Loading

ลุยปรับโครงสร้างการเงินหวังปลด เครื่องหมายซี เพซ เร่งล้างหนี้1.3หมื่นล.

วันที่ : 15 มีนาคม 2562
"เพซ ดีเวลลอปเมนท์" ประกาศล้างหนี้หมดต้นปีหน้า พร้อมเล็งศึกษาแผนล้างขาดทุนสะสม ลั่นอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างการเงิน หวังปลด "เครื่องหมาย C" ภายใน ครึ่งหลังปีนี้ โดยเพิ่มทุน พร้อมดึงรายได้จาก 2 โครงการหลัก ดันส่วนผู้ถือหุ้นเกิน 50% เล็งดัน "ดีน แอนด์ เดลูก้า" เข้าตลาดหุ้นใน 2ปี ด้าน "นักวิเคราะห์" ชี้ยังมีความเสี่ยง แนะติดตามใกล้ชิด
          "เพซ ดีเวลลอปเมนท์" ประกาศล้างหนี้หมดต้นปีหน้า พร้อมเล็งศึกษาแผนล้างขาดทุนสะสม ลั่นอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างการเงิน หวังปลด "เครื่องหมาย C" ภายใน ครึ่งหลังปีนี้ โดยเพิ่มทุน พร้อมดึงรายได้จาก 2 โครงการหลัก ดันส่วนผู้ถือหุ้นเกิน 50% เล็งดัน "ดีน แอนด์ เดลูก้า" เข้าตลาดหุ้นใน 2ปี ด้าน "นักวิเคราะห์" ชี้ยังมีความเสี่ยง แนะติดตามใกล้ชิด

          บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE แถลงชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาเครื่องหมาย C ที่หมายถึงหุ้น ที่มีส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 50% โดยผู้บริหารของ PACE คาดการณ์ว่าจะสามารถปลดเครื่องหมายดังกล่าวได้ภายในครึ่งหลัง ของปีนี้

          นายต่อศักดิ์ วยากรณ์วิจิตร ผู้จัดการ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ PACE กล่าวว่า ภายในครึ่งหลังของปีนี้น่าจะปลดเครื่องหมาย C ได้ เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างทางการเงิน ซึ่งมีทั้งการเพิ่มทุนและขายสินทรัพย์ ออกบางส่วน ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการล้างขาดทุนสะสม รวมไปถึงการสร้างกำไรจากการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอาหาร

          ปัจจุบันส่วนผู้ถือหุ้น PACE อยู่ที่ ระดับ 10.74% ของทุนชำระแล้ว ภายหลัง การเพิ่มทุนส่วนผู้ถือหุ้นจะเพิ่มเป็น 23.22% แม้ยังต่ำกว่าเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยแต่บริษัทเชื่อว่า ในช่วงครึ่งปีหลังจะทยอยรับรู้รายได้จากยอดโอน ในโครงการนิมิต หลังสวนและโครงการ วินด์เชลล์ นราธิวาส ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ส่วนผู้ถือหุ้นกลับมาสูงกว่า 50% หลุดพ้นจากเครื่องหมาย C ได้

          ส่วนหนี้สินของบริษัท ปัจจุบันมีประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท หลังการเพิ่มทุนบริษัทจะนำเงินมาชำระหนี้ ราว 1 พันล้านบาท และที่เหลืออีกราว 1.2 หมื่นล้านบาท บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการขายโครงการอสังหาฯ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการนิมิตหลังสวน,โครงการ วินด์เชลล์นราธิวาส และโครงการมหาสมุทรรวมประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท มาชำระหนี้ทั้งหมด โดยคาดว่าบริษัทจะสามารถล้างหนี้ทั้งหมดได้ภายในช่วงต้นปี 2563  สำหรับการขาดทุนสะสมที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 9,971 ล้านบาท บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะนำเงินจากผลการ ดำเนินงานจากโครงการอสังหาฯที่มีอยู่หรือใช้วิธีการลดทุนจดทะเบียนเพื่อนำมาล้างขาดทุนสะสมแทน  "วิธีการลดทุนเป็นกระบวนการ ที่ต้องใช้เวลาแจ้งตลาดฯและผู้ถือหุ้น ซึ่งบริษัทกำลังศึกษาอยู่ แต่หากไม่จำเป็นก็คงจะไม่ใช้วิธีดังกล่าว เพราะอยากอาศัย การรับรู้รายได้จากยอดโอนอสังหาฯมากกว่า" นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะนำบริษัทย่อยซึ่งทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม กูร์เม่ต์ "ดีน แอนด์ เดลูก้า"เข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะยื่นไฟลิ่งภายใน สิ้นปี 2562 โดยปัจจุบันบริษัทมีสาขา ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียกว่า 80 สาขา และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งสาขาในประเทศไทยเริ่ม เทิร์นอะราวด์ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว ขณะที่ ในอนาคตบริษัทจะเน้นการขยายแบรนด์โดยการให้สิทธิแฟรนไชส์กับคู่ค้าเพิ่มมากขึ้น

          นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากข้อมูลที่บริษัทชี้แจง มีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะปลดเครื่องหมายC แต่รายได้ที่ เกิดขึ้นในอนาคตกับแผนการชำระหนี้ ซึ่งค่อนข้างพอดีกัน ทำให้ทุกอย่างไม่สามารถผิดพลาดได้เลย เพราะหากมี บางโครงการเกิดอุปสรรค ก็อาจมีความเสี่ยงได้

          นอกจากนี้บริษัทยังมีความเสี่ยงเรื่องของการไม่มีโครงการที่สำคัญ หรือโครงการใหม่ๆในอนาคต ซึ่งหากมีการโอน 3 โครงการที่มีอยู่ในปัจจุบันหมด ก็จะไม่มีรายได้ที่มีนัยสำคัญเข้ามาและไม่จูงใจในแง่ของการลงทุน ซึ่งแนะนำนักลงทุนยังต้องติดตามข้อมูลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ