Loading

มท.ออกกฎโหดคุมตึกสูงทั่วไท

วันที่ : 24 พฤษภาคม 2549
มท.ออกกฎโหดคุมตึกสูงทั่วไทย

                    ภายหลังจากกระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงให้อาคารสูง และอาคารพิเศษขนาดใหญ่ติดตั้งหน้ากากป้องกันควันพิษ นอกจากถังดับเพลิงปรากฏว่า ได้สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม อาคารชุด กิจการสำนักงาน สถานพยาบาล ภัตตาคาร สถานบริการ ห้างสรรพสินค้า โรงหนัง หอประชุม สถานศึกษา สถานกวดวิชา และสถานีรถไฟฟ้า เพราะค่าติดตั้งแพงมาก แถมยังเป็นสินค้า 5 ปี หมดอายุต้องแบกรับภาระไม่รู้จบสิ้น ประการสำคัญต้องขออนุญาตจากกรมอุตสาหกรรมทหารด้วย เพราะถือเป็นยุทธภัณฑ์

 

                    นายพันธ์เลิศ ใบหยก ประธานกรรมการ บริษัท ภูมิภวัน จำกัด ผู้บริหารโรงแรมใบหยก สกาย เปิดเผยสยามธุรกิจว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมได้รับความเดือดร้อนอย่างมากภายหลังจากกระทรวงมหาดไทยประกาศใช้กฎกระทรวงให้ผู้ประกอบการอาคารขนาดต่างๆ เช่น โรงแรม สำนักงาน สถานพยาบาล ภัตตาคารห้างสรรพสินค้า ต้องติดตั้งหน้ากากป้องกันควันพิษตามห้องต่างๆ นอกเหนือจากที่เคยมีเพียงถังดับเพลิงเท่านั้น กฎกระทรวงฉบับนี้ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะจะต้องใช้เงินจำนวนมากในการจัดซื้อหน้ากากป้องกันควันพิษตามที่กฎหมายกำหนด   ยกตัวอย่างกรณีโรงแรมใบหยก สกาย มีห้องพัก 1,000 ห้อง แต่ละห้องต้องใช้หน้ากากป้องกันควันพิษ 2 ชุด หรือประมาณ 2,000 ชุด แต่ปรากฏว่าหน้ากากป้องกันควันพิษมีราคาแพงมาก ตกราคาชุดละ 2,000-3,000 บาททำให้ต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้นเกือบ 5,000,000 บาท ประการสำคัญ หน้ากากป้องกันควันพิษมีการระบุวันหมดอายุของสินค้าด้วยทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระอย่างไม่รู้จบสิ้น 

 

                    ดร.วิชา จิวาลัย ที่ปรึกษาสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ถ้าหากมีกฎกระทรวงกำหนดให้อาคารชุดมีการติดตั้งหน้ากากป้องกันควันพิษภาครัฐควรจะต้องประกาศและจัดทำประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบกันก่อนเนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวถือเป็นอุปกรณ์ประจำตัวของผู้ใช้อาคาร จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะมาประกาศบังคับใช้กันอย่างทันทีทันใด ควรที่จะได้มีการพูดคุยกับสมาคมฯ หรือตัวแทนสมาคมธุรกิจที่เกี่ยวข้องแต่ละประเภทก่อน ตามปกติอาคารชุดเมื่อได้มีการสร้างเสร็จผู้ประกอบการจะไม่เกี่ยวข้องกับตัวอาคารอีก แต่จะเป็นเรื่องของทีมบริหารแต่ละโครงการ หรือนิติบุคคลอาคารชุด ที่จะต้องทำการบริหารอาคารร่วมกับเจ้าของห้องชุด ซึ่งถ้าหากต้องมีการติดตั้งหน้ากากฯ ก็ต้องให้ 2 ฝ่ายนี้เห็นชอบและยินยอมจ่ายเงินซื้อ และติดตั้งอุปกรณ์นี้เอง จึงต้องนำมาคิดดูว่า จ่ายเงินไปแล้วคุ้มค่าหรือไม่

 

                    ด้านนายอัฐ ทองแตง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงพยาบาลในเครือพญาไท เปิดเผยว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลในเครือพญาไท เปิดเผยว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลได้รับแจ้งให้มีการติดตั้งหน้ากากป้องกันควันพิษ แต่จากการตรวจสอบราคาสินค้าดังกล่าวพบว่ามีราคาแพงมากชุดละ 2,000-3,000 บาทและมีผู้จำหน่ายน้อยมากเพียง 2-3 รายเท่านั้นที่สินค้าได้ตรงตามมาตรฐานกำหนด นอกจากนี้ มาตรฐานของหน้ากากป้องกันควันพิษที่ระบุไว้ในกฎหมายเป็นสเปกที่สูงมาก จากปัญหาดังกล่าวทางเครือโรงพยาบาลพญาไทจึงยังไม่ได้ติดตั้งหน้ากากป้องกันควันพิษ เพราะจากการสอบถามโรงพยาบาลเอกชนก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ดังนั้น ผู้บริหารโรงพยาบาลเครือพญาไทจึงได้ทำหนังสือถึงสมาคมโรงพยาบาลเอกชนช่วยเจรจากับทางภาครัฐเพื่อหาทางออกให้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

 

                    จากการตอบสอบของ สยามธุรกิจพบว่า บริษัทที่จำหน่ายหน้ากากป้องกันควันพิษที่ได้บริษัทโอลิเวอร์ จำกัด เป็นผู้นำเข้าหน้ากากป้องกันควันพิษจากจีน ราคาชุดละ 4,500   บาทสามารถรองควันและก๊าซพิษได้ 15 นาที และจากเยอรมนี ราคาชุดละ 7,000 บาท กรองควันและก๊าซพิษได้ 30 นาที แต่ต้องรอ 60 วันถึงจะได้สินค้า สินค้าทั้งหมดมีอายุใช้งานภายใน 5 ปีนับตั้งแต่วันผลิต บริษัท โอลิเวอร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2541 ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจซื้อมาขายไปสินค้าในประเทศและนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศสำนักงานตั้งอยู่ที่ซอยประชาชื่น 37 มีนางสุจิตรา ผ่องพรมราช เป็นผู้มีอำนาจ 2.บริษัท P.T.K. Equipment Limited Partnership เป็นผู้จำหน่ายหน้ากากป้องกันควันจากจีน แต่ได้มาตรฐาน C.E.จากยุโรป ราคาชุดละ 3,500 บาท สามารถกรองควันพิษได้ 15 นาที บริษัทมีบริการส่งเสริมการขายด้วยการขอยื่นติดตั้งยุทธภัณฑ์ต่อกรมอุตสาหกรรมทหารให้ฟรีด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังมีสินค้าที่กรองควันพิษได้ 30 นาที ด้วย ราคาชุดละ 2,600 บาท กรองควันพิษได้ 60 นาที ราคา 3,600 บาท แต่ไม่ต้องต้องตามกฎหมายกำหนด บริษัท P.T.K.ฯ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2534 เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับค้าปลีกอุปกรณ์นิรภัย ส่วนบุคคล สำนักงานตั้งอยู่ถนนหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา มีนายสิริโชค ห่อสมบัติ  เป็นผู้มีอำนาจ และน.ส.ปณิชา ใบโพธิ์ทอง 3.บริษัท นิปปอน เคมีคอล จำกัด มีนายกำพล เลิศเกรียงไกรยิ่งและนายชวลิต ตระกูลเชิดชูไชย เป็นกรรมการ จำหน่ายหน้ากากป้องกันควันพิษราคาชุดละ 3,900 บาท นำเข้าจากประเทศในยุโรป นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่จำหน่ายและนำเข้าหน้ากากป้องกันควันพิษ แต่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ประกาศกกฎกระทรวงมหาดไทยกำหนด

 

                    ส่วนกฎกระทรวงที่ออกมาทำให้ผู้ประกอบการอาคารต่างๆ ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้าครั้งนี้เรียกว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องให้ผู้ประกอบกิจการอันอาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย มีไว้ซึ่งอุปกรณ์เครื่องช่วยในการหนีไฟจากอาคารที่ประกอบกิจการ ประกาศวันที่ 8 มีนาคม 2548 สมัยที่นายสุธรรม แสงประทุม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการมหาดไทย และปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 4 เมษายน 2548 หน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษต้องมีตัวกรองซึ่งบรรจุสารเคมีที่ใช้กรองควันและก๊าซพิษได้อย่างน้อยกว่า 15 นาที กฎกระทวงฉบับดังกล่าว ข้อ 2 (1) ระบุว่ากิจการโรงแรม กิจการอาคารชุดที่ให้เช่าหรืออยู่อาศัยชั่วคราว ต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อยห้องละ 2 ชุด มีไฟฉายฉุกเฉินอย่างน้อยห้องละ 1 ชุด

และมีคู่มือความปลอดภัยและข้อควรปฏิบัติขณะเกิดเพลิงไหม้อย่างน้อยห้องละ 1 ชุด บริเวณห้องโถงและทางเดินต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อย 1 ชุด ต่อพื้นที่ทุกๆ 200 ตารางเมตร (2) กิจการสำนักงานต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อย 1 ชุด ต่อพื้นที่ทุกๆ 25 ตารางเมตร (3) กิจการสถานพยาบาลต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อยห้องละ 2 ชุด มีไฟฉายฉุกเฉินอย่างน้อยห้องละ 1 ชิดในบริเวณห้องโถงและทางเดินต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อย 1 ชุด ต่อพื้นที่ทุกๆ 200 ตารางเมตร

 

                    (4) กิจการภัตตาคารและสถานบริการต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อย 1 ชุดต่อพื้นที่ทุกๆ 25 ตารางเมตร กรณีแบ่งเป็นห้องและมีเตียงหรือที่นอนไว้บริการลูกค้าต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อยห้องละ 2 ชุด และมีไฟฉายฉุกเฉินอย่างน้อยห้องละ 1 ชุด (5) กิจการห้างสรรพสินค้ากิจการโรงมหรสพ กิจการหอประชุม ต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อย 1 ชุด ต่อพื้นที่ทุกๆ 100 ตารางเมตร (6) กิจการสถานศึกษาและกิจการสถานกวดวิชา ต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อย 1 ชุด ต่อพื้นทุกๆ 25 ตารางเมตร (7) กิจการสถานีรถไฟฟ้าต้องจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษอย่างน้อย 1 ชุด ต่อพื้นทุกๆ 25 ตารางเมตร

 

                    รายงานข่าวจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการประกาศกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ประกอบกิจการอันอาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย มีไว้ซึ่งอุปกรณ์เครื่องช่วยในการหนีไฟจากอาคารที่ประกอบกิจการ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2548 ที่ผ่านมา โดยขณะนั้นมีนายสุนทร ริ้วเหลืองดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งสาเหตุของการออกกฎหมายให้เจ้าของอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษจัดให้มีหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษ ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินเมื่อเกิดอัคคีภัย และหากในอาคารดังกล่าว มีการประกอบกิจการอันอาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่ายก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในการป้องกันและระงับ ก็มีข้อจำกัดในการเข้าบรรเทาความเสียหาย จึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมรับผิดชอบเพื่อช่วยลดความสูญเสียชีวิตมากขึ้น

 

                    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้มีอาคารใดทำการติดตั้งหน้ากากป้องกันไอร้อนและควันพิษเนื่องจากหาซื้อได้ยาก ราคาแพง ประการสำคัญถือเป็นยุทธภัณฑ์ที่เป็นเหมือนอุปกรณ์ที่ใช้ในทางทหาร อาทิ เสื้อเกราะ ซึ่งหากมีไว้ครอบครองจะต้องทำการขออนุญาตทางทหารเสียก่อน จึงจะสามารถทำการสั่งซื้อได้ รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า การติดตั้งหน้ากากป้องกันควันพิษโดยบริษัทนำเข้าน้อยราย ไม่ได้เป็นการเอื้อเอกชนที่นำเข้าแต่อย่างใด

 

                    นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ชี้แจงต่อกรณีการออกกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวว่า กรณีที่มีการออกประกาศให้ผู้ประกอบกิจการอันอาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่ายมีไว้ ซึ่งอุปกรณ์เครื่องช่วยในการหนีไฟจากอาคารที่ประกอบกิจการในอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาทิกิจการโรงแรม อาคารชุด กิจการสำนักงาน สถานพยาบาล ภัตตาคาร และสถานบริการ ห้างสรรพสินค้า โรงมหรสพ หอประชุม สถานศึกษา สถานกวดวิชา และสถานีรถไฟฟ้า ที่จะมีหน้ากากป้องกันไอร้อน และควันพิษ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องช่วยในการหนีไฟจากอาคารหรือสถานประกอบกิจการหลังจากประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ออกไปปรากฏว่ามีผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากและได้รับการร้องเรียนต่อปภ.ให้ชะลอการบังคับใช้กฎกระทรวงฉบับนี้อย่างจริงจังออกไปก่อน ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายบังคับรวมถึงนักวิชาการด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปในการดำเนินงานอย่างไรต่อไป การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการป้องกันและลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากอัคคีภัยและเป็นการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย มีความเข้าใจในหลักการ ขั้นตอน วิธีการปฏิบัติสามารถรองรับและเข้าจัดการได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดภัยขึ้น อีกทั้งเป็นการช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจและสามารถช่วยเหลือตนเองและชุมชนในเบื้องต้นได้

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ