Loading

ปัญหาอุปสรรค One Stop Servic

วันที่ : 9 เมษายน 2549
ปัญหาอุปสรรค One Stop Service

                    ปัญหาอุปสรรคจากความซ้ำซ้อนในการขออนุญาตนอกจากกระบวนการขั้นตอนและจำนวนหน่วยงานที่ต้องขออนุญาตเป็นจำนวนมากแล้ว ในหลายกรณี พบว่า คณะกรรมการ หรือบุคคลผู้พิจารณาอนุญาต เป็นบุคคลเดียวกัน หรือมีความซ้ำซ้อนกัน เช่น การขออนุญาตค้าที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 101 ก็เป็นความซ้ำซ้อนกับการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน และผู้ลงนามอนุญาต ก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เป็นประธานคณะกรรมการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ ""กรมที่ดินอยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอยกเลิกการขออนุญาตค้าที่ดินเพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนที่ต้องการจะจัดสรรที่ดินไม่ต้องยื่นขออนุญาตค้าที่ดิน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินการ(6) หรือกรณีความซ้ำซ้อนที่จะต้องขออนุญาตเชื่อมทาง หรือท่อระบายน้ำก่อน เพื่อเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งสำหรับโครงการจัดสรรที่ดินหากไม่มีใบอนุญาตเชื่อมทางหรือระบายน้ำ ก็ไม่สามารถผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการจัดสรรได้อยู่แล้ว หรือกรณีที่ผู้ประกอบ การต้องขออนุญาตก่อสร้างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในขณะที่ต้องขอเลขหมายประจำบ้านจากองค์กรปกครองส่วนภูมิภาค หรือกรณีการขออนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามคลองก็มีความซ้ำซ้อนระหว่างองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นกับองค์กรปกครองส่วนกลาง จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการจะต้องยื่นขออนุญาตก่อสร้างสะพานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น กทม. หรือ อบต. ในขณะเดียวกันก็ต้องยื่นขออนุญาตก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลำน้ำจากสำนักงานขนส่งทางน้ำ และยังต้องมีคณะกรรมการในระดับจังหวัดเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานและมีองค์ประกอบของคณะกรรมการซึ่งซ้ำซ้อนอยู่ในคณะกรรมการจัดสรรที่ดินอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อคณะกรรมการให้ความเห็นชอบแล้วก็ต้องส่งเรื่องไปยังกรมการขนส่งทางน้ำเพื่อพิจารณาอนุญาต หรือไม่อนุญาตต่อไป 3. ความขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกันของกฎหมาย หรือระเบียบปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานประเด็นความขัดแย้ง หรือไม่สอดคล้องกันของกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง เช่นกรณีที่การขออนุญาตจัดสรรต้องใช้หลักฐานการได้รับอนุญาตให้เชื่อมทางสาธารณะ หรือตัดคันหินทางเท้า หรือหนังสืออนุญาตให้ระบายน้ำลงคูคลองสาธารณะ ซึ่งต้องขออนุญาตจาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะมีระเบียบปฏิบัติว่า การขออนุญาตนั้น ต้องแนบใบอนุญาตก่อสร้างอาคารมาเป็นองค์ประกอบของการขออนุญาตดังกล่าว แต่ในขณะเดียวกันการจะขออนุญาตก่อสร้างได้นั้น จะต้องได้รับใบอนุญาตจัดสรรก่อน จึงจะนำแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินมาดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างได้

 

                    ปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวกับกฎหมายในการจัดทำโครงการจัดสรรที่ดินยังมีอีกหลายประเด็นปัญหา เช่น ปัญหาการตีความในตัว พรบ. หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งแตกต่างกันในแต่ละจังหวัดหรือแต่ละท้องถิ่น จนกระทั่งบางครั้งในข้อกำหนดเดียวกันบางท้องถิ่นสามารถจัดสร้างทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์ได้ ขณะที่บางท้องถิ่นไม่สามารถจัดทำโครงการได้แม้แต่บ้านเดี่ยว รวมถึงประเด็นที่กฎหมายบางฉบับให้อำนาจการใช้ดุลยพินิจของผู้อนุญาตมากกกว่าการมีข้อให้ปฏิบัติหรือห้ามปฏิบัติทำให้ผู้ประกอบธุรกิจขาดแนวทางที่ชัดเจนในการดำเนินงาน

 

                    แต่ทั้งนี้ประเด็นปัญหาและอุปสรรคทั้ง 3 ประการที่ได้กล่าวมาข้างต้น คือ การยื่นขออนุญาตจัดสรรมีหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ปัญหาอุปสรรคเรื่องความซ้ำซ้อนในการขออนุญาตและกรณีความขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกันของกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานจะเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการพิจารณาแนวทางการจัดทำ One Stop Service ซึ่งที่ผ่านมากรมที่ดินได้ให้ความเห็นว่า

 

                    ""กรมที่ดินได้พยายามหาวิธีการและแนวทางแก้ไขปัญหามาโดยตลอดและ  ในทางปฏิบัติคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกรุงเทพมหานครได้ผ่อนปรนโดยลดขั้นตอนหลายลักษณะด้วยกัน อาทิเช่น อนุญาตให้รังวัดและจดทะเบียนแย่งแยกไปก่อนออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินได้ อย่างไรก็ดีเพื่อให้ได้แนวทางและวิธีการที่เป็นรูปธรรม จึงได้มอบหมายให้สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กรมที่ดินพิจารณาหาแนวทาง จัดทำระบบ "" One Stop Service"" โดยนำวิธีการและระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกันมาศึกษา โดยได้ข้อสรุปจาการประชุมในเบื้องต้นว่าควรศึกษาขั้นตอนการดำเนินการของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาว่าควรจะมีการจัดตั้งศูนย์ One Stop Service หรือไม่ อย่างไร จึงให้ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้ 1. จัดหาข้อมูลการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน 2. ระบุหลักฐานและเอกสารที่จะต้องใช้ประกอบการขอจัดสรรที่ดินที่จะต้องแสดงให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาว่ามีอะไรบ้าง "" (7) บทสรุป เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ต้องการให้ ""การพิจารณาแผนผังโครงการ และวิธีการจัดสรรที่ดินตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินคณะกรรรมการจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาได้รับคำขอ ซึ่งถ้าหากคณะกรรรมการไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 45 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ถือว่าคณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบ แผนผังโครงการ และวิธีการจัดสรรที่ดินนั้นแล้ว"" (8) แต่จากปัญหาและอุปสรรคที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นว่าปัญหาอุปสรรคและขั้นตอนต่างๆเกิดขึ้น ในกระบวนการทั้งก่อนและหลังจากการได้รับใบอนุญาตจัดสรร ซึ่งก่อนที่การจัดทำระบบ One Stop Service จะเป็นรูปธรรม ก็เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจัดสรรที่ดินต้องมีความระมัดระวัง และเตรียมการเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนาโครงการ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรพบว่า ""ในหลายกรณีผู้ประกอบการไม่มีความประสงค์จะหลบเลี่ยงการยื่นขออนุญาตจัดสรรที่ดิน แต่ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ และมิได้ตระเตรียมการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้อง กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงต้องหลบเลี่ยงการยื่นขออนุญาตจัดสรร และมีผลทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไปด้วย

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ