Loading

กรมที่ดินคุมเข้มต่างด้าวซื้อคอนโด รับลูกธปท.ออกกฎป้องกันซิกแซ

วันที่ : 17 เมษายน 2549
กรมที่ดินคุมเข้มต่างด้าวซื้อคอนโด รับลูกธปท.ออกกฎป้องกันซิกแซก

                    แหล่งข่าวจากกรมที่ดินเปิดเผย ""ประชาชาติธุรกิจ"" ว่า  กรมที่ดินได้ออกประกาศกรมที่ดิน เรื่องหลักฐานที่คนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวต้องนำมาแสดงเพื่อขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุด หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งให้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเงินเข้ามาซื้อห้องชุดในประเทศไทยของชาวต่างชาติ เพิ่มเติมจากหลักเกณฑ์ที่กรมที่ดินได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับหลักฐานที่คนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวต้องนำมาแสดงเพื่อขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุด โดยประกาศดังกล่าวลงนามโดยร้อยตรีขันธ์ชัย วิจักขณะ รองอธิบดีกรมที่ดิน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ผ่านมา และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2549

 

                    ทำให้คนต่างด้าวที่ซื้อห้องชุดในอาคารชุดจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขดังกล่าว จึงสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ในห้องชุดโดยถูกกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามก็อาจไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในห้องชุด โดยการคุมเข้มเรื่องการชำระเงินค่าห้องชุดก็เพื่อให้ ธปท.สามารถตรวจสอบได้ว่าคนต่างด้าวนำเงินเข้ามาซื้อห้องชุดจริง

 

                    สำหรับแนวทางปฏิบัติในการได้มาซึ่งห้องชุดของคนต่างด้าวตามที่ ธปท.กำหนด ดังนี้

                    1.กรณีชำระเงินมัดจำเป็นเงินสด แยกเป็น 1.1 ชำระเป็นเงินบาท ต้องมีหลักฐานซึ่งแสดงที่มาของเงินนั้นมาประกอบ เช่น นำเงินบาทติดตัวมาจากต่างประเทศ ต้องแสดงหลักฐานใบสำแดงการนำเงินบาทเข้ามาในประเทศ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรประทับตราและลงชื่อแล้ว เป็นเงินบาทที่ได้จากการนำเงินตราต่างประเทศมาขายรับบาท ต้องแสดงหลักฐานการขายเงินตราต่างประเทศหรือ ใบแจ้งเงินโอนเข้าที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์เป็นเงินบาทที่ถอนจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศต้องแสดงหลักฐานใบแจ้งเงินโอนเข้าที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ เป็นการ ถอนเงินบาทผ่านเครื่อง ATM (Automatic Teller Machine) ต้องแสดงหลักฐานหนังสือรับรองจากธนาคารผู้ให้บริการจ่ายเงินตามบัตร ATM ว่าได้มีการเรียกเก็บเงินจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรตามจำนวนดังกล่าวจริง 1.2 ชำระเป็นเงินตราต่างประเทศ ต้องแสดงหลักฐานการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารพาณิชย์ตามระเบียบ โดยระบุวัตถุ ประสงค์ในการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศว่า เป็นเงินที่ได้รับจากการขายห้องชุดให้แก่คนต่างด้าว พร้อมระบุชื่อผู้ชำระเงิน และใช้หลักฐานการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศ หรือใบแจ้งเงินโอนเข้าที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์เป็นหลักฐานการนำเงินจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร

 

                    2.กรณีชำระเงินมัดจำโดยใช้บัตรเครดิตหรือเช็ค ต้องแสดงหลักฐาน ดังนี้ 2.1 หนังสือรับรองของบริษัทบัตรเครดิต หรือ 2.2 หนังสือรับรองของธนาคารผู้ให้บริการจ่ายเงินตามบัตรเครดิตหรือเช็ค โดยให้รับรองว่าได้มีการเรียกเก็บเงินตามบัตรเครดิตหรือเช็คจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรตามจำนวนดังกล่าวจริง

 

                    3.หนังสือของธนาคารในต่างประเทศที่คนต่างด้าวนั้นฝากเงินอยู่ ซึ่งรับรองว่าได้มีการถอนเงินจากธนาคารในต่างประเทศเพื่อนำมาชำระค่าห้องชุดในประเทศไทย เมื่อนำมาใช้ประกอบกับหลักฐานการชำระเงินมัดจำเป็นเงินสด หรือการชำระเงินมัดจำโดยใช้บัตรเครดิต หรือเช็ค สามารถใช้เป็นหลักฐานว่ามีการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรได้โดยอนุโลม

 

                    4.ตามหลักเกณฑ์ทั่วไป การนำเงินสด บัตรเครดิต หรือเช็ค มาชำระเป็นเงินมัดจำ ควรให้คนต่างด้าวแสดงหลักฐานที่มาของเงินนั้น โดยแสดงหลักฐานดังนี้ 4.1 หลักฐานการขายเงินตราต่างประเทศ หรือ 4.2 ใบแจ้งเงินโอนเข้าที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ หรือ 4.3 หนังสือรับรองการเรียกเก็บเงินจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรของธนาคารพาณิชย์ผู้ให้บริการ หรือ 4.4 หลักฐานอื่นใดซึ่งสามารถบ่งชี้ที่มาของเงิน

 

                    แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันการขอได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดของคนต่างด้าว และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าว มีอาทิ ได้โดยการรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม นำเงินมาลงทุนตามที่กฎหมายกำหนด คือไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ได้มาโดยการนำเงินเข้ามาลงทุนตามที่กฎหมายกำหนด เช่น กฎหมายส่งเสริมการลงทุน สำหรับกรณีคนต่างด้าวขอถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดในประเทศไทยได้ ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และมาตรา 98 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่กฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวซึ่งนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร หรือถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ หรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ