Loading

ตลาดบ้านหรูแรงไม่ตก

วันที่ : 12 กุมภาพันธ์ 2562
ชาญอิสสระฯ ชี้ตลาดบ้านซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่คู่แข่งน้อยอุปทานมีแค่ 10% เหตุที่ดินเมืองหาพัฒนายาก ยันมาตรการแบงก์ชาติไม่กระทบกำลังซื้อ
          ชาญอิสสระฯผุดโครงการใหม่2พันล้าน เจาะกำลังซื้อกลุ่มเศรษฐี

          ชาญอิสสระฯ ชี้ตลาดบ้านซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่คู่แข่งน้อยอุปทานมีแค่ 10% เหตุที่ดินเมืองหาพัฒนายาก ยันมาตรการแบงก์ชาติไม่กระทบกำลังซื้อ

          นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ เปิดเผยว่า ภาพรวมบ้านระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ถือว่ามีคู่แข่งน้อยไม่ถึง 10% ของตลาดรวม เนื่องจากมีข้อจำกัดทางด้านที่ดินเมืองที่หาพัฒนาได้ยากและวัสดุก่อสร้างต้องมีมาตรฐานสูง ล่าสุดบริษัทเปิดโครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ อิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9 มูลค่า 2,000 ล้านบาท จำนวน 20 หลัง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 9 ไร่ บนถนนพระราม 9  ราคาเริ่มต้น 100-170 ล้านบาท โครงการนี้ออกแบบก่อสร้างโดยบริษัท สถาปนิก 49 ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 50% คาดว่าถึงสิ้นปีนี้จะทำยอดขายได้ 90%

          สำหรับผลกระทบต่อบ้านหรูจาก มาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกเกณฑ์ LTV ใหม่มาเริ่มมีผลบังคับให้วันที่ 1 เม.ย. 2562 บริษัทมองว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อบ้านหรูส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และลูกค้าส่วนใหญ่ของชาญอิสสระฯ ที่ซื้อบ้านหรูนั้นส่วนใหญ่ใช้เงินสดซื้อในสัดส่วน 60-70% มากกว่าการใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน ขณะที่ผล กระทบของ LTV อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะระดับกลาง-ล่าง ที่มีการแข่งขันสูง ทำให้หลังจากมาตรการ LTV มีผลบังคับใช้จะส่งผลต่อการขายของตลาดกลาง-ล่างจะเกิดการชะลอตัวลง ส่วนภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ในปีนี้แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดัน แต่มองว่าการเมืองของไทยที่มีการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่มีความชัดเจน และมองว่าหลังจากจัดตั้งรัฐบาลแล้วรัฐบาลจะมีเสถียรภาพ ทำให้การเมืองนิ่งและส่งผลต่อความมั่นใจของประชาชน และช่วยให้ภาวะเศรษฐกิจมีการขยายตัวได้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาคอสังหาฯ ไทย

          ด้าน น.ส.อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งขันตลาดบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่เปิดตัวแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่มีราคาตั้งแต่ 70 ล้านบาทขึ้นไป ว่ามีจำนวน 7 โครงการเท่านั้น หรือคิดเป็นบ้าน 271 หลัง โดยแบ่งเป็น 3 ทำเลหลัก ได้แก่ ทำเลใจกลางเมือง หรือซีบีดี อาทิ สุขุมวิท สาทร ทำเลกรุงเทพฯ ชั้นกลาง อาทิ รัชดาภิเษก-พระราม 9 พัฒนาการตอนต้นและทำเลชานเมืองโดยรอบ เช่น เกษตรนวมินทร์ กรุงเทพกรีฑา บางนา

          ทั้งนี้ จากการศึกษาถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายโดยซีบีอาร์อี พบว่า ผู้บริโภคต้องการเลือกระหว่างบ้านเดี่ยวที่มีเนื้อที่แต่อยู่ชานเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางแต่ละวันไม่น้อย ในขณะที่ถ้าต้องการอยู่ใจกลางเมือง จำเป็นต้องเลือกอยู่ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านแนวสูงที่มีมากกว่า 3 ชั้นขึ้นไป ซึ่งพื้นที่แต่ะละชั้นถูกออกแบบมาเพียงแค่เป็นห้องนอน ไม่มีพื้นที่สำหรับกิจกรรมในครอบครัว อีกทั้งไม่มีพื้นที่สีเขียวภายในบริเวณบ้าน หรือเลือกอยู่คอนโด ซึ่งก็มีข้อจำกัดในพื้นที่และมีที่จอดรถไม่เพียงพอ สำหรับแคมเปญ ส่งเสริมการขายในช่วงเวลานี้คือให้ส่วนลด 5 ล้านบาท เป็นต้น
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ