Loading

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พัทยาสูญเงินนับแสนล้าน ตีความสิทธิถือครองที่ดินต่างชาติไม่ชั

วันที่ : 14 มิถุนายน 2549
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พัทยาสูญเงินนับแสนล้าน ตีความสิทธิถือครองที่ดินต่างชาติไม่ชัด

                    นายสง่า กิจสำเร็จ ประธานสมาพันธ์ ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมืองพัทยา ที่เกิดจากการรวมตัวของผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการบ้านจัดสรรในพื้นที่ กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากความคลุมเครือของตัวกฎหมาย เกี่ยวกับสิทธิในการถือครองที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ ที่มีภรรยาเป็นคนไทย ทำให้ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่ดินและหน่วยงานราชการในพื้นที่ ไม่กล้าออกเอก สารรับรองการถือครองสิทธิให้ เนื่องจากเกรงจะผิดกฎหมายที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทย ส่งผลเจ้าของโครงการกว่า 70 แห่งในเมืองพัทยา ไม่สามารถโอนบ้านจัดสรรที่มีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติในสัดส่วน 45%และชาวไทย 51% ได้เหมือนในอดีต ส่งผลต่อยอดการสูญเสียทางธุรกิจ ที่ขณะนี้มีมากนับแสนล้านบาท เหตุเพราะเจ้าของโครงการไม่มีเงินจ่ายผู้รับเหมา และอุปกรณ์การก่อสร้างต่างๆ ขณะเดียวกันโครงการ ที่เคยตั้งเป้าปิดการขายได้ในระยะเวลาที่กำหนด ก็มีอันต้องเลื่อนออกไป และหากยังปล่อยให้เกิดความคลุมเครือเช่นนี้ ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการต้องปิดตัวจำนวนมากในอนาคต

 

                    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ เข้าใจว่ากฎหมายตัวนี้ ออกมาเพื่อป้องกันการเข้ามากว้านซื้อที่ดินของชาวต่างชาติ

และยังเป็นการป้องกันการฟอกเงิน ซึ่งความจริง ชาวต่างชาติไม่สามารถเข้ามาซื้อที่ดินผืนใหญ่ เพื่อทำธุรกิจได้อยู่แล้ว จะทำได้ก็เพียงการเช่าที่ดิน 30 ปีจากเจ้าของที่ดินคนไทย แต่ในส่วนของการซื้อบ้านจัดสรร ไม่น่าที่จะมีผล เพราะกฎหมายเคยกำหนดให้ชาวต่างชาติสามารถมีสิทธิ ในการถือทรัพย์สิน ในลักษณะนิติบุคคลได้ในสัดส่วน 49% และจะต้องมีชาวไทยถือครองร่วมในสัดส่วน 51%

 

                    ""ส่วนใหญ่การซื้อบ้านจัดสรรของชาวต่างชาติ มักมีภรรยาชาวไทย แต่เมื่อกระทรวงมหาดไทย ส่งหนังสือ

แจ้งเรื่องสิทธิในการถือครองที่ดิน มายังหน่วยงานราชการต่าง ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ดินเอง ไม่กล้าออกเอกสารรับรอง เพราะกลัวผิดกฎหมาย""นายสง่ากล่าว

 

                    นายสง่า ยังบอกอีกว่าที่ผ่านมาสมาพันธ์ฯ ได้ประชุมร่วมกับเมืองพัทยา เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักในการทำ

เรื่องถึงจังหวัด เพื่อทำหนังสือต่อไป ยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ส่งผู้เชี่ยวชาญเดินทางมาตีความในตัวกฎหมายดังกล่าว ว่าแท้จริงแล้วชาวต่างชาติที่เข้ามาแต่งงานกับหญิงไทย สามารถซื้อบ้านจัดสรรเพื่ออยู่อาศัยได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเจ้าของโครงการหลายแห่ง สามารถโอนบ้านจัดสรร ให้แก่สามีภรรยาชาวต่างชาติและคนไทย ที่เข้ามาซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยได้นานนับ 10 ปี แต่ขณะนี้การดำเนินงานต้องหยุดชะงัก เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ ยังไม่กล้าตัดสินใจ จนกว่าจะมีการตีความกฎหมายให้ชัดเจนก่อน

 

                    ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในเร็วๆ นี้สมาพันธ์ฯ จะเชิญเจ้าหน้าที่ที่ดินเมืองพัทยา สรรพากรในพื้นที่ ส.ส. ส.ว.ฯลฯ ประชุมร่วมกัน เพื่อตีความกฎหมายดังกล่าว แต่คงเป็นการดำเนินการในเบื้องต้นเท่านั้น ในหลักการที่แท้จริง อยู่ที่เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางของกระทรวงมหาดไทย ที่สมาพันธ์ฯต้องการให้เข้ามาอธิบาย ถึงตัวกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และสมาพันธ์ฯ เข้าใจว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ที่ทำโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายให้แก่ชาวต่างชาติที่มีภรรยาเป็นคนไทย ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ขณะเดียวกันสมาพันธ์ฯ ยังต้องการทราบอีกว่า หากกฎหมายดังกล่าวระบุว่าบ้านจัดสรรไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ชาวต่างชาติ ที่เข้ามาแต่งงานกับหญิงไทยได้ แล้วการดำเนินงานที่ผ่านมาในอดีต จะผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ