Loading

รฟท.ขายซองบางซื่อ9เม.ย. มั่นใจอสังหาฯชิง แปลงเอ

วันที่ : 9 เมษายน 2562
รฟท.มั่นใจเอกชนชิงเค้ก พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อคึกคัก ประเดิมขายซองแปลงเอ 32 ไร่ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท 9 เม.ย.นี้ ตีกรอบรับเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มีประสบการณ์พัฒนารีเทล โรงแรม หรืออาคารสำนักงาน พร้อมปักหมุดประมูล 30 ก.ค.2562
         ปักหมุดประมูล 30 ก.ค.

         รฟท.มั่นใจเอกชนชิงเค้ก พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อคึกคัก ประเดิมขายซองแปลงเอ 32 ไร่ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท 9 เม.ย.นี้ ตีกรอบรับเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มีประสบการณ์พัฒนารีเทล โรงแรม หรืออาคารสำนักงาน พร้อมปักหมุดประมูล 30 ก.ค.2562

          นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟท.ได้เผยแพร่ประกาศเชิญชวนเอกชนยื่นข้อเสนอร่วมลงทุน โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ บริเวณสถานีกลางบางซื่อ แปลง A ที่มีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และมีกำหนดจะขายซองเอกสารโครงการในวันที่ 9 เม.ย. - 7 พ.ค.นี้ และมีกำหนดเปิดรับซองข้อเสนอในวันที่ 30 ก.ค.2562

          พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน โดยจัดเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อม และต้องเริ่มต้นพัฒนาก่อน เนื่องจากอยู่ติดกับสถานีกลางบางซื่อ ห่างจากตัวสถานีประมาณ 100 เมตร และมีขอบเขตของพื้นที่อยู่ในรัศมีระยะเดินเท้า ประมาณ 500 เมตร จากสถานีกลางบางซื่อ ทำให้พื้นที่แปลง A เป็นพื้นที่สำคัญที่ต้องเร่งพัฒนาเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน เนื่องจากสถานีกลางบางซื่อปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จ เปิดให้บริการในเดือน ม.ค. 2564

          "วันที่ 9 เม.ย.นี้ รฟท.ก็จะเปิดขายซองแปลงเอเป็นวันแรก และมีเวลาขาย 1 เดือน มั่นใจว่าจะมีเอกชนตอบรับโครงการนี้ จำนวนมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ช่วงที่ผ่านมาก็มีนักลงทุนไทยและต่างชาติมาร่วมรับฟังข้อมูลโครงการค่อนข้างมาก แต่จากการประเมินตอนนี้มั่นใจว่าเอกชนไทยจะให้การตอบรับดี น่าจะรวมกลุ่มกันเข้าร่วมประมูล เพราะโครงการก็มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีรายละเอียดภายในมาก"

          อย่างไรก็ดี รฟท.ได้มีข้อกำหนดคุณสมบัติเอกชนที่จะเข้ามาร่วมประมูลโครงการนี้ โดยจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในการเป็นผู้พัฒนา โครงการอสังหาริมทรัพย์ ประเภทธุรกิจร้านค้า (รีเทล) โรงแรม หรือสำนักงาน อย่างน้อยสองในสามประเภทกิจการเหล่านี้ เนื่องจาก รฟท.ต้องการให้ ผู้ที่มีประสบการณ์พัฒนาโครงการโดยตรง เข้ามาร่วมประมูล ไม่ต้องการให้มีกรณีนายหน้าประมูลโครงการ เพื่อไปจัดสรรพื้นที่ให้กับเอกชนรายย่อย และไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ได้ ทั้งนี้ มั่นใจว่าข้อกำหนดดังกล่าวจะไม่ปิดกั้นเอกชนเข้าร่วมประมูล เนื่องจาก รฟท.ประเมินแล้วว่าปัจจุบันเฉพาะเอกชนไทย มีคุณสมบัติเข้าข่ายตามที่กำหนดมากถึง 100 ราย

          รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า หลักเกณฑ์ที่กำหนดด้านประสบการณ์ของผู้ยื่น ข้อเสนอที่ระบุจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยตรงนั้น เพราะ รฟท. กำหนดรูปแบบของพื้นที่แปลง A เพื่อเป็นพื้นที่รองรับการเดินทางของสถานีกลางบางซื่ออยู่แล้ว และต้องการให้มีการพัฒนาในลักษณะมิกซ์ยูส มีร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และอาคารสำนักงาน ดังนั้นการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะก็เพื่อให้ได้เอกชนที่ตรงตามความต้องการ

          อย่างไรก็ดี รฟท.ได้กำหนดประสบการณ์ที่เอกชนจะนำมายื่น อาจเป็นโครงการเดียวกัน หรือหลายโครงการรวมกันก็ได้ แต่จะต้องมีขนาดพื้นที่อาคารรวมกันไม่น้อยกว่า 1.5 แสนตารางเมตร และแต่ละโครงการต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 1 หมื่นตารางเมตร และยังสามารถนำประสบการณ์ของบริษัทลูกมาใช้อ้างอิงเป็นประสบการณ์ของตนเองได้ โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องถือหุ้นในบริษัทลูกเกินกว่า 51% ของเงินทุนทั้งหมด ก่อนวันที่ยื่นข้อเสนอ 1 ปี สำหรับการสรรหาเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ บริเวณสถานีกลางบางซื่อ แปลง A รฟท.ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 โดยจะให้สิทธิการพัฒนาและใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณแปลง A ขนาดที่ดินประมาณ 32 ไร่ ระยะเวลา 34 ปี รวมระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปีด้วย เมื่อครบกำหนดสัญญาร่วมทุนสิ้นสุดลง เอกชนจะต้องส่งมอบอาคารที่มีขนาดพื้นที่อาคารรวมไม่น้อยกว่า 3.17 แสนตารางเมตร มีมูลค่า การก่อสร้างอาคาร ไม่น้อยกว่า 1.15 หมื่นล้านบาท
 
ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ