Loading

เซ็นทารา เร่งโตดับเบิล ยึด เออีซี-มิดเดิลอีสต์

วันที่ : 5 มีนาคม 2562
โรงแรมและรีสอร์ทเครือเซ็นทารา "ท็อปทรี" กลุ่มทุนโรงแรมสัญชาติไทย กิจการภายใต้ "เซ็นทรัลกรุ๊ป" ของตระกูลยักษ์ใหญ่เก่าแก่ "จิราธิวัฒน์"มองศักยภาพการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งการเติบโตทางด้านการค้าการลงทุนทั่วโลก นำสู่โอกาสทางธุรกิจ
          สรัญญา จันทร์สว่าง

          โรงแรมและรีสอร์ทเครือเซ็นทารา "ท็อปทรี"  กลุ่มทุนโรงแรมสัญชาติไทย กิจการภายใต้ "เซ็นทรัลกรุ๊ป" ของตระกูลยักษ์ใหญ่เก่าแก่ "จิราธิวัฒน์"มองศักยภาพการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งการเติบโตทางด้านการค้าการลงทุนทั่วโลก นำสู่โอกาสทางธุรกิจ

          โดยเฉพาะ "ทำเลยุทธศาสตร์"แม้จะมีคู่แข่งจำนวนไม่น้อย!! แต่มั่นใจว่ามีช่องว่างในการแทรกตัวเปิดตลาดด้วยประสบการณ์และเอกลักษณ์บริการไทยสไตล์ซึ่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

          ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ เซ็นทารา กล่าวว่า  โรงแรมและรีสอร์ทเครือเซ็นทารา  วางโรดแมพ 5 ปี (2561-2565) มุ่งขยายเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง รวมถึง "เกตเวย์ซิตี้" เช่น ญี่ปุ่น หรือเพิ่มจำนวนโรงแรม 15-20 แห่ง ต่อปี ผลักดันการเติบโตแบบ "ดับเบิล"ตามเป้าหมายปี 2565 ต้องการมีโรงแรมอย่างน้อย 130 แห่ง จาก 68 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสัดส่วนในไทย 45 แห่ง ต่างประเทศ 23 แห่ง

          พร้อมกันนี้ จะมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ตามเทรนด์หรือความต้องการของตลาด ณ ขณะนั้น  ไม่ว่าจะการก้าวสู่ตลาดลักชัวรี เวลเนส ในรูปแบบพัฒนาแบรนด์ หรือ ซื้อและควบรวมกิจการ นอกเหนือจากลงทุนเอง รับบริหาร และพันธมิตรธุรกิจในรูปแบบต่างๆ

          "เซ็นทารา ทบทวน (revised) แผนใหม่ตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งพบว่าการเปิดโรงแรมไม่เป็นไปตามเป้าหมายทำได้เพียง 10 แห่งจากเฉลี่ยต้องเปิดอย่างน้อย 15 แห่ง แต่ตลาดมีโอกาสสูง ทำให้เราเร่งเตรียมความพร้อมหลังบ้าน จัดพอร์ตธุรกิจ ฟอร์มทีม เรียกว่าครบถ้วน!! ต่อการเปิดเกมรุก ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายโตดับเบิล ตามแผนที่เหลืออีก 4 ปีนี้เชื่อว่าทำได้"

          ในปี 2562 เซ็นทาราคาดว่าจะใช้เม็ดเงินเกือบ 10,000 ล้านบาท ลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทยทั้งโปรเจคใหม่และปรับปรุงธุรกิจเดิม ประกอบด้วย การปรับปรุงและ รีแบรนด์ครั้งใหญ่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บีชรีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน  ในคอนเซปต์ลักชัวรี ใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท การปรับปรุงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ในรอบ 10 ปี ใช้งบราว 600-700 ล้านบาท คาดใช้เวลา 2 ปีแล้วเสร็จ นอกจากนี้อยู่ระหว่างศึกษาโปรเจคในอีกหลายทำเล เช่น กระบี่ กำลังพิจารณาว่าจะใช้แบรนด์เซ็นทาราแกรนด์ หรือแบรนด์ใหม่คอนเซปต์ลักชัวรี่ คาดลงทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท โรงแรมโคซี่ เชียงใหม่ (แห่งที่3) งบลงทุน 200-300 ล้านบาท รวมถึงทำเลชะอำ และระยอง มองพัฒนาโรงแรมระดับ 4 ดาว รองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี

          เซ็นทารา ยังได้เปรียบด้วยความเป็นธุรกิจในเครือเซ็นทรัลสามารถ "ซินเนอร์ยีธุรกิจ" ได้ตั้งแต่"ทำเลศักยภาพ"จากการเข้าพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ของอสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั้งเซ็นทรัล โรบินสัน พบว่าที่แลนด์แบงก์หรือที่ดินน่าสนใจร่วม 10 แห่ง ขณะเดียวกันยังสามารถทำการตลาดและส่งเสริมการขายร่วมกันระหว่างธุรกิจในเครือผ่าน "บัตรเดอะวัน"ที่มีฐานลูกค้ามหาศาล  สำหรับตลาด "ต่างประเทศ" ปัจจุบันมีเครือข่ายภายใต้การบริหารของแบรนด์ซึ่งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในมัลดีฟส์ ศรีลังกา เวียดนาม ลาว จีน โอมาน กาตาร์ คิวบา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีแผนลงทุนเพิ่มเบื้องต้นราว 2,500 ล้านบาทในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   หนึ่งในนี้จะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว จำนวน 500 ห้อง การลงทุนเพิ่มในมัลดีฟส์ อีก 2 เกาะ จากพัฒนาได้ 5 เกาะ คาดว่าจะพัฒนาโรงแรมระดับ 4 ดาว จำนวน 300 ห้อง มูลค่า 2,800 ล้านบาท

          ล่าสุดเข้าปักหมุดในกาตาร์ เพิ่ม โรงแรมใหม่ (รับบริหาร) ใจกลางกรุงโดฮา ในเขตเวสต์เบย์ ย่านศูนย์กลางการค้า การลงทุนระดับภูมิภาค โดยร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ บริษัท อัล ทูรายา เรียลเอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ที่มี "Abdul Latif Al Mana" เป็นเจ้าของ เปิดให้บริการ "เซ็นทารา เวสต์เบย์ เรสซิเดนซ์และสวีท โดฮา” มีห้องพักขนาด 45-365 ตร.ม. "ศักยภาพของกาตาร์ เป็นประตูทางด้านการท่องเที่ยว เป็นศูนย์การบินสู่เอเชีย ยุโรป และประตูสู่โลก ซึ่งมีคนเดินทางเข้า-ออกอย่างต่อเนื่อง นับเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่น่าตื่นเต้นและยังพัฒนาต่อได้อีกมีศักยภาพสูงที่จะต่อยอดสร้างโอกาสทางธุรกิจ"

          จะเห็นว่า โดฮา และกาตาร์ ก้าวเข้ามาเป็นศูนย์กลางในการจัดงานอีเวนท์ระดับภูมิภาคและจะมีหลายอีเวนท์ระดับโลกที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทนนิสระดับโลก การประชุมต่างๆ โดยในปี 2022 กาตาร์จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก โดยการเปิดบริการช่วงเดือนที่ผ่านมา เมื่อมีอัตราการเข้าอยู่ Occupancy rate เกิน 60% ซึ่งเทียบ Revpar (RevPAR, or revenue per available room) กับคู่แข่ง (Competitive set) แล้วพบว่าอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 1.29 ถือว่าเกินหน้าคู่แข่งไป 29%

          ธีระยุทธ ย้ำว่า เกมรุกครั้งใหญ่ของเซ็นทารายังได้เตรียมพร้อมเครื่องมือหรือระบบปฏิบัติการต่างๆ รองรับไม่ว่าจะเป็น Revenue management ซึ่งจะทำให้มีการแสดงผลเรียลไทม์!! เพิ่มประสิทธิภาพของการนำเสนอเรตราคาที่สอดคล้องกันระหว่างดีมานด์และซัพพลาย  นอกจากนี้ยังเตรียมรีลอนซ์เว็บไซต์ และแอพพลคิชั่นใหม่ เพื่อสามารถสื่อสารและเข้าถึงลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

          ควบคู่ไปกับจุดแข็งที่เป็น "จุดขาย" แตกต่างจากคู่แข่งชัดเจนของเซ็นทารา นั่นคือ ไมตรีจิตแบบไทยที่ออกมาจากใจพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในแต่ละพื้นที่ และสังคมนั้นๆ

          อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดที่มีความผันผวนอยู่ไม่น้อยในปีที่ผ่านมา แต่เครือเซ็นทารา สามารถทำผลงานได้ดี สะท้อนจาก Global occupancy rate ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 63% ขณะที่โรงแรมและรีสอร์ทเครือเซ็นทาราOccupancy rate อยู่ที่ 83% เหนือตลาด!! ณ เวลานี้ จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าจะรักษาผลงานนี้ ต่อเนื่องได้อย่างไร?

          "เร่งจัดพอร์ต ฟอร์มทีม รับเป้าหมายมีเครือข่าย130 แห่งทั่วโลกในปี65"

          ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์
 
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ