Loading

SENAเป้าปี62โอน8พันล.เดินเกมบ้านโซลาร์รูฟ

วันที่ : 21 มีนาคม 2562
SENA ปักธงยอดโอนโครงการปีนี้โต 83% เป้ารายได้จากการโอน 8,278 ล้านบาท เล็งเปิด 22 โครงการ มูลค่ารวม 2.4 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าพัฒนาบ้านโซลาร์รูฟขานรับนโยบายภาครัฐ ตั้งเป้าเพิ่มอีก 100 หลัง
          SENA ปักธงยอดโอนโครงการปีนี้โต 83% เป้ารายได้จากการโอน 8,278 ล้านบาท เล็งเปิด 22 โครงการ มูลค่ารวม 2.4 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าพัฒนาบ้านโซลาร์รูฟขานรับนโยบายภาครัฐ  ตั้งเป้าเพิ่มอีก 100 หลัง

          ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA  กล่าวว่าปี 2562 บริษัทมีแผนเปิดโครงการทั้งสิ้น 22 โครงการ ร่วมมูลค่า 24,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายที่ 19,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่ทำได้ 10,168 ล้านบาท,  ยอดโอน 8,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% จากปี 2561 ที่ทำได้ 4,534 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวสูงในกรุงเทพฯ รวม 7 โครงการ แนวราบ 7 โครงการ

          ส่วนโครงการแนวราบที่จะพัฒนาในต่างจังหวัด และพื้นที่ อีอีซี มีแผนพัฒนารวม 8 โครงการผ่านบริษัท เสนา วณิช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เบื้องต้นจะเปิดโครงการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล, ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, ลพบุรี, สระบุรี, และอุดรธานี

          โดยคอนโดมิเนียม ทั้ง 7 โครงการจะดำเนินงานโดยการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป มูลค่ารวมกว่า 16,600 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของยอดขาย ทั้งนี้หากนับโครงการร่วมทุนตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา ดำเนินการไปแล้ว 11 โครงการ ร่วมมูลค่าแล้ว 35,000 ล้านบาท

          "ในปีนี้บริษัทมีแผนบุกตลาดแนวราบเจาะลูกค้า กลุ่มเรียลดีมานด์ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัท โดยผลจากการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปได้ว่า ตัวผังเมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งส่งผลถึงประเภทที่อยู่อาศัย พื้นที่ก่อสร้าง การอพยพเคลื่อนย้ายประชากร และการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนระบบราง โดยวางเป้าจะเจาะรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นไปถึงปี 2564"

          ส่วนตลาดต่างประเทศ บริษัทมีแผนรุกอย่างจริงจัง โดยบริษัทได้ร่วมมือกับ แอคคิวท์ เรียลตี้ ทำการตลาดให้กับบริษัททั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่น จีน, มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์, กัมพูชา และญี่ปุ่น ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายจากลูกค้าต่างประเทศกว่า 2,000 ล้านบาท และในปีนี้กลยุทธ์การเจาะตลาดต่างประเทศก็จะเลือกทำเป็นรายโครงการ โดยไปวัดผลสำเร็จ เพื่อนำมาจัดทำเป้าหมายการขายต่อไป

          ตุน Backlog กว่าหมื่นล้าน

          ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมียอดขายที่รอรับรู้รายได้(Backlog) จำนวน 10,210 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2562-2564 ตามลำดับ และบริษัทยังมีสินค้าคงเหลือขาย จำนวน 21,244 ล้านบาท โดยจากจำนวนสินค้าคงเหลือขายทั้งหมด มีโครงการที่สามารถขายแล้วพร้อมโอน ประมาณ 30% จากมูลค่าสินค้าคงเหลือขาย

          ผศ.ดร.เกษรา ยอมรับว่า มาตรการควบคุมสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ หรือมาตรการ LTV ที่จะมีผลบังคับใช้เดือนเมษายน 2562 จะส่งผลกระทบต่อยอด ขายของบริษัทประมาณ 20%

          "ตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าอสังหาริมทรัพย์ เป็น กลุ่ม Real Demand อย่างต่อเนื่องนั่นทำให้เราเริ่มกระจายโครงการออกไปต่างจังหวัดมากขึ้น ควบคู่กับการรักษายอดจองโครงการไว้สูงกว่า 20% สำหรับกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ"

          รุกบ้านโซลาร์รูฟ

          เบื้องต้นบริษัทตั้งงบประมาณสำหรับซื้อที่ดินไว้ทั้งสิ้น 5 พันล้านบาท เบื้องต้นอาจพิจารณาใช้งบประมาณดังกล่าวในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการลงทุน 2 โครงการคาดมีความคืบหน้าภายในปีนี้

          ขณะเดียวกับบริษัทยังสนใจพัฒนาโครงการ โซลาร์รูฟท็อป อย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนที่ดำเนินการบนหลังคาบ้านแนวราบ และบนพื้นที่ส่วนกลางสำหรับโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้า

          "ปัจจุบันเรามีบ้านที่ติดแผงโซลาร์รูฟทั้งสิ้น 300 หลัง คาดว่าปีนี้จะเพิ่มได้มากกว่า 100 หลังตามโครงการที่เราพัฒนา ซึ่งลูกค้าเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นหลังรัฐบาลประกาศรับซื้อไฟส่วนเกิน หากต่อยอดบริการส่วนนี้ให้กับลูกค้าเราก็จะมีรายได้เพิ่ม"
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ