Loading

กทม.รายได้หดหลังดอนเมืองร้าง ทบทวนเก็บภาษีโรงเรือน-ป้ายใหม

วันที่ : 16 ตุลาคม 2549
กทม.รายได้หดหลังดอนเมืองร้าง ทบทวนเก็บภาษีโรงเรือน-ป้ายใหม่

                    นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร (กทม.) ฝ่ายการคลัง เปิดเผย ""ประชา ชาติ

ธุรกิจ"" ว่า หลังย้ายท่าอากาศยานนานาชาติจากสนามบินดอนเมืองไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าจะทำให้การจัดเก็บรายได้ปี 2550 ของ กทม.ในพื้นที่เขตดอนเมืองโดยเฉพาะภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีป้าย ลดลงประมาณ 14 ล้านบาท เนื่องจากที่ดอนเมืองทางบริษัท ท่าอากาศ ยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ยังไม่มีแนวคิดจะใช้ประโยชน์ แต่ถ้า ทอท.นำสนามบินดอนเมืองกลับมาใช้ไม่ว่าจะเป็นสนามบินหรือหารายได้อย่างอื่น กทม.ก็จะจัดเก็บภาษีได้ตามเดิม

                    อย่างไรก็ตาม ในปี 2550 กทม.จะมีรายได้จากภาษีโรงเรือนและที่ดินเพิ่มขึ้น จากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยรองรับคนที่ไปทำงานโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีโครงการเกิดใหม่มากในปี 2549 แต่ต้องรอให้ถึงสิ้นปีจึงจะประเมินเป็นตัวเลขที่แน่ชัดได้

                    ""ล่าสุดภาษีที่ ทอท.ต้องจ่ายให้ กทม. มีประ มาณ 1,000 กว่าล้านบาท ในส่วนของสนามบินดอนเมืองที่ยังค้างอยู่ ก่อนหน้านี้ ทอท.ได้อุทธรณ์ว่า กทม.เก็บไม่ถูกต้อง คิดอัตราที่สูงเกินไป แต่หลังจากมีการตีความแล้ว ได้ข้อสรุปว่า กทม.จะจ่ายคืนให้ ทอท.บางส่วนที่จัดเก็บเกิน และ กทม.จะได้รายได้บางส่วนเพิ่มเช่นกัน""

                    ทั้งนี้ ในเร็วๆ นี้จะเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงการคลังคนใหม่ เพื่อผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและ

สิ่งปลูกสร้างแทนภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ที่จัดเก็บอยู่อัตรา 12.5% เพื่อให้ทันสมัยและเป็นธรรมมากขึ้น จากที่มีฐานอยู่ 1.8 หลังคา เรือน แต่ปัจจุบัน กทม.จัดเก็บได้เพียง 3 แสนรายเท่านั้น จากทั้งหมดที่เข้าข่าย 6 แสนราย หากมีกฎหมายใหม่ ฐานการจัดเก็บครอบคลุมมากขึ้น แต่อัตราการจ่ายภาษีจะลดลงเพราะไม่มีการประเมิน แต่จะจัดเก็บในอัตราคงที่

                    นอกจากนี้จะประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคนใหม่ ขอให้เร่งผลักดันให้ กทม.จัดเก็บภาษีบุหรี่ได้อัตรา 10 สตางค์ต่อมวน เนื่องจาก กทม.ยังไม่มีกฎหมายมารองรับ ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นอื่นจัดเก็บไปหมดแล้ว ซึ่งจะทำ ให้ กทม.มีรายได้เพิ่มขึ้น 300 ล้านบาท/ปี รวมถึงภาษีป้ายด้วย ให้เก็บเป็นพิกัดเดียว เพื่อให้ครอบ คลุมทั้งหมด เพราะปัจจุบันมีป้ายชนิดต่างๆ เกิดขึ้นหลายประเภท ทำให้ กทม.จัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมปีละ 600 ล้านบาท ส่วนภาษีโรงแรมและน้ำมันจะชะลอออกไปก่อนเพราะอาจจะมีผลกระ ทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว เนื่องจากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับที่สูง

                    รายงานข่าวแจ้งว่ากทม.กำลังเร่งรัดให้หน่วยงานราชการที่ติดค้างภาษี อาทิ กรมทางหลวง วงเงิน 120 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) วงเงิน 59 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาใช้มาตรการเร่งรัดให้มีการจ่ายภาษีมากขึ้น ด้วยการให้ผ่อนชำระ ในปี 2549 กทม.เก็บรายได้เกินเป้า 10% เมื่อสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาจัดเก็บได้ 40,000 ล้านบาท จากเป้า 35,000 ล้านบาท"

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ