Loading

8บิ๊กเนมโดดชิง ขุมทอง อสมท.

วันที่ : 21 กุมภาพันธ์ 2562
          ชงบอร์ดประมูล ครึ่งหลังปี62

          ยันที่ดินอสมท พร้อมลงทุนไม่ผิดข้อก.ม. บิ๊กเนมไทย-เทศทั้งซี.พี.แลนด์, อนันดา, แมกโนเลีย, ศุภาลัย, สยามพิวรรธน์ ฯลฯ เสนอตัวชิงปั้นโมเดล Digital Media Center มิกซ์ยูสออฟฟิศบิลดิ้ง คอนโดฯ ฮอลล์ รีเทล

          หลังเปิดรับฟังความคิดเห็น (Public hearing) ครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และพร้อมจัดครั้งที่ 2 ในเดือนเมษายนนี้เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนาที่ดิน 2 ผืนของบมจ. อสมท ได้แก่ ที่ดิน 50 ไร่ บริเวณถนนเทียม ร่วมมิตร ติดกับศูนย์วัฒนธรรมฯ ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีน้ำเงิน และที่ดิน 20 ไร่ ที่ทำการของอสมท ในปัจจุบัน ติดกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยก่อนหน้านี้ได้จัดประชุมทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) โดยมีกลุ่มทุนใหญ่ที่ให้ความสนใจในที่ดินดังกล่าวเข้าร่วม ประกอบ ด้วย อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, แมกโนเลีย, ศุภาลัย, ยูนิเวนเจอร์, สยามพิวรรธน์, ซี.พี.แลนด์ บริษัท Chapman taylor Thailand รวมถึงนักลงทุนธุรกิจมีเดียจากประเทศอังกฤษ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีเสียงคัดค้านถึงสิทธิ์ในการนำที่ดินดังกล่าวมาใช้เพื่อหารายได้ ว่าจะผิดวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของอสมท ที่มุ่งเน้นด้านสื่อสารมวลชนเป็นหลัก

          นายไพรัช มณฑาพันธุ์ ผู้จัดการโครงการ สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(สำนักงานศูนย์วิจัยฯ) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า อสมท เป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่การดำเนินการ การลงทุนยังสามารถกระทำได้เช่นเดียวกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดฯ ทั่วไป ดังนั้นการทำที่ดินที่เป็นสินทรัพย์ขององค์กรมาสร้างรายได้ในระยะยาวจึงสามารถกระทำได้

          นอกจากนี้เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุน พ.ศ.2556 (PPP) มาตรา 25 ที่กำหนดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการเป็นเอกเทศ และสาระสำคัญอื่นๆ อสมท จึงได้มอบหมายให้สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สำนักงานศูนย์วิจัยฯ) ดำเนินการศึกษา ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนาที่ดิน 50 ไร่ และที่ดินที่ทำการของ บมจ.อสมท เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่

          ทั้งนี้ได้ดำเนินการ Market Sounding ไปแล้วเป็น การภายในโดยมีผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมจำนวนหนึ่ง ส่วนการทำ Public hearing ครั้งที่ 1 มีผู้เข้าร่วมทั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.), กรมควบ คุมมลพิษ, ศูนย์วัฒนธรรมฯ, สหภาพแรงงาน และประชาชน ฯลฯ

          "ด้วยข้อจำกัดเรื่องของผังเมืองทำให้พื้นที่ราว 50% ของที่ดิน 50 ไร่ไม่สามารถสร้างอาคารสูงได้ จึงต้องเลือกโมเดลการพัฒนาที่เหมาะสม"

          สำหรับขั้นตอนหลังจากการทำ Public hearing จะรวบรวมข้อสรุปเพื่อนำเสนอรายงานผลการศึกษาต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) บมจ. อสมท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2562 และเปิดประมูลคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในเดือนตุลาคม -ธันวาคม 2562

          ด้านนายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องต้นทิศทางการ พัฒนาที่ดิน 50 ไร่จะเป็นโครงการมิกซ์ยูส เป็นโมเดลเดียวกับ Digital Media City (DMC) ของประเทศเกาหลีใต้ และอังกฤษ โดยที่ดิน 50 ไร่ พัฒนาเป็นพื้นที่ใช้สอยประมาณ 4.6 แสนตารางเมตร แบ่งออกเป็น 3 โซน คือ โซนA+ โซน B จะร่วมทุนกับเอกชนในการพัฒนาเชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน (Mixed use) ประกอบด้วย พื้นที่สำนักงานให้เช่า พื้นที่สำนักงาน อสมท พื้นที่ศูนย์การค้า พื้นที่โรงแรม ศูนย์ การแสดงงานและจัดกิจกรรม และศูนย์การเรียนรู้ โซน C จะแบ่งพื้นที่ให้เอกชนพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ราคาสูงหรือสำนักงาน ตามข้อจำกัด และแบ่งพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่สีเขียวเชื่อมต่อกับศูนย์วัฒนธรรม ขณะที่ที่ดิน 20 ไร่มีพื้นที่การใช้สอยประมาณ 2.25 แสนตารางเมตร สามารถพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยแนวสูง หรือคอนโดมิเนียมได้ เพราะไม่มีข้อจำกัดของผังเมืองทำให้สามารถสร้างอาคารสูงได้

          "ที่ดินย่านรัชดาฯ-พระราม 9 มีศักยภาพสูง และอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ดังกล่าวราคาซื้อขายสูงถึง 1 ล้านบาทต่อตารางวา ทำให้มองเห็นถึงโอกาสในการทำที่ดิน 20 ไร่ไปตัดขาย เพื่อพัฒนาเป็นสำนักงาน หรือคอนโดมิเนียม เพราะไม่มีข้อจำกัดด้านผังมือง"

          ทั้งนี้ อสมท ยังมีที่ดินที่เป็นสินทรัพย์และพร้อมนำออกพัฒนาเพื่อสร้างรายได้อีก ไม่ว่าจะเป็นบริเวณบางไผ่ ฝั่งธนบุรี ใกล้พุทธมณฑล สาย 2 จำนวน 60 ไร่ มีมูลค่าที่ดิน 400-500 ล้านบาท เหมาะกับการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย และที่ดินบริเวณหนองแขม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งอาคารเครื่องส่งและโรงถ่ายละคร ซึ่งรอการส่งมอบตามสัญญาร่วมดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์สีกับบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ช่อง 3) ที่จะครบกำหนดสัญญาในปี 2563 จำนวน 40 ไร่ และยังมีที่ดินอ.เมือง จ.ชุมพร อีก 20 ไร่ด้วย

          'มองเห็นถึงโอกาสในการทำที่ดิน 20 ไร่ไปตัดขายเพื่อพัฒนาเป็นสำนักงาน หรือคอนโดมิเนียม เพราะไม่มีข้อจำกัดด้านผังเมือง
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ