Loading

สคบ.เร่งล้อมคอกธุรกิจปล่อยเช่าเจ้าเล่ห์ หวังอุ้มคนทำงานถูกเบี้ยวค่าประกันห้อ

วันที่ : 3 สิงหาคม 2549
สคบ.เร่งล้อมคอกธุรกิจปล่อยเช่าเจ้าเล่ห์ หวังอุ้มคนทำงานถูกเบี้ยวค่าประกันห้อง

                    แม้ว่าสภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรรในบ้านเราขณะนี้ จะมีอัตราการขยายตัวที่ลดลง เนื่องจากสภาพปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ การเมือง และภาวะการณ์ขึ้นราคาน้ำมัน ตลอดจนอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อที่อยู่อาศัยลงไป แต่ในขณะเดียวกันธุรกิจสำนักงานเช่า ,อพาร์ตเมนต์ ,อาคารเช่า และหอพัก ซึ่งถือว่าเป็นอีกตลาด(เซกเมนต์)หนึ่งในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่นับวันจะเติบโตตามอย่างมาก จากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนทำงาน

 

                    โดยความต้องการที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้มีเฉพาะในส่วนของกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่ยัง

มีความต้องการ(ดีมานด์)ในส่วนของตลาดเช่าระดับบนลงล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าในประเทศ ที่มีอาชีพแตกต่างกันตามโครงสร้างของรายได้ ตั้งแต่พนักงานบริษัทเอกชนที่มีรายได้20,000 ต่อเดือนขึ้นไป จนถึงกลุ่มที่รายได้ระดับรายได้ 5,000 บาทต่อเดือนหรือต่ำกว่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานจากต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่

 

                    นอกจากนี้ กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้ ถือเป็นอีกตลาดที่มีความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยสูงมากเนื่องจากต้องศึกษาต่อในมหาวิยาลัยในจังหวัดหรือเมืองใหญ่ในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ธุรกิจหอพัก และอพาร์ตเมนต์ กลุ่มที่อยู่อาศัยประเภทปล่อยเช่าในเมืองใหญ่ มีโอกาสเติบโตจากข้อจำกัดที่ยังไม่สามารถหารายได้ประจำได้

 

                    ทำให้ ""ธุรกิจปล่อยเช่า"" กลายเป็นธุรกิจแบบ ""เสือนอนกิน"" มีรายได้จากค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่เข้ามาสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะว่ากันไปแล้วรายได้ระยะยาวเช่นนี้ หากประมาณค่าใช้จ่ายและกำไรจากผลประกอบการแล้ว เจ้าของกิจการสามารถอยู่ได้แบบสบายๆ ไม่ต้องประกอบธุรกิจอื่นเสริม แต่เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทเช่า ยังไม่เพียงพอกับความต้องการในตลาด ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจบางรายสบช่องทางในการเพิ่มรายได้จากกลุ่มลูกค้าได้ โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ จากกลุ่มลูกค้า

 

                    ด้านนางรัศมี วิศทเวทย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลผู้บริโภค กล่าวว่า ประเด็นที่มีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุด คือ เรื่องของการเรียกเก็บเงินค่าประกันความเสียหายภายในห้องเช่า

 

                    โดยคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาได้พิจารณาธุรกิจให้เช่าที่อยู่อาศัย , บ้านอาคาร, อาคารชุด, หอพัก อพาร์ตเมนต์ ฯลฯ เป็นธุรกิจที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อประชาชนที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และผู้บริโภคที่ทำงานและนักศึกษาในสถานที่ห่างไกลจากภูมิลำเนาเดิม แต่เนื่องจากธุรกิจที่อยู่อาศัยเช่า มีการเรียกเก็บเงินจากผู้บริโภค (ผู้เช่า) เพื่อการประกันที่อยู่อาศัยเป็นค่าประกันความเสียหาย ซึ่งหากผู้ประกอบธุรกิจปฏิเสธการคืนเงินประกันเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง หรือเมื่อมีการบอกเลิกการเช่า ก็จะทำให้ผู้เช่าตกอยู่ในฐานะผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน

 

                    ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้เช่าที่อยู่อาศัย สมควรให้ออกประกาศกำหนดให้ธุรกิจเช่าที่อยู่อาศัยที่เรียกเงินประกันเป็นธุรกิจควบคุมรายการ ในหลักฐานการรับเงินพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน และลักษณะหลักฐานการรับเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5

 

                    ทั้งนี้ ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์มีกฎหมายควบคุมที่พักอาศัยประเภทหอพัก โดยกำหนดให้มีจดทะเบียนประกอบธุรกิจอยู่แล้ว ทำให้ธุรกิจประเภทหอพักขนาดใหญ่มีการกำกับดูแล และควบคุมรวมถึงคุ้มครอบผู้บริโภคอยู่แล้ว แต่ก็มีผู้ประกอบธุรกิจห้องเช่าที่เกิดใหม่จำนวนมาก ไม่ได้มีการจดทะเบียนและขออนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องเปิดให้บริการอยู่ โดยมากทำการเรียกเก็บค่าประกันห้อง และให้สัญญากับผู้เช่าว่าจะจ่ายคืนให้หลังจากย้ายออก หรือสิ้นสุดสัญญาการเช่าลง แต่พบความไม่ชอบมาพากล ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะไม่จ่ายเงินค้ำประกันคืน เมื่อผู้เช่าย้ายออก โดยอ้างว่าหักเงินค่าค้ำประกันเป็นค่าเสียหายในห้องพักในขณะที่มีการเช่าอยู่  ""สคบ.จึงจำเป็นต้องมีการออกประกาศ กำหนดให้ธุรกิจเช่าที่อยู่อาศัยที่เรียกเงินประกันเป็นธุรกิจควบคุมรายการ  ในหลักฐานการรับเงิน เพื่อให้สามารถลงโทษและเอาผิดกับผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้เช่าในปัญหาดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีการร้องเรียนเข้ามาแต่สคบ. ก็ไม่สามารถเอาผิดผู้ประกอบการได้ เนื่องจากไม่มีใบเสร็จ หรือเอกสารรายการรับเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับเงินของผู้ประกอบการได้"" เลขาธิการสคบ.กล่าวให้เห็นถึงช่องโหว่ในการเอาผิดกับเจ้าของกิจการ

 

                    แต่ทั้งหมดแล้ว ทางสคบ.ต้องเดินหน้าควบคุมเจ้าของกิจการที่อาศัยโอกาสในการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยจะเร่งผลักดันให้มีการประกาศใช้ให้ธุรกิจเช่าที่อยู่อาศัยที่เรียกเงินประกันเป็นธุรกิจควบคุมรายการ ในหลักฐานการรับเงินภายในวันที่ 1 ม.ค. 2550 โดยธุรกิจที่เข้าข่ายต้องมีการปล่อยเช่าห้องพักอาศัยตั้งแต่ 5 ห้องขึ้นไป

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ