Loading

คอลัมน์ เปิดบ้านOPEN HOUSE: คอนโดย่านรัชดาแข่งเดือด

วันที่ : 16 มีนาคม 2562
"รัชดาภิเษก" เป็นทำเล New CBD (ย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่) ที่มีดีมานด์ สูงทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ โดยกลุ่มลูกค้าชาวไทยคือพนักงานออฟฟิศ และผู้บริหาร ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน เนื่องจากเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ เช่น อาคารสำนักงาน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตึก AIA Capital Center ตึกเมืองไทย-ภัทร นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้ง ของสถานทูตจีน สถานทูตเกาหลีใต้ และสถานทูตกัมพูชา จึงทำให้เป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่ต้องการเลือกคอนโดฯ รอบ ๆ สถานทูตนี้ไว้เป็นที่พักอาศัยให้แก่พนักงาน
           article@dailynews.co.th

          "รัชดาภิเษก" เป็นทำเล New CBD (ย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่) ที่มีดีมานด์ สูงทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ โดยกลุ่มลูกค้าชาวไทยคือพนักงานออฟฟิศ และผู้บริหาร ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน เนื่องจากเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ เช่น อาคารสำนักงาน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตึก AIA Capital Center ตึกเมืองไทย-ภัทร นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้ง ของสถานทูตจีน สถานทูตเกาหลีใต้ และสถานทูตกัมพูชา จึงทำให้เป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่ต้องการเลือกคอนโดฯ รอบ ๆ สถานทูตนี้ไว้เป็นที่พักอาศัยให้แก่พนักงาน

          ด้านการลงทุน ทำเลรัชดาภิเษกนับว่ามีศักยภาพมาก โดยมีผลตอบแทนค่าเช่าอยู่ที่ 5-6% ราคาขายคอนโดมิ เนียมก็สูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 9% ต่อปี จากราคาเฉลี่ย 86,900 บาท/ตร.ม. ในปี 2556 เป็น 116,000 บาท/ตร.ม. ในปี 2561

          โดยคอนโดมิเนียม ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ คอนโดมิ เนียมประเภท 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 21-45 ตร.ม. ระดับราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท

          คาดว่าอนาคตทำเลรัชดาภิเษกจะมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดให้บริการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ในปี 2563 และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่จะเปิดให้บริการปี 2564 คาดว่าราคาที่ดินจะสูงขึ้นตามอัตราการเติบโตของทำเล โดยมีราคาที่ดินขึ้นเฉลี่ย 10-15% ต่อปี ปัจจุบันอยู่ที่ 400,000-700,000 บาท/ตร.ว.

          ในขณะที่ทำเลอื่นมีการเปิดตัวโครงการใหม่ลดลง แต่ในย่านรัชดาภิเษกกลับมีการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ พร้อมเผยโฉมห้องตัวอย่าง "มาเอสโตร 19 รัชดา 19-วิภา" (MAESTRO 19 RATCHADA 19-VIPHA)

          โครงการดังกล่าวเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ใจกลางเมืองที่ให้ความรู้สึกเสมือนอยู่บ้าน ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยทั้งหมด 4 อาคาร จำนวนทั้งสิ้น 560 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท บนเนื้อที่ขนาดใหญ่กว่า 5 ไร่ ในซอยรัชดาภิเษก 19 หรือ ซอยวิภาวดี 16 โดดเด่นด้วยการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ "Industrial Elegance" ผสานเข้ากับการฟังก์ชันที่โดดเด่น Hybrid Sliding Door ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันห้องได้ตามความต้องการ พิเศษด้วยการออกแบบ Layout ให้มีห้องหน้ากว้างสูงสุดถึง 12 เมตร สามารถเพลิดเพลินกับวิวเมืองได้อย่างเต็มอารมณ์ แบบห้องพักมีให้เลือกทั้งแบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 29-38 ตร.ม. แบบ 1 ห้องนอนพลัส ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 59 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้นที่ 2.8 ล้านบาท

          นอกจากโครงการใหม่จะทยอยเปิดตัวกันอย่างคึกคัก ทำให้การแข่งขันในย่านนี้ดุเดือดแล้ว คอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ต่างก็เร่งอัดแคมเปญใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดโอนก่อนมาตรการ  LTV จะบังคับใช้ ทำให้การแข่งขันในย่านรัชดาภิเษกดุเดือดมากขึ้น

          ล่าสุด โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ส่งแบรนด์ "รีวอลฟ์" เข้าร่วมศึก ทั้ง "โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา" และ "โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2" คอนโดมิเนียมที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยแนวคิด "Revolve Living" ที่ปรับทุกฟังก์ชันของพื้นที่ใช้สอย ให้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว ห้องพักมีให้เลือกทั้งแบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 22-26 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 38-52 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท

          ด้านพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม ส่ง "แชปเตอร์ วัน อีโค รัชดา-ห้วยขวาง" คอนโดที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัล Best Affordable Condo Development จากเวที Thailand Property Awards 2018 ลงสู้ศึก แบบห้องพักมีให้เลือกทั้งแบบ สตูดิโอ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 22.57-23.65 ตร.ม. แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 29.27-36.53 ตร.ม. และแบบ 1 ห้องนอนพลัส ขนาดพื้นที่ใช้สอย 45.83 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท.
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
15 ตุลาคม 2562
ตลาดบ้านพักตากอากาศฟื้น ซีบีอาร์อี พบต่างชาติแห่ซื้อสูงถึง40%
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร ผู้อำนวยการแผนกซื้อขายบ้านพักตากอากาศ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดบ้านพัก ตากอากาศโดยซีบีอาร์อี บริษัท ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบว่า ตลาดบ้านพักตากอากาศเริ่มกลับมาได้รับความนิยมจากนักลงทุนอีกครั้ง โครงการบ้านพักตากอากาศชั้นนำหลายแห่งมียอดขายเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการโครงการระดับคุณภาพที่สะสมมานานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดที่พักอาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะมีสัดส่วนผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติสูงถึงกว่า 40%