Loading

สถานีกลางบางซื่อคืบ70% เปิดบริการพร้อมรถไฟสายสีแดงปี 64

วันที่ : 21 มีนาคม 2562
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลง พื้นที่เยี่ยมชมความก้าวหน้าการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ โดยมี นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ให้การต้อนรับ
          เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลง พื้นที่เยี่ยมชมความก้าวหน้าการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ โดยมี นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ให้การต้อนรับ

          ขณะที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม รายงานว่า ปัจจุบันสถานีกลางบางซื่อมีความคืบหน้าในการก่อสร้างร้อยละ 70.86 คาดว่าจะสามารถเปิดใช้บริการได้ในปี 2564 โดยสถานีแห่งนี้ได้ออกแบบให้รองรับและเชื่อมต่อการคมนาคมได้อย่างหลากหลาย เป็นศูนย์กลางระบบราง อย่างสมบูรณ์แบบ และยังนำหลักการพัฒนาพื้นที่โดยรอบศูนย์กลางคมนาคม (TOD) มาใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่ โดยมีรูปแบบการก่อสร้างแบ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วย  ส่วนชั้น 1 และชั้น 2 มีชั้นลอย ซึ่งเป็นร้านค้า และห้องควบคุมมีพื้นที่รวม 12,020 ตร.ม.

          ส่วนชั้นใต้ดินเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถประมาณ 1,700 คัน มีพื้นที่รวม 72,542 ตร.ม. โดยมีโถงเชื่อมต่อจากพื้นที่จอดรถขึ้นไปยังชั้นที่ 1 ซึ่งชั้นที่ 1 มีพื้นที่รวม 86,700 ตร.ม. เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋ว มีโถงพักคอยและรับผู้โดยสาร รวมถึงพื้นที่พาณิชยกรรม และร้านค้า สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT ส่วนชั้นที่ 2 เป็นชานชาลาสำหรับรองรับรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) มี 4 ชานชาลา และรถไฟทางไกล มี 8 ชานชาลา มีพื้นที่รวม 42,000 ตร.ม.

          รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต-บางซื่อ นั้น เมื่องานโยธาก่อสร้างเสร็จตั้งแต่ปลายปีนี้ เป็นต้นไปก็จะมีการทยอยรับมอบขบวนรถเดือนมิถุนายน ปี 2563 ก่อนที่จะมาทำการทดสอบระบบ และคาดว่าจะเสร็จพร้อมเปิดให้บริการตามแผนปี 2564 เช่นกัน

          ด้าน  นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในอนาคตสถานีกลางบางซื่อจะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟไปในหลายเส้นทาง และเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอาเซียนถือเป็นการยกระดับการเดินทางและยืนยันด้วยว่าการพัฒนาพื้นที่ไม่ได้ยกให้เอกชนทั้งหมด โดยบริเวณ ดังกล่าวจะมีการพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวให้เป็นปอดของกรุงเทพฯเพื่อให้ประชาชนได้ใช้พักผ่อนจึงอยากให้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ของการรถไฟไทย

          นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นเพื่อเติ่มกรณีการเปิดให้เอกชนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และร้านค้าปลอดภาษี(Duty Free) ภายในสนามบินทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ นั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างสรุปแนวทางต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของ ผู้บริโภคและเอกชนที่จะเข้าประมูล รวมถึงจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยยืนยันไม่เอื้อผลประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
 
ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ