Loading

กรมโยธาฯ แก้ 2 กฎเหล็

วันที่ : 10 กรกฎาคม 2549
กรมโยธาฯ แก้ 2 กฎเหล็ก

                    ดูเหมือนปมปัญหาด้านข้อกฎหมาย กฎเหล็ก ที่นักธุรกิจนักลงทุนมองว่ายังเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหา ตึกก่อสร้างร้างที่มีอยู่เกลื่อนกรุงเทพฯ ร่วม 281 แห่ง น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

 

                    เมื่อกรมโยธาธิการและผังเมืองเตรียม แก้กฎกระทรวง ภายใน พ.ร.บ.ควบคุม อาคาร พ.ศ.2522 ให้เอื้อกับนโยบายของ ภาครัฐ ที่ต้องการจะนำซากอาคารร้างมา ปัดฝุ่นพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่า ขณะเดียวกัน ก็ลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

 

                    สำหรับระเบียบข้อกฎหมายที่จะปรับปรุงแก้ไข ประกอบด้วย กฎกระทรวงฉบับที่ 57 (พ.ศ.2544) ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฉบับที่ 10 (พ.ศ.2528) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดอายุ และการต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร ตลอดจนมาตรการผ่อนผันให้เจ้าของอาคาร ซึ่งก่อสร้างหรือดัดแปลงไม่เสร็จภายในอายุใบอนุญาต และไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาต หรือได้ใบอนุญาตใหม่ สามารถขออนุญาตเพื่อดำเนินการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารต่อไปจนเสร็จ หรือสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

 

                    กฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543) ว่าด้วยการกำหนดลักษณะ แบบ รูปทรง สัดส่วน เนื้อที่ ที่ตั้งของอาคาร ระดับเนื้อที่ของที่ว่างภายนอกอาคารหรือแนวอาคาร และระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับอาคารหรือเขตที่ดินของผู้อื่น หรือระหว่างอาคารกับถนนทางเท้าหรือที่สาธารณะ

 

                    ""ฐิระวัตร กุลละวณิชย์"" อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ยืนยันว่า กรมกำลังเร่งพยายามผลักดันแก้ไขกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ โดยได้ดำเนินการมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว ก่อนกระทรวงการคลังจะมีนโยบายเรื่องนี้ออกมาด้วยซ้ำ แต่ยังไม่เสร็จเรียบร้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนการแก้ไขตัวร่าง เนื่องจากกฤษฎีกาตีกลับมาให้แก้ไข

 

                    ""เมื่อกระทรวงการคลังมีนโยบายออกมาในลักษณะนี้ ก็คงจะต้องเร่งรัดพิจารณาร่างกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพราะจะช่วยให้ผู้ประกอบการอาคารร้างสามารถนำโครงการไปสานต่องานก่อสร้างได้""

 

                    เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา คือ เมื่อเจ้าของโครงการยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต จะสร้างได้ไม่เต็มแบบแปลนที่ยื่นขอไว้แต่แรก เพราะต้องทำตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายใหม่

 

                    เช่น บ้านแถว แต่ละคูหามีความกว้างจากเสาด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งไม่น้อยกว่า 4 เมตร มีความลึกของอาคารจากแนวผนังด้านหน้าชั้นล่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาได้น้อยลงกว่าเดิม และมีต้นทุนสูงขึ้น

 

                    พร้อมกับย้ำว่า งานนี้จะช่วยเฉพาะผู้ประกอบการที่ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้าง ตั้งแต่ปี 2535-2543 เท่านั้น เพราะเป็นช่วงเวลาที่กฎหมายใหม่ยังไม่มีผลบังคับใช้ ส่วนผู้ประกอบการที่มาขออนุญาตหลังจากนั้น คือ ตั้งแต่ปี 2544-2549 เป็นต้นไป จะต้องทำตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายใหม่ทุกประการ เพราะถือว่ากฎกระทรวงฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว

 

                    สำหรับเนื้อหาของกฎกระทรวงฉบับที่ 57 เกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ที่ประกาศใช้ไป ระบุว่าให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดอายุใบอนุญาตตามขนาดของพื้นที่อาคาร คือ ขนาดน้อยกว่า 10,000 ตารางเมตร ให้ใบอนุญาต 1 ปี ขนาดตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 100,000 ตารางเมตร ให้ใบอนุญาต 2 ปี

 

                    ขนาดตั้งแต่ 100,000 ตารางเมตรขึ้นไป ให้ใบอนุญาต 3 ปี ซึ่งในการต่อใบอนุญาตครั้งแรก จะต่ออายุได้ไม่เกินจากระยะเวลาที่มีการอนุญาตครั้งแรก

 

                    อย่างไรก็ตาม ถ้าโครงการไหนมีการต่ออายุ ใบอนุญาตมาแล้ว จะให้ต่ออายุได้ต่อเมื่อมีการ ก่อสร้างฐานรากทั้งหมดของอาคารแล้วเสร็จ หรือมีการก่อสร้างหรือดัดแปลงโครงสร้างของอาคารไปแล้วเกิน 10% ของพื้นที่อาคารที่ได้รับอนุญาต โดยจะต่ออายุใบอนุญาตได้อีกไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี และจะต้องรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารทุก 90 วัน

 

                    สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือดัดแปลงอาคารที่ไม่ได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ แต่การก่อสร้างได้ดำเนินการไปจนไม่อาจแก้ไขแบบแปลนเพื่อขออนุญาตใหม่ ตามหลักเกณฑ์ใหม่ได้ หากจะสร้างต่อจะต้องยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ใบอนุญาตหมดอายุ โดยให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์เดียวกับใบอนุญาตเดิม ยกเว้นเรื่องระบบการป้องกันอัคคีภัยและระบบความปลอดภัยในอาคาร

 

                    ส่วนกรณีที่ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือดัดแปลงไม่ได้รับการต่ออายุ หรือไม่สามารถต่ออายุได้ แต่พบว่าการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และไม่สามารถแก้ไขแบบแปลนเพื่อขอรับใบอนุญาตใหม่

 

                    ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง ที่ใช้บังคับอยู่ เจ้าของอาคารอาจยื่นคำขออนุญาตดัดแปลงอาคารเพื่อให้สามารถสร้างส่วนต่างๆ ของอาคารหรือติดตั้งงานระบบ และอุปกรณ์ต่างๆ ต่อไปเท่าที่จำเป็น

 

                    ทั้งนี้ เพื่อให้อาคารนั้นสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย จะไม่เป็นการเพิ่มความสูง และพื้นที่ของอาคาร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างส่วนที่จำเป็น

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ