Loading

แบงก์ระดมเงินฝาก รับสินเชื่อโต 10%

วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ 2562
"ธนชาต-ซีไอเอ็มบี" ตั้งเป้าระดมเงินฝากสอด คล้องกับสินเชื่อโต 5-10% ระดมตามภาวะตลาด ยันสภาพคล่องยังล้น เน้นเพิ่มสัดส่วน CASA บริหารต้นทุน หลังดอกเบี้ยขยับขาขึ้น พร้อมรักษา L/D ต่ำกว่า 100%
          แบงก์เล็กเร่งเพิ่ม CASA

          "ธนชาต-ซีไอเอ็มบี" ตั้งเป้าระดมเงินฝากสอด คล้องกับสินเชื่อโต 5-10% ระดมตามภาวะตลาด ยันสภาพคล่องยังล้น เน้นเพิ่มสัดส่วน CASA บริหารต้นทุน หลังดอกเบี้ยขยับขาขึ้น พร้อมรักษา L/D ต่ำกว่า 100%

          บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดประเมินแนวโน้มเงินฝากและตั๋วแลกเงิน(B/E) ทั้งระบบในปี 2562 จะขยายตัวอยู่ที่ 5% ใกล้เคียงกับการเติบโตสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 5% เช่นกัน ทำให้อาจจะยังไม่เห็นการแข่งขันระดมเงินฝากในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากสภาพคล่องโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูง โดยฐานเงินฝากทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนอยู่ในประเทศไทย ณ สิ้นปี 2561 อยู่ที่ 12.72 ล้านล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปี 2562 เงินฝากทั้งระบบจะเพิ่มเป็น 13.36 ล้านล้านบาท

          ขณะที่ทิศ ทางการระดมเงินฝากปีนี้ นางธีรนุช ขุมทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจลูกค้ารายย่อย ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ธนาคารตั้งเป้าเติบโตสอดคล้องกับอัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 5-10% หรือคิดเป็นเงินฝากเพิ่มขึ้นสุทธิ 3-5 หมื่นล้านบาท จากฐานเงินฝากปัจจุบันอยู่ที่ 7.8 แสนล้านบาท

          อย่างไรก็ดี ธนาคารได้ระดมเงินฝากไว้ค่อนข้างมากมาตั้งแต่ปี 2561 ทำให้สภาพคล่องตอนนี้อยู่ที่ระดับสูง ดังนั้นการระดมเงินฝากในปีนี้จะเน้นการ บริหารสภาพคล่องและต้นทุนให้สอดคล้องและเหมาะสม โดยจะดูสถานการณ์สภาพคล่องการแข่งขันในตลาดเป็นหลัก เพื่อให้สภาพคล่องของธนาคารไม่สะดุด ภายใต้ต้นทุนที่ไม่สูงเกินไป

          ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เงินฝากที่จะออกในช่วงนี้ จะต้องเป็นเงินฝากที่มีความหลากหลายและตรงกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยจะต้องมีทั้งเงินฝากประจำระยะสั้นที่มีตั้งแต่ 4-6 เดือน ซึ่งเงินฝากประจำ 5 เดือน อัตราเงินฝากเฉลี่ยอยู่ที่ 1.35% ต่อปี หรือเงินฝากประจำระยะยาว 17 เดือน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.85% ต่อปี และ 24 เดือน อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.65% ต่อปี รวมถึงเงินฝากประจำรายวันของนิติบุคคล ที่มีอัตราฝากขั้นต่ำ 1 ล้านบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยเท่ากับดอกเบี้ยออมทรัพย์เฉลี่ย 0.4-0.5% ต่อปี

          สำหรับเงินฝากประจำระยะเวลา 17 เดือน จะเห็นว่า ยังคงเห็นการแข่งขันกันในระบบอยู่ ดังนั้น ธนาคารจึงต้องดูสถานการณ์ตลาดการแข่งขัน เนื่องจากในภาวะอัตราดอกเบี้ยช่วงขาขึ้น จะเห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่เน้นล็อกเงินฝากระยะยาวมากนัก โดยธนชาตยังคงเน้นเงินฝากที่ให้ลูกค้ามาใช้ธนาคารเป็นธนาคารหลัก (Main Bank)

          ด้านต้นทุนเงินฝากนั้นมองว่า แนวโน้มจะต้องเพิ่มขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น อย่างไรก็ดีการขยับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำนั้น จะยังไม่เห็นต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นทันที แต่หากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์จะทำให้ต้นทุนการเงินของธนาคารปรับเพิ่มขึ้นทันที ดังนั้น ธนาคารจึงต้องพยายามผสมผสานผลิตภัณฑ์เงินฝากให้เหมาะสม เช่น การเพิ่มสัดส่วนเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account) และเงินฝากออมทรัพย์ (Saving) หรือการเพิ่มสัดส่วนเงินฝาก CASA ซึ่งจะพยายามเพิ่มให้อยู่ในระดับ 50% ของฐานเงินฝากทั้งหมด

          "ดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและสินเชื่อ หากเศรษฐกิจดี สินเชื่อโต เงินฝากจะโตไปด้วย แต่ปัจจุบันสภาพคล่องยังล้นอยู่ จึงไม่เห็นเงินฝากเติบโตสูงมาก และการแข่งขันก็ไม่ได้รุนแรง ส่วนธนชาตจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าฐานเดิมก่อนและเน้นโปรดักต์เงินฝากที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ภายใต้การบริหารจัดการต้นทุนที่เหมาะสม"

          ด้านนายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อย บมจ.ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทยกล่าวว่า ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าเติบโตเงินฝากอยู่ที่ 8% สอดคล้องกับอัตราการขยายตัวสินเชื่ออยู่ที่ 8% โดยสินเชื่อรายย่อยเติบโต 10% จากฐานเงินฝากรายย่อยอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท สำหรับทิศทางการระดมเงินฝากจะเป็นไปตามภาวะตลาด แต่จะยังเน้นเงินฝากประจำ ส่วนแคมเปญเงินฝากพิเศษจะมีออกมาต่อเนื่อง เช่น ในเดือนกุมภาพันธ์ จะมีเงินฝากประจำเพิ่มค่าสบายใจ เงินฝากปลอดภาษี 24 เดือน ดอกเบี้ย 2.5% เป็นอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าปกติอยู่ที่ 2.15% เปิดรับฝาก วันที่1-28 กุมภาพันธ์นี้ หรือโปรแกรม เงินฝากประจำ 5 เดือน วงเงิน 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ย 1.75% เป็นต้น อย่างไรก็ดี ภายหลังจากธนาคารปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.25% วงเงินต่ำกว่า 2 ล้านบาท จะมีลูกค้าครบกำหนดและต่ออายุราว 1-2 หมื่นล้านบาท

          ขณะเดียวกัน ธนาคารจะพยายามเพิ่มสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน (CASA) มากขึ้น เพราะปัจจุบันสัดส่วนมีเพียง 25% ที่เหลือ 75% จะเป็นสัดส่วนเงินฝากประจำ ซึ่งตัวเลข CASA ต่ำกว่าธนาคารขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วน 50% นอกจากนี้ ธนาคารพยายามรักษาสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (L/D) ให้อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 100% หากเทียบสัดส่วนเงินทุนทั้งธนาคารปัจจุบันอยู่ที่ 96-97% อย่างไรก็ตาม สัดส่วน L/D บางธนาคารจะเห็นว่าทะลุ 100% ก็มีในระบบ

          "ปีนี้เราตั้งเป้าระดมเงินฝากโตตามสินเชื่อ 8% เน้นจังหวะการระดมทุนตามภาวะตลาด อย่างไรก็ดี การปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำและดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มอาร์อาร์ขึ้น เราจะต้องดูผลว่ากระทบมาร์จิน ดอกเบี้ยด้วย เพราะถ้าดอกเบี้ยกู้ขึ้นทำให้สินเชื่อใหม่เข้าน้อยลง ซึ่งตอนนี้สัดส่วนรายได้หลักมาจากดอกเบี้ยอยู่ที่ 80% และค่าธรรมเนียม 20%"
 
ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ