Loading

โยธาสกัดบ้านจัดสรรขวางน้ำคุมเข้มภัยน้ำท่วมสุวรรณภูม

วันที่ : 11 ตุลาคม 2549
โยธาสกัดบ้านจัดสรรขวางน้ำคุมเข้มภัยน้ำท่วมสุวรรณภูมิ

                    นายฐิระวัตร กุลละวนิชย์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน กรมโยธาฯ กำลังอยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอร่างกฎกระทรวงควบคุมอาคารและร่างกฎกระทรวงขุดถมดินเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นการควบคุมพื้นที่โดยรอบสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอนำเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และเข้าสู่กระบวนการของสภานิติบัญญัติ พร้อมกับประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยกฎหมายที่จะผลักดันเป็น พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522-2545 และพ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 ทั้งนี้ เนื่องจากมีประชาชนและนักพัฒนาที่ดินแห่เข้าพื้นที่เพื่อพัฒนาโดยรอบเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรในอนาคตทำให้รัฐบาลหวั่นเกรงว่าสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นจะมีผลกระทบได้โดยเฉพาะเรื่องการถมดินเนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำ ทำให้กรมโยธาฯ ต้องเร่งแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย และกำลังทยอยออกกฎระเบียบใหม่อีกหลายตัว เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดในภายหลัง

 

ไม่ว่าจะเป็น กฎกระทรวงเรื่องการขุดดินและถมดินตามความในพ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 และการแก้ไขกฎกระทรวงเรื่องกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท หลังจากออกพ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2518 ที่กำหนดให้ เป็นพื้นที่สีเขียวทแยงขาว (ชนบทและเกษตรกรรม) ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการควบคุมการก่อสร้างอาคารรอบสนามบินตามความในพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522-2545 “ประกาศกระทรวงคมนาคมเรื่องเขตปลอดภัยในการบินเพื่อควบคุมพื้นที่รอบสนามบิน เป็นต้น

 

โดยกฎกระทรวงห้ามถมดิน มีความสอดคล้องกับกฎกระทรวงควบคุมอาคาร โดยกำหนดการพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าวสามารถถมดินได้เพียง 30-50% เนื่องจากมีผลต่อพื้นที่รับน้ำจึงได้กำหนด Building Coorperate หรือพื้นที่อาคารคลุมดินในพื้นที่เกษตรไว้ 30%  ขณะที่พื้นที่พักอาศัยจะสามารถถมดินได้สูงสุด 50% ตัวอย่างเช่นมีที่ดิน 50 ตร.ม. ที่เหลือ 70%  เป็นที่รับน้ำเท่ากับ 140 ตร.ม. ซึ่งพื้นที่นี้ได้แก่บริเวณฝั่งตรงข้าม ถ.กิ่งแก้ว เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำจากคลองสำโรงได้ไหลลงมาที่คลองด่านจนท่วมล้นไปหมดแล้ว โดยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ได้นำปั๊มน้ำ จำนวน 25 ตัว  ไปติดตั้งในบริเวณริมคลอง และตามแนวคันกั้นน้ำ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงใหม่ได้แก่คลองบางเสาธง เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่ลุ่ม อยู่ในเขตประเวศสูงจากระดับพื้นที่ดินเพียง 50 ซม. ส่วนแนวคันดินคลองด่านจะสูงกว่าคลองประเวศ ทำให้น้ำท่วมไม่มากนัก เนื่องจากมีการยกตัวขึ้นเป็น 90 ซม.

 

ปัจจุบันพื้นที่รอบสุวรรณภูมิ กรมโยธาฯ ได้ออกประกาศเขตควบคุมอาคาร พ.ศ.2547 แบ่งออกเป็นหลักๆ ได้แก่ พื้นที่สีเขียว ทางด้านทิศตะวันออก กำหนดให้เป็นพื้นที่ห้ามปลูกสร้างอาคาร เพื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านออกสู่ทะเล ด้านพื้นที่บริเวณหัว-ท้ายสนามบินทั้ง 2 ด้านนั้น เป็นบริเวณห้ามปลูกสร้างอาคาร เนื่องจากเป็นพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบทางด้านเสียง ขณะเดียวกัน การทำผังเมืองสุวรรณภูมิรอบสนามบินต้องคำนึงว่าบริเวณนี้ต้องควบคุมการปลูกสร้างอาคาร ควบคุมการถมดินเพื่อไม่ให้ขวางช่องทางผ่านของน้ำ ต้องพยายามจัดทำผังเมืองให้ระบายน้ำออกสู่ทะเลได้เร็วที่สุด เพราะสภาพน้ำที่ไหลออกไปทางคลองด่านสู่คลองพระองค์เจ้าไชยยานุชิต มีมากกว่าคลองบางปะกง จึงต้องนำข้อมูลน้ำท่วมที่ได้มาพิจารณาเพื่อหาทางแก้ไข และวางแผนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งในระยะสั้นกรมชลประทานกำลังเร่งสูบน้ำออกจากบริเวณคลองด่าน

 

ส่วนผลกระทบในเรื่องเสียง นายสมชัย ศรีวิบูลย์ ผู้อำนวยการกองผังเมืองเฉพาะ กรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยเพิ่มเติมว่าจากการศึกษาผลกระทบของท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) พบว่า พื้นที่แนวเหนือ-ใต้ ของสนามบินสุวรรณภูมิที่ได้รับผลกระทบเรื่องเสียง ระยะ 1-2 กม.ขณะนี้ทอท.ได้มีแผนที่จะซื้อคืนที่ดินของชาวบ้านและเอกชนที่ประสงค์จะขายคืนในย่านนั้นโดยพื้นที่  1-2 กม.ที่ว่านี้หากคิดตามหน้ากว้างของตัวสนามบินประมาณ 4 กม.เท่ากับพื้นที่ห้ามก่อสร้างอยู่ระหว่าง 4-8 ตร.กม.

หรือเฉลี่ยแนวเหนือ-ใต้ ต้องใช้พื้นที่ไม่เกิน 12 ตร.กม. โดยประชาชนที่อยู่บริเวณหัวท้ายตัวสนามบินมีไม่มากนัก แต่จริงๆแล้วอยู่ไม่ได้เพราะมีจำนวนของเครื่องบินขึ้น-ลงวันละ 76 ลำ หรือมีการขึ้น-ลงทุกนาที ทำให้ประชาชนในบริเวณนี้ได้รับผลกระทบ ขนาดที่ดูทีวียังไม่ได้ จึงได้ประกาศกฤษฎีกาห้ามปลูกสร้าง ระยะ 1-2 กม.ตามแนวหัว-ท้ายสนามบิน

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ