Loading

ศูนย์ข้อมูลฯ แจงบ้านมือสอง วิ่งฉิว เสนอคลังขยายมาตรการภาษีหลังปี 5

วันที่ : 25 ตุลาคม 2549
ศูนย์ข้อมูลฯ แจงบ้านมือสอง วิ่งฉิว เสนอคลังขยายมาตรการภาษีหลังปี 50

                ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เตรียมชงเรื่องเสนอ คลังขอขยายมาตรการลดภาษีกระตุ้นบ้านมือสองต่อจากปี '50 พร้อมเปิดข้อมูลตลาดสอดคล้องทั้งงบประมาณ-รายได้ต่อครอบครัว-ความสามารถในการผ่อนชำระ เชื่อต่อรอบช่วยอสังหาริมทรัพย์ ทั้งระบบ หลังพบยอดขายจากมหกรรมบ้านมือสอง 3 วัน แตะ 1.7 พันล้าน นายสัมมา คีตสิน รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงมาตรการด้านภาษีในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มือสอง ที่จะสิ้นสุดมาตรการในปี 2550 ว่า ทางศูนย์เห็นว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะมีการเสนอไปยัง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณายืดระยะเวลาออกไปอีก เพราะเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวม และเห็นแนวโน้มดีจากยอดขายบ้านมือสองที่ผ่านมา ตลาดบ้านมือสอง หากได้รับการกระตุ้นจากรัฐบาลด้านภาษี จะส่งผลดีทั้งอสังหาริมทรัพย์ มือหนึ่งและมือสองรวมทั้งธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนายสัมมากล่าวและว่า สำหรับมาตรการส่งเสริมบ้านมือสอง ประกอบด้วย การลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน, ค่าจดจำนอง 1% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน นอกจากนี้ ยังได้รับการยกเว้นค่าอากรแสตมป์ สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปกติเสีย 0.5 ของราคาประเมินด้วย

 

แจง 3 วันมหกรรมบ้านมือสองขาย1.7พันล้าน นายสัมมายังได้ให้เหตุผลประกอบถึงความต้องการของประชาชนในการซื้อ-ขายบ้านมือสอง ว่า สังเกตได้จากที่ประชาชนให้ความสนใจเข้าชมงานมหกรรมบ้านมือสองแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคม 2549 รวม 3 วันกว่า 90,500 คน มากกว่างานมหกรรมครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2548 ถึง 13% ขณะที่ยอดรายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 28.8% และมูลค่าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 24.6% ตลอด 3 วันในงาน ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้ปิดยอดครั้งสุดท้ายพบว่า มีรายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 626 รายการ รวมมูลค่าการซื้อขาย 1,760.13 ล้านบาท มากกว่างานครั้งแรกเมื่อปี 2548 ซึ่งมี 486 รายการ เป็นมูลค่า 1,413 ล้านบาท หากพิจารณาประเภทของที่อยู่อาศัย ที่มีการซื้อขายมากที่สุด คือ ทาวน์เฮาส์ 33% บ้านเดี่ยว 23% ห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม 14% ที่ดินเปล่า 14% ตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ 8% และอื่นๆ 7% เมื่อพิจารณาตามมูลค่าการซื้อขาย ประเภทที่มีการซื้อขายมากที่สุด คือบ้านเดี่ยว 35% ที่ดินเปล่า 22% ทาวน์เฮาส์ 15% ตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ 14% ห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม 9% และอื่นๆ ประมาณ 6% บ้านเดี่ยวที่ขายได้ราคาแพงที่สุดราคา 67 ล้านบาท เป็นบ้าน 2 ชั้น บนเนื้อที่ 3 ไร่ และราคาต่ำสุด 380,000 บาท ส่วนทาวน์เฮาส์ที่ขายได้ราคาแพงที่สุดราคา 3.55 ล้านบาท และราคาต่ำสุด 160,000 บาท เป็นต้น หากพิจารณาฐานข้อมูลที่ได้จากงานดังกล่าว ผู้บริหารศูนย์ข้อมูลย้ำว่า มีความสอดคล้องกันทั้งงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัย, รายได้ต่อเดือน และขีดความสามารถในการผ่อนชำระ โดยในส่วนงบประมาณที่ตั้งไว้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ นั้น 3-4 อันดับที่มีสัดส่วนมากสุดคือ งบประมาณ 0.5-1 ล้านบาทราว 30.73%, มากกว่า 1-2 ล้านบาท มี 30.75%, มากกว่า 2-3 ล้านบาท มี 13.29% และมากกว่า 3-4 ล้านบาท มี 5.81% งบประมาณการซื้อบ้านดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลด้านฐานรายได้ต่อครัวเรือน และขีดความสามารถในการผ่อนชำระ คือ รายได้ 1-2 หมื่นบาท ประมาณ 19%, รายได้ 2-3 หมื่นบาท 18.42%, รายได้ 3-5 หมื่นบาท 22.36% และ 5 หมื่น-1 แสนบาท มี 18.42% ขณะที่ขีดความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน 4-5 อันดับที่น่าสนใจคือ 3,001-5,000 บาท มีสัดส่วน 17.48%, 5,001-7,000 บาท มีสัดส่วน 16.93%, 7,001-10,000 บาท มีสัดส่วน 15.05%, 10,001-15,000 บาท มีสัดส่วน 14.51% และ 15,001-30,000 บาท มีสัดส่วน 13.08% เป็นต้น หากพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าชมงานพบว่า 1.เก็บรวบรวมข้อมูลบ้านมือสองที่น่าสนใจ คิดเป็นสัดส่วน 31.02% 2.เพื่อตัดสินใจซื้อ 27.90% 3.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทำเล 22.92% 4.เพื่อเปรียบเทียบจุดเด่น จุดด้อยโครงการที่น่าสนใจ 15.51% และขายบ้านมือสอง 2.64% ผลสำรวจคนชมงานกว่า 50% ต้องการซื้อบ้าน ส่วนการครอบครองที่อยู่อาศัยในปัจจุบันของผู้เข้าชมงานนั้น จะเห็นว่ามีสัดส่วนสูงถึง 27.82% เป็นเจ้าของเอง ไม่มีภาระในการผ่อนชำระ, อีก 27.55% มีลักษณะการครอบครองในรูปแบบเช่า/เซ้ง, 25.05% อยู่อาศัยกับบิดา-มารดา หรือญาติ และ 11.16% เป็นเจ้าของเองและกำลังผ่อนกับธนาคาร เป็นต้น จากข้อมูลดังกล่าว เป็นที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนที่เป็นเจ้าของเองไม่มีภาระในการผ่อน ล้วนต้องการซื้อไว้เป็นบ้านหลังที่สอง หรือซื้อเป็นทรัพย์สินให้บุตร-หลาน ส่วนกลุ่มคนที่ลักษณะการครอบครองทั้งจากการเช่า/เซ้ง, อาศัยอยู่บ้านบิดา-มารดาหรือญาติ ถือเป็นกลุ่มคนที่มีความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากสุด กลุ่มคนเหล่านี้หากคิดเป็นสัดส่วนสูงกว่า 50% ที่กล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่มีโอกาสทั้งตลาดบ้านใหม่และบ้านเก่า ที่ต้องหาหรือผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการ ทั้งระดับราคาและทำเล ลาดพร้าวทำเลฮอตทุกประเภท

 

นายสัมมายังระบุถึงข้อมูลที่ได้จากการติดตั้งจุดสืบค้นทรัพย์ ที่เป็นบ้านมือสองด้วยคอมพิวเตอร์ออนไลน์ 40 เครื่อง นอกเหนือไปจากที่สถาบันผู้ออกบูธ ต่างนำระบบสืบค้นทรัพย์ของตัวเองมาแสดง โดยระบุว่า มีประชาชนให้ความสนใจมาสืบค้นทรัพย์จำนวนมาก โดยเฉพาะที่จุดสืบค้นของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่เดียว มีการสืบค้นทั้ง 3 วัน รวมกัน 17,042 รายการ

 

สำหรับประเภททรัพย์ที่ได้รับความสนใจสืบค้น ณ จุดสืบค้นของศูนย์มากที่สุด คือบ้านเดี่ยว 32% มีความสนใจมากที่สุดในระดับราคา 2-3 ล้านบาท ในเขตตลิ่งชัน ลาดพร้าว ประเวศ บางกะปิ รองลงมา คือ ทาวน์เฮาส์ 27% มีความสนใจมากที่สุดในระดับราคา 8 แสนบาท-1 ล้านบาท ในเขตลาดพร้าว บางกะปิ ประเวศ จตุจักร

 

นอกนั้นเป็นห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม 14% โดยสนใจราคาน้อยกว่า 4 แสนบาท ในทำเลจตุจักร พญาไท ห้วยขวาง และลาดพร้าว ส่วนที่ดินเปล่า 8% สนใจราคามากกว่า 5 ล้านบาท ในทำเลบางนา พระโขนง ตลิ่งชัน ประเวศ ลาดกะบัง ซึ่งเป็นแหล่งที่ต้องการพื้นที่เพื่อสร้างคลังสินค้า

 

นอกจากนั้น ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ยังเปิดให้ผู้บริโภคสามารถนำทรัพย์มาฝากขายผ่านเว็บไซต์ www.resalehomethai.com ระหว่างงานพบว่ามีประชาชนสนใจ นำทรัพย์ฝากขายกับศูนย์ 115 หน่วย รวมมูลค่า 554 ล้านบาท

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ