Loading

จับตาตลาดบ้านสร้างเอง-มือสองบูม ภายใต้เงื่อนไขรัฐฯ เลื่อนสร้างรถไฟฟ้าบางสา

วันที่ : 11 ตุลาคม 2549
จับตาตลาดบ้านสร้างเอง-มือสองบูม ภายใต้เงื่อนไขรัฐฯ เลื่อนสร้างรถไฟฟ้าบางสาย

                    นายวสันต์ คงจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทเอเจนซีฟอร์เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AERA) กล่าวว่า หากรัฐบาลใหม่มีการชะลอแผนการพัฒนาโครงการเมกะโปรเจกต์ รถไฟฟ้าออกไป ผลที่ตามมาก็คือการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป คือจะหันไปเลือกซื้อโครงการใกล้ระบบรางที่เปิดใช้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือโครงการอาคารชุดราคาถูกแต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของราคาที่ดินใกล้แนวรถไฟฟ้าในพื้นที่กลางเมืองที่ขยายตัวสูงขึ้นและข้อกำหนดพื้นที่ในการพัฒนาโครงการอาคารสูงในผังเมืองใหม่ที่กำหนให้ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการสูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการราคาถูกออกมาขายได้หากมีก็น้อย และด้วยภาวะเศรษฐกิจ ในปัจจุบันกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ทำให้ไม่สามารถซื้อบ้านราคาแพงได้ ทำให้ไม่สามารถซื้อบ้านราคาแพงได้ จึงเชื่อว่า แนวโน้มของตลาดที่จะได้รับการตอบรับที่ดีขึ้น คือตลาดบ้านมือสอง และอาคารชุดมือสองกลางเมือง

 

ตลาดบ้านมือสองเหล่านี้ มีข้อได้เปรียบที่อยู่อาศัยใหม่ คือ ราคาขายต่ำกว่า 30-50% สามารถเลือกทำเลได้ ซึ่งแนวโน้มบ้านมือสองในเมืองคาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น และราคาจะปรับราคาตามไปด้วย ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยอีกประเภทหนึ่งที่จะได้รับอานิสงส์ คือ ตลาดรับสร้างบ้าน หรือบ้านสร้างเอง ทั้งนี้ จากการที่ไม่มีโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อเมืองชั้นนอกและเมืองชั้นในทำให้ผู้ประกอบการบ้านจัดสรรย่านชานเมือง ชะลอการพัฒนาโครงการออกไป ส่งผลให้ไม่มีสินค้ารองรับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ยังไม่มีการพัฒนาระบบคมนาคม อาทิ โครงการรถไฟฟ้า ถนนตัดใหม่ หรือทางด่วนเชื่อมต่อการเดินทางเข้าเมืองชั้นในที่สะดวกสบาย ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกที่จะสร้างบ้านเองมากขึ้นเพราะสามารถเลือกทำเลในการสร้างบ้านได้นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกรูปแบบสถาปัตยกรรมการก่อสร้างและขนาดได้ตามความต้องการ รวมถึงราคาหรืองบประมาณในการก่อสร้างยังสามารถกำหนดได้ด้วยตนเอง

 

นายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล ประธานบริษัทเรียลตี้ เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด กล่าวว่า จากกรณีข้างต้น เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อตลาดบ้านมือสองเนื่องจากเดิมทีบ้านมือสอง ได้เปรียบในเรื่องราคาขายที่ต่ำกว่า และเลือกทำเลได้ประกอบกับปัจจุบันบ้านมือสองในย่านกลางเมืองมีจำนวนซัปพลายที่ลดลงในขณะที่ดีมานด์มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนคอนโดมิเนียมเองมีจำนวนซัปพลายหมุนเวียนในตลาดค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีการหยุดสร้างคอนโดฯ กันมากว่า 5-6 ปี หลังปี 40 ส่วนสินค้าใหม่เพิ่งจะมีเข้ามาในช่วงปลายปี 47 เท่านั้น ซึ่งในส่วนที่เพิ่มเข้ามาก็ถูกดูดซัปไปจากตลาดค่อนข้างมาก ส่วนในเรื่องของแนวโน้มราคาขายบ้านมือสอง ในเมืองนั้นเชื่อว่าแม้จะมีการปรับขึ้นก็จะมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะปัจจุบันราคาขายของบ้านมือสอง ในเมืองเริ่มอิ่มตัวแล้ว ทำให้ราคาขายจะหยุดออกไปนั้น คาดว่าในแนวรถไฟฟ้าที่รัฐบาลศึกษาและมีแผนจะก่อสร้างโครงการจะได้รับความสนใจมากขึ้นแม้ว่าโครงการดังกล่าวจะชะลอออกไปก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการพัฒนารถไฟฟ้าวิ่งผ่านจะมีโอกาสในเรื่องของการปรับราคาหลังจากที่รถไฟฟ้าเปิดให้บริการ โดยคาดว่าเมื่อมีโครงการรถไฟฟ้าผ่านจะทำให้ราคาบ้านในทำเลนั้นปรับสูงขึ้นอีก 10-20%

 

ดังนั้นบ้านมือสองในย่านแนวรถไฟฟ้าผ่านจึงได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงบางใหญ่-บางบัวทอง ที่มีบ้านมือสองจำนวนมาก นอกจากนี้ในอนาคตซัปพลายในย่านดังกล่าวก็จะเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากเพราะบ้านใหม่ในขณะนี้จะกลายเป็นบ้านมือสองในอีก 1-2 ปี เมื่อถึงตอนนั้นราคาขายก็จะสูงขึ้นอีกอย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีนี้จะมีบ้านมือสองที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดสูงถึง 150,000-200,000 หน่วย ในพื้นที่กทม.ปริมณฑลโดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.2 ล้านบาทหรือคิดเป็นมูลค่าในตลาดรวมประมาณ 300,000-400,000 ล้านบาทต่อปี

 

ด้านนายสิทธิพร สุวรรณสุต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมดีไซน์ จำกัด กล่าวว่า หากการตอบรับยังดีขึ้น และการขยายตัวของดีมานด์ในตลาดยังเพิ่มขึ้นเช่นปัจจุบันเชื่อว่าในปี 2550 ตลาดรับสร้างบ้านจะสามารถเติบโตได้มากถึง 10-15% หรือมียอดขายรวมในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล 10,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่มีเป้ายอดขายรวม 8,500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บ้านสร้างเองมีจำนวนแซงหน้าบ้านจัดสรรหากมีการชะลอการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าออกไปผู้ประกอบการจัดสรรและอาคารชุด ซึ่งความเป็นไปค่อนข้างสูง

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ