Loading

เอเวอร์แลนด์ ปรับแผนลงทุน เตรียมรับมือตลาดคอนโดฯทรุด

วันที่ : 25 กุมภาพันธ์ 2562
นายสวิจักร์ โลจายะ ประธานกรรมการ บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ EVER เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ว่า ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากปัจจัยลบหลายประการ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ที่ได้รับผลกระทบจากราคาที่ดินในเมืองปรับขึ้นสูงมาก จนทำให้ต้องพัฒนาสินค้าราคาที่สูงขึ้นตาม ในขณะที่กำลังซื้อของลูกค้าเพิ่มตามไม่ทัน นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้พัฒนาคอนโดฯออกมาปริมาณที่มาก ซึ่งกำลังซื้อได้ถูกดูดซับไปก่อนหน้านี้เป็นจำนวนมาก ทำให้อัตราการขายช้าลงมาก ส่งผลให้ปริมาณคอนโดฯเหลือขายในระบบค่อนข้างสูง
          นายสวิจักร์ โลจายะ ประธานกรรมการ บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ EVER เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ว่า ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากปัจจัยลบหลายประการ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ที่ได้รับผลกระทบจากราคาที่ดินในเมืองปรับขึ้นสูงมาก จนทำให้ต้องพัฒนาสินค้าราคาที่สูงขึ้นตาม ในขณะที่กำลังซื้อของลูกค้าเพิ่มตามไม่ทัน นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้พัฒนาคอนโดฯออกมาปริมาณที่มาก ซึ่งกำลังซื้อได้ถูกดูดซับไปก่อนหน้านี้เป็นจำนวนมาก ทำให้อัตราการขายช้าลงมาก ส่งผลให้ปริมาณคอนโดฯเหลือขายในระบบค่อนข้างสูง

          ประกอบกับมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกเกณฑ์ควบคุมสินเชื่ออสังหาฯ หรือ LTV คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจอสังหาฯ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ซื้อบ้านคนไทยจะไม่ค่อยออมเงิน และที่ผ่านมาผู้ประกอบการมักเก็บเงินดาวน์เพียง 5-10% เท่านั้น หากต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มขึ้นก็เชื่อว่าจะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดฯ ชะลอตัวลงอย่างแน่นอน

          และจากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้บริษัทหันมาปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตลาด โดยหันมาเน้นลงทุนพัฒนาโครงการแนวราบเพิ่มมากขึ้น ตั้งเป้าเปิดปีละประมาณ 10-15 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ประมาณปีละ 1 โครงการ เพื่อให้การรับรู้รายได้เร็วขึ้น จากเดิมที่พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการพัฒนานาน รายได้เข้ามาช้า ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทขาดทุน

          สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าพัฒนาโครงการแนวราบ 7- 8 โครงการ โครงการคอนโดฯ โลว์ไรส์ 1 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท โดยในไตรมาสแรก เปิดขายโครงการทาวน์โฮม 3 โครงการ มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ "เอเวอร์ซิตี้" ราคาเฉลี่ย 3-4 ล้านบาท ได้แก่ 1. เอเวอร์ซิตี้ สุขสวัสดิ์ 30-พุทธบูชา จำนวน 144 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 2.89-4 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 540 ล้านบาท 2.เอเวอร์ซิตี้ รามอินทรา จตุโชติ ทาวน์โฮมจำนวน 172 ยูนิต มูลค่า 630 ล้านบาท และ 3.เอเวอร์ซิตี้ หนามแดง จำนวน 249 ยูนิต มูลค่าโครงการ 870 ล้านบาท

          ส่วนอีก 4-5 โครงการแบ่งเป็นคอนโดฯ 1 โครงการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นโครงการแนวราบ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างหาซื้อที่ดิน คาดว่าจะเปิดขายได้ในช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้า โดยวางงบซื้อที่ดินไว้ที่ 1,500-1,600 ล้านบาท

          "ในปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะมีผลการดำเนินงานเป็นบวก โดยคาดว่าจะรู้รายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท จากยอดขายรอโอนที่ปัจจุบันมีกว่า 10,000 ล้านบาท ส่วนยอดขายตั้งไว้ที่ 5,000 ล้านบาท"

          โดยรายได้จะมาจากการโอนคอนโดฯ 2 โครงการย่านแจ้งวัฒนะ ประกอบด้วย เดอะโพลิแทน บรีซ มูลค่าโครงการ 1,900 ล้านบาท มีจำนวน 586 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 40%, เดอะโพลิแทน รีฟ มูลค่าโครงการ 6,300 ล้านบาท มีจำนวน 2,300 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 2,000 ยูนิต มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท โดยเริ่มทยอยโอนมาตั้งแต่เดือนมกราคม 62 ส่วนโครงการเดอะโพลิแทน อควา มูลค่าโครงการ 6,700 ล้านบาท มีจำนวน 2,700 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60-70% อยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จไตรมาส 3/63

          ในส่วนธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งบริษัทฯ เข้าลงทุนผ่าน บริษัท มาย ฮอสพิทอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เชื่อว่าจะมีการเติบโตควบคู่กันไป โดยคาดว่าสร้างการเติบโตของรายได้เฉลี่ยแห่งละ 10% ต่อปี หรือมีรายได้ปีละประมาณ 500 ล้านบาท
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ