า 2 ปี 4.45% และไม่ระบุเวลา 4.33% และเป้าหมายที่เข้ามาชมงานมหกรรมบ้านมือสองครั้งนี้ เพื่อเก็บข้อมูลบ้านมือสองที่สนใจ 31.02% เพื่อตัดสินใจซื้อ 27.90% เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทำเล 22.92% เพื่อเปรียบเทียบจุดเด่นจุดเด่นของโครงการที่สนใจ 15.51% และมาเพื่อขายบ้านมือสอง 2.64% ในวัตถุประสงค์มางานมหกรรมเพื่อตัดสินใจซื้อนั้น ถือว่ามีสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับงานขายบ้านใหม่ที่จะมีสัดส่วนไม่เกิน 5% เท่านั้น

 

**ทำเลฮอตลาดพร้าว-บางกะปิ-ประเวศ

 - นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ยังได้จัดเก็บตัวเลขจากผู้ที่หาบ้านมือสองจากข้อมูลของศูนย์ข้อมูล จำนวน 17,042 ราย พบว่า ผู้ค้นหาบ้านมือสองต้องการหาข้อมูลบ้านเดี่ยว 32% ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท เขตที่สนใจ ได้แก่ ลาดพร้าว ประเวศ ตลิ่งชัน บางกะปิ สนใจหาข้อมูลทาวน์เฮ้าส์ 27% ราคา 8 แสนบาท-1 ล้านบาท ในพื้นที่เขตลาดพร้าว บางกะปิ ประเวศ จตุจักร สนใจหาข้อมูลคอนโดมิเนียม 14% ราคาไม่เกิน 4 แสนบาท ในเขต จตุจักร พญาไท ห้วยขวาง ลาดพร้าว สนใจหาที่ดินเปล่า 8% ราคามากกว่า 5 ล้านบาท ในพื้นที่เขต บางนา พระโขนง ตลิ่งชัน ประเวศ ลาดกระบัง และสนใจค้นหาข้อมูลตึกแถวและอาคารพาณิชย์ 6% ราคา 1.5-2 ล้านบาท ในพื้นที่สาทร บางคอแหลม บางกอกน้อย ยานนาวา

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ