Loading

อสังหาเบรกผุดโครงการ

วันที่ : 1 กุมภาพันธ์ 2562
นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกปี 62 ประเมินว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ ถือเป็นสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีความไม่แน่นอนในหลายประเด็น โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่ต้องรอผลและหน้าตาของรัฐบาลใหม่ ที่เชื่อว่าจะเป็นรัฐบาลผสมจะมีนโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างไร ทำให้ช่วง 6 เดือนนี้จะเห็นแต่ละโครงการนำสต๊อกเดิมที่มีอยู่มาจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อระบายและหนีผลกระทบกับเกณฑ์การให้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใหม่ที่มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย.62
          หวั่นสะดุดขารัฐบาลใหม่

          นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกปี 62 ประเมินว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ ถือเป็นสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีความไม่แน่นอนในหลายประเด็น โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่ต้องรอผลและหน้าตาของรัฐบาลใหม่ ที่เชื่อว่าจะเป็นรัฐบาลผสมจะมีนโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างไร ทำให้ช่วง 6 เดือนนี้จะเห็นแต่ละโครงการนำสต๊อกเดิมที่มีอยู่มาจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อระบายและหนีผลกระทบกับเกณฑ์การให้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใหม่ที่มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย.62

          ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์คาดว่าจะเติบโตเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์มีปัจจัยลบที่กระทบต่อเนื่องจากปีก่อน ทั้งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น, มาตรการแอลทีวี และแนวโน้มของราคาที่ดินปี 62 ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลใกล้แนวรถไฟฟ้ายังคงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหรือจะปรับเพิ่มขึ้น 10% เช่นเดียวกันกับที่ดินในกรุงเทพฯที่ปัจจุบันเริ่มมีจำนวนจำกัด ส่งผลให้มูลค่าปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยยังคงสูงเช่นกัน

          นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยปีนี้จะเติบโตจากปีที่แล้วประมาณ 4% ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกและการเลือกตั้งของไทยที่มีผลต่อผู้ประกอบการที่เตรียมจะลงทุน โดยเฉพาะโครงการพื้นที่อีอีซี ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ทั้งในพื้นที่อุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยโดยรอบ ที่อาจชะลอตัวดูความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลใหม่ รวมไปถึงผู้ลงทุนก่อสร้างคอนโดมิเนียม เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ใช้เงินจำนวนมาก

          นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการ ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวในงานสัมมนาอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจ ปี 62 จัดโดย 3 สมาคม ทั้งสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่สำคัญและไม่ว่ารัฐบาลยุคใดไม่สามารถปฏิเสธได้ หากดูจากข้อมูล ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 200,000 ล้านบาท ถือว่ามีส่วนช่วยให้จีดีพีโตได้ถึง 8%

          "ประเทศไทยกำลังจะเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. 62 เบื้องต้นหลายฝ่ายยังคาดเดาไม่ได้ถึงเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ เนื่องจากเป็นรูปแบบรัฐบาลผสม และหากไม่สามารถตกลงกันได้เมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว ก็มีแนวโน้มที่รัฐบาลใหม่จะยุบสภาได้ เมื่อภาพรวมยังมีทิศทางเช่นนี้ ผู้ประกอบการต้องวางแผนดำเนินธุรกิจและให้ความสำคัญกับปัจจัยการเมือง โดยมองว่าการปรับตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะย่อตัว หรือต้องทำแผนธุรกิจอย่างระมัดระวัง และอยากให้ผู้ประกอบการหันมาดูที่อยู่อาศัยมือ 2 เพราะแทนที่จะลงทุนซื้อที่ดินและลงทุนใหม่ ก็สามารถซื้อทรัพย์สินรอขายของธนาคารในราคาที่เหมาะสมมาปรับปรุง"

          ขณะเดียวกันในฐานะที่ปรึกษา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ทราบว่าขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดทำนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่อยู่อาศัยหรือบ้าน บีโอไอ โดยเตรียมปรับปรุงสิทธิประโยชน์ใหม่ เพื่อดึงดูดเอกชน
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ