Loading

เมียนมา-กัมพูชา ศก.คึก โอกาสทองนักพัฒนาอสังหาฯ

วันที่ : 28 มีนาคม 2562
การเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าลงทุนในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศ CLMV ผ่านนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม) ผลักดัน 2 ประเทศทั้งเมียนมาและกัมพูชาเป็นตลาดเกิดใหม่ที่น่าจับตามอง หลังตัวเลขจีดีพีเติบโตแซงตัวเลขเพื่อนบ้านอย่างไทยกลายเป็นดาวรุ่งทิ้งห่าง โดยเฉพาะแนวโน้มภาคท่องเที่ยวและบริการ ที่สำคัญภาคอสังหา ริมทรัพย์-อุตสาหกรรมก่อสร้าง ก็มาแรงเช่นกัน
        การเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าลงทุนในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศ CLMV ผ่านนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม) ผลักดัน 2 ประเทศทั้งเมียนมาและกัมพูชาเป็นตลาดเกิดใหม่ที่น่าจับตามอง หลังตัวเลขจีดีพีเติบโตแซงตัวเลขเพื่อนบ้านอย่างไทยกลายเป็นดาวรุ่งทิ้งห่าง โดยเฉพาะแนวโน้มภาคท่องเที่ยวและบริการ ที่สำคัญภาคอสังหา ริมทรัพย์-อุตสาหกรรมก่อสร้าง ก็มาแรงเช่นกัน

          โดยนายคาร์โลเอเดรียนโพเบร รองกรรมการผู้จัดการ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล เมียนมา บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยในงานสัมมนา "โอกาสการลงทุนใน CLMV" ที่จัดโดย บริษัท พร็อพทูมอโรว์ จำกัด ว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาฯของเมียนมาอยู่ในช่วงขาขึ้น แม้เป็นระยะเริ่มต้น แต่มีความคึกคักอย่างชัดเจนในหลายๆด้าน จากความต้องการของประชากรในประเทศ และกลุ่มนักท่องเที่ยวธุรกิจชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพักอาศัย ทำให้ทั้งโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ คอนโดฯ รวมถึงตลาดค้าปลีก(รีเทล) และสำนักงานให้เช่าได้รับอานิสงส์ไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม พบซัพพลายที่จะรองรับ อยู่ในขั้นขาดแคลนและมีราคาสูง คอนโดฯเฉลี่ยราคาต่อตารางเมตร สูงสุด 3,022 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับในเมืองย่างกุ้ง จึงเป็นโอกาสของผู้พัฒนาอสังหาฯ-กลุ่มนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มระดับราคาปานกลาง 900-1500 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตร.ม ที่ขณะนี้มีความต้องการอยู่สูง

          ด้านนางสาวเชีย คิน ผู้บริหารของธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ เฮง เอเชีย ของกัมพูชา กล่าวว่า ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยในกัมพูชา ปัจจุบัน มาจากกลุ่มคนวัยแรงงานสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 25-40 ปี ที่เรียนจบ และเริ่มประกอบธุรกิจต่างๆ รองรับโอกาสการเติบโตของประเทศในทุกมิติ หลังจากตัวเลขจีดีพีเติบโตสูงเกือบ 7% ในปีล่าสุด อัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำ 3% ขณะที่อุตสาหกรรมก่อสร้างเติบโตค่อนข้างสูงมาก มีมูลค่าโครงการต่างๆ เพิ่มขึ้นกว่า 22% ประมาณ 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โปรเจ็กต์อสังหาฯยักษ์โดยนักลงทุนต่างชาติขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ Diamond Island ของนักลงทุนชาวจีน ซึ่งแม้ภาพรวมจะมีซัพพลายเกิดใหม่จำนวนมาก แต่เชื่อว่าความต้องการจะมากขึ้นเช่นกัน โดยมีปัจจัยเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆของรัฐเป็นตัวกระตุ้น เช่น การพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าในเมือง ที่ปัจจุบันกำลังเดินหน้าในระยะที่ 3 และการเป็นประเทศทางผ่านของเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 (One Belt, One Road) ของรัฐบาลจีนยิ่งจะทำให้ประเทศมีความน่าสนใจในการลงทุนยิ่งขึ้น

          ขณะที่นายเกรียงไกร กาญจนะโภคินประธานเจ้าหน้าที่บมจ.อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวเสริมว่า ทั้ง 2 ประเทศมีความน่าสนใจในการลงทุนด้านอสังหาฯชัดเจน เป็นโอกาสที่ผู้พัฒนาไทยจะเข้าไปจับตลาด ขณะเดียวกันก็สามารถนำโปรดักต์ของไทยไปเสนอขายได้ เพราะทั้งทำเลและลูกค้ามีศักยภาพสูง

          "เมียนมา คือ โอกาสอย่างมโหฬาร เพราะรัฐบาลเปิดกว้างทั้งธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาฯ ขณะที่กัมพูชา เข้าไปได้แต่เหนื่อยหน่อย เพราะต้องสู้กับนักลงทุนชาวจีน แต่ก็ยังมีโอกาส" นายเกรียงไกร กล่าว

          "ทั้ง 2 ประเทศมีความน่าสนใจในการลงทุนด้านอสังหาฯชัดเจน เป็นโอกาสที่ผู้พัฒนาไทยจะเข้าไปจับตลาด ขณะเดียวกันก็สามารถนำโปรดักต์ของไทยไปเสนอขายได้ เพราะทั้งทำเลและลูกค้ามีศักยภาพสูง"
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ