Loading

ธุรกิจจัดสรรช็อกกทม.คุมเข้ม ต้องกันพื้นที่รับมือน้ำท่วมเพิ่ม

วันที่ : 18 กันยายน 2549
ธุรกิจจัดสรรช็อกกทม.คุมเข้ม ต้องกันพื้นที่รับมือน้ำท่วมเพิ่ม

                    นางบรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ด้านการโยธา เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.โดยรวมทั้งหมด ตนได้มอบหมายให้สำนักระบายน้ำและสำนักผังเมืองไปหารือกับกรมที่ดิน โดยให้กำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ในการพิจารณาออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในเขต กทม.เพิ่มเติม ด้วยการเพิ่มข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องกันพื้นที่ส่วนกลางบางส่วนในโครงการเป็นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำ หรือจัดทำบึงรับน้ำ หรือแก้มลิงขนาดเล็กไว้ภายในโครงการ ทั้งนี้เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัย ในกรณีเกิดปัญหาน้ำท่วม

 

โดยข้อกำหนดดังกล่าวจะบังคับใช้กับโครงการที่ยื่นขออนุญาตจัดสรรในพื้นที่ กทม.ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโซนเหนือ โซนใต้ ตะวันออกหรือตะวันตก ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนดไว้ ก็จะไม่ออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินให้ ทั้งนี้หลังได้ข้อสรุปจากการหารือจะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน กทม. จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง (บอร์ดจัดสรร) พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติโดยเร็วที่สุด

 

นางบรรณโศภิษฐ์กล่าวต่อว่า คาดว่าจะสามารถประกาศบังคับใช้มาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่จะจัดทำขึ้นใหม่ภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะไม่ได้เป็นเรื่องยุ่งยาก เพียงแค่กำหนดรายละเอียดสัดส่วนของพื้นที่ว่างที่จะต้องกันไว้สำหรับรับน้ำ ว่าต้องมีสัดส่วนเท่าใด โครงการจัดสรรขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ น่าจะมีพื้นที่รับน้ำมากน้อยแค่ไหน ถือเป็นมาตรการที่จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรร

 

แหล่งข่าวจากสำนักระบายน้ำ กทม. เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" เพิ่มเติมว่า การกันพื้นที่สำหรับพักน้ำภายในโครงการบ้านจัดสรร จะบังคับใช้กับโครงการจัดสรรที่ดินและโครงการที่อยู่อาศัยทุกประเภท ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด สำหรับสัดส่วนพื้นที่ที่ผู้ประกอบการจะต้องกันไว้เป็นพื้นที่รับน้ำจะต้องมีขนาดเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดโครงการเป็นหลัก

 

จะไม่มีมาตรฐานกำหนดแบบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบประเภทของโครงการมากกว่า เช่น โครงการขนาดใหญ่จะต้องกันพื้นที่ไว้มากหน่อย ขณะที่โครงการขนาดเล็กก็ให้กันพื้นที่ไว้น้อย นอกจากนี้จะพิจารณาจากลักษณะพื้นที่การพัฒนาด้วย เช่น เป็นโครงการที่พื้นที่ทั้งโครงการ เทคอนกรีต หรือมีบางส่วนเป็นพื้นดิน เป็นต้น

 

แหล่งข่าวจากกรมที่ดินเปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า ก่อนหน้านี้บอร์ดจัดสรรที่ดิน กทม.ได้ออกข้อกำหนดจัดสรรที่ดิน กทม. โดยกำหนดข้อห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการนำที่ดินซึ่งเป็นถนนภายในโครงการไปจดเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินแปลงอื่น เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวนมากว่า เจ้าของโครงการใช้วิธีจดภาระจำยอมถนนในโครงการจัดสรร เพื่อให้สามารถใช้เป็นเส้นทางขนส่งวัสดุก่อสร้าง หิน ดิน ที่จะนำไปก่อสร้างบ้านในโครงการจัดสรรของผู้ประกอบการรายเดียวกันที่อยู่ด้านใน ทำให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการเดิมได้รับความเดือดร้อน โดยประเด็นนี้บอร์ด กทม.ให้ความเห็นชอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดจัดสรรกลาง หากได้รับการอนุมัติก็สามารถบังคับใช้ได้ทันที

 

ด้านนายวสันต์ อุบลชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท อุบลชาติ กรุ๊ป ให้ความเห็น ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า กรณีบอร์ดจัดสรรที่ดิน กทม.จะกำหนดให้โครงการจัดสรรกันพื้นที่ไว้รองรับน้ำนั้น พอจะทราบข่าวมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียด อย่างไรก็ตามคิดว่าหากบังคับใช้จริงๆ จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการจำนวนมาก เนื่องจากต้นทุนในการพัฒนาโครงการจะสูงขึ้น ส่วนกรณีห้ามนำถนนในโครงการไปจดภาระจำยอมยังไม่ทราบเรื่อง

 

ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ถึงกรณีดังกล่าวว่า ในความเห็นของตนมองว่ากฎเกณฑ์ที่จะกำหนดขึ้นใหม่ กทม.น่าจะบังคับใช้เฉพาะพื้นที่แนวรับน้ำเดิม (ฟัลด์เวย์) แถบโซนตะวันออกของ กทม. แถวลาดกระบัง หนองจอก และสุวรรณภูมิมากกว่า

เพราะกฎหมายผังเมืองกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินบางส่วนในโซนตะวันออกให้เป็นพื้นที่รับน้ำ

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ