Loading

อนันดา ทุ่มกว่า38,000ล้าน ลุย10โครงการ-ยึดเบอร์1คอนโดติดรถไฟฟ้า

วันที่ : 7 กุมภาพันธ์ 2562
นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าทบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอนันดาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในปี 2562 ว่า บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ จำนวน 10 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 38,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ประมาณ 42% แบ่งการพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 8 โครงการ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นโครงการร่วมทุนกับบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง จำกัด 7 โครงการ และโครงการ แนวราบ 2 โครงการ
          นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าทบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอนันดาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในปี 2562 ว่า บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ จำนวน 10 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 38,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ประมาณ 42% แบ่งการพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 8 โครงการ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นโครงการร่วมทุนกับบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง จำกัด 7 โครงการ และโครงการ แนวราบ 2 โครงการ

          "ในปี 2562 บริษัทยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์พัฒนาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โดยเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ซึ่งยังคงได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างมิตซุย ฟูโดซัง เป็นอย่างดีตั้งแต่เริ่มร่วมทุนในปี ค.ศ. 2013 จนถึงปัจจุบัน ทำให้บริษัทเป็นอันดับหนึ่งที่มีมูลค่าการร่วมทุนสูงที่สุดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าในการพัฒนาโครงการร่วมทุนเพิ่มขึ้น ด้วยมูลค่าโครงการร่วมทุนเกินกว่า 157,600 ล้านบาท ในปี 2562 เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีมูลค่า 128,000 ล้านบาท"นายชานนท์ กล่าว

          โดยในปี 2562 นี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 36,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จาก ปี 2561 ที่สามารถทำยอดขายได้ 31,500 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดโอนอยู่ที่ 36,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปี 2561 ที่ทำยอดโอนได้ 33,000 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 2562 บริษัทคาดว่า จะมีคอนโดมิเนียมที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและ เริ่มโอน 10 โครงการ เพิ่มเติมจากปี 2561 ซึ่งมีคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกว่า 10 โครงการ โดย ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 41,000 ล้านบาท จะทยอยโอนในช่วง 3 ปีนี้

          ทั้งนี้การลงทุนในอนาคต บริษัทยังมีกระแสเงินสดที่เพียงพอและแข็งแกร่งในการรองรับการลงทุน ซึ่งบริษัทมีกระแสเงินสดในมือกว่า 13,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคตและรองรับการขยายตัวของธุรกิจ พร้อมกับการมีทางเลือกในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายตามสถานการณ์ และการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด โดยรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ไว้ที่ 1 เท่า

          นอกจากนี้ยังมีแผนในการกระจาย ช่องทางรายได้ โดยการเพิ่มพอร์ตจากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) โดยบริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจและเป็นการลงทุนที่มีรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว จึงได้มีการเริ่มดำเนินโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ที่เป็นการจับมือกับพันธมิตรระดับโลก อย่าง ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งใน ผู้ประกอบการธุรกิจเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ ระดับลักชัวรี่ชั้นนำของโลก ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ 5 โครงการ ได้แก่ Somerset Rama 9, Ascott Embassy Sathorn, AscottThonglor, LYF Sukhumvit 8 และโครงการล่าสุดอยู่ระหว่างดำเนินโครงการที่ชายหาดพัทยากลาง

          ส่วนทิศทางกลยุทธ์การตลาดในปี 2562 นี้บริษัทให้ความสำคัญกับ 3 สิ่ง ได้แก่ 1.กลยุทธ์การบริหารจัดการโครงสร้าง และมาตรฐานของแต่ละแบรนด์สินค้า 2.ขับเคลื่อนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดด้วยแนวทางดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด และ 3.กลยุทธ์การเปิดโครงการใหม่ในปี 2562 นี้ที่จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าระดับกลางจนถึงพรีเมียม
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ