Loading

อสังหาฯรุกเพิ่มพอร์ตแนวราบดันยอดขาย เอพี-NCH ลุยเปิดโครงการใหม่ดักตลาด

วันที่ : 1 มีนาคม 2562
ตลาดอสังหาฯปี 62 ท้าทาย ผู้ประกอบการ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจโลก การซื้อ ที่ดินยากและราคาสูงขึ้น ชี้ตลาดแนวราบยังคึกคัก เอพีชี้ปีนี้มุ่งเน้นขยายตลาดไปสู่แนวราบมากขึ้น เปิดมากถึง 34 โครงการ ด้าน NCH เติมพอร์ตบ้านผุด4-5โปรเจกต์ 3,000 ล้าน
          ตลาดอสังหาฯปี 62 ท้าทาย ผู้ประกอบการ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจโลก การซื้อ ที่ดินยากและราคาสูงขึ้น ชี้ตลาดแนวราบยังคึกคัก เอพีชี้ปีนี้มุ่งเน้นขยายตลาดไปสู่แนวราบมากขึ้น เปิดมากถึง 34 โครงการ ด้าน NCH เติมพอร์ตบ้านผุด4-5โปรเจกต์ 3,000 ล้าน

          นายวิทการ จันทร์วิมล รองกรรมการ ผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ "AP" เปิดเผยถึงภาพรวม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ว่า เป็นปีที่มีความท้าทาย ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจโลกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม รวมถึงมาตรการของรัฐต่างๆ ที่ออกมา และเรื่องการหาซื้อที่ดินยากขึ้นและราคาที่สูงขึ้น แต่กระนั้น ในทุกๆ ความท้าทาย เราก็เห็นโอกาส ซึ่งโอกาสเหล่านี้ ทางเอพี ก็พยายามฉกฉวยมาทำกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งเราดำเนินการมาถึง 27 ปี ในขณะที่รายอื่นกำลังหาโอกาส

          สำหรับเป้าหมายธุรกิจในปีนี้ เอพี ยังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผ่านกลยุทธ์ใน 4 มิติหลัก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความมั่นใจว่า สินค้าและบริการจะตอกย้ำวิสัยทัศน์การส่งมอบโลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นได้จริง มิติแรก ได้แก่ การเปิดตัวโครงการ ครบ 9 แบรนด์ในทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีสินค้าครอบคลุมทุกความต้องการของที่อยู่อาศัย โดยปีนี้จะเปิด 39 โครงการ มูลค่ารวม 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯ 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 31% (เป็นคอนโดฯร่วมทุน 3 โครงการ มูลค่า 18,300 ล้านบาท) ซึ่งจะเปิดคอนโดฯในครึ่งปีแรกจำนวน 4 โครงการ และแนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22% เป็นครึ่งปีแรกจำนวน 17 โครงการ

          ขณะที่บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมปีนี้ 35,900 ล้านบาท จากปัจจุบันมีสินค้ารอรับรู้รายได้รวมทั้งโครงการร่วมทุน (แบ็กล็อก) มูลค่ารวม 50,025 ล้านบาท เป็นแนวราบ 7,935 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียม (รวม JV) มูลค่า 42,090 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการของ AP มูลค่า 2,310 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ทั้งหมดในปีนี้ และโครงการร่วมทุน มูลค่า 39,780 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปี 62 ประมาณ 7,569 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 66

          สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวในช่วงไตรมาส 1/62 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ASPIRE สุขุมวิท-อ่อนนุช จำนวน 553 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท, ASPIRE อโศก-รัชดา จำนวน 1,025 ยูนิต ราคา 1.99 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท และโครงการไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ RHYTHM เอกมัย เอสเตท ในกลุ่ม Upper High-End จำนวน 303 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6.50 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 40-60% และในไตรมาส 2 จะเปิดโครงการ LIFE สาทร SIERRA มูลค่าโครงการ 6,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุน และในไตรมาส 3 โครงการ THE ADDRESS SIAM-RATCHATHEWI จำนวน 880 ยูนิต มูลค่าโครงการ 8,800 ล้านบาท

          โดยโครงการที่เปิดในปีนี้ จะมุ่งเน้นในการขยายตลาดไปสู่แนวราบมากขึ้น เปิดมากถึง 34 โครงการ โดยจะขยายไปในทุกทำเลทุกกลุ่มลูกค้า บนทำเลที่ติดถนนใหญ่และเป็น Multiple Connect ที่เชื่อมต่อทางลัด ทางด่วน หรือระบบขนส่งขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วยการลดเวลาที่ใช้ไปกับการเดินทาง นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอนวัตกรรมสเปซและดีไซน์ ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกความต้องการของทุกช่วงชีวิตแล้ว ในปีนี้ยังได้นำร่องยกระดับโครง สร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ในพื้นที่ส่วนกลาง โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ภายใต้คีย์สำคัญ คือ เน้นประโยชน์ ที่แท้จริงและการคืนกลับที่ยั่งยืนในการใช้ชีวิตของลูกบ้าน

          "เรามองว่าตลาดแนวราบปีนี้น่าจะยังคึกคักอยู่ จากโลเกชันที่ดี และการออกแบบที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยปีที่ผ่านมาเราได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลการตัดสินใจซื้อบ้าน พบว่า คนอายุน้อย จะซื้อทาวน์โฮมมากขึ้น ในขณะที่คนที่มีครอบครัวใหญ่ หรือคนที่กำลังจะมีบุตรในอนาคตก็จะตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยว ซึ่งในส่วนนี้จะนำมาเป็นข้อมูลที่เรานำมาออกแบบ บ้าน โดยเราได้เตรียมสินค้าในทุกเซกเมนต์เพื่อตอบสนองความต้องการซื้อเอาไว้แล้วในปีนี้ ซึ่งมีแบบบ้านมากถึง 70 แบบ"

          NCH เติมพอร์ตบ้านผุด 4-5 โปรเจกต์ 3,000 ล.

          นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ NCH กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทดำเนินธุรกิจมาสู่ปีที่ 25 ซึ่งบริษัทยังเน้นนโยบายการพัฒนาบ้านคุณภาพพร้อมบริการหลังการขาย ที่มอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าสูงสุดอย่างเช่นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 11 โครงการหมดแล้วค่ารวมกว่า 9,000 ล้านบาท มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายมูลค่า 4,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นพอร์ตบ้านพร้อมอยู่ มูลค่า 700-800 ล้านบาท สามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้ทันทีในช่วง 1-3 เดือน ขณะเดียวกัน บริษัทจะมียอดขายรอรับรู้รายได้ในไตรมาสแรก มูลค่า 100-200 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเสริมพอร์ตที่อยู่อาศัยของบริษัท ในปีนี้ มีแผนลงทุนเพิ่มอีก 4-5โครงการ มูลค่า รวม 3,000 ล้านบาท โดยในปีนี้ ตั้งเป้ายอดขายรวม 2,800 ล้านบาท เป้ารายได้ 1,800 ล้านบาท

          "โครงการแนวราบที่เปิดตัวจะครอบ คลุมทุกกลุ่ม โดยจะยังคงรักษาสัดส่วนกลุ่มทาวน์เฮาส์และทาวน์โฮมไว้ 50% เศษ บ้านเดี่ยว 20% และบ้านแฝด 20% ที่เหลือเป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยแนวสูง โดยจะมุ่งทำเลศักยภาพที่มีฐานลูกค้าของบริษัทอยู่แล้ว เช่น โซนรังสิต โซนพุทธมณฑลสาย 5 รวมถึงเปิดทำเลใหม่ในโซนภาคตะวันออก เช่น จังหวัดชลบุรี" ส่วนในปี 62 นี้บริษัทตั้งเป้าว่าจะมียอดขายรวมที่ 2,800 ล้านบาท และมีรายได้รับรู้ประมาณ 1,800 ล้านบาท
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ