Loading

โฮมโปรเขย่งเป้าโต10%ทะลุ7หมื่นล้าน

วันที่ : 8 เมษายน 2562
โฮมโปรทะยานไม่หยุด คว้ายอดขาย 6.6 หมื่นล้าน ตั้งเป้าปีนี้ขอโตเพิ่ม 10% ดีเดย์แกรนด์โอเพนนิ่งดีซี 100 ไร่ ย่านวังน้อย เดือนกรกฎาคมนี้ ดึงซัพพลายเออร์ 1,300 ราย ติดปีกขนส่ง-กระจายสินค้าทั่วไทย โชว์เหนือจัดงานโฮมโปร เอ็กซ์โป กระหึ่ม ปั๊มยอดขายงานเดียว 600 ล้าน เทียบเท่ายอดขายทั้งปีของสาขา 1 สาขา
          ดึงคู่ค้า1,300รายโคซัพพลายเชนลดต้นทุนขนส่ง

          โฮมโปรทะยานไม่หยุด คว้ายอดขาย 6.6 หมื่นล้าน ตั้งเป้าปีนี้ขอโตเพิ่ม 10% ดีเดย์แกรนด์โอเพนนิ่งดีซี 100 ไร่ ย่านวังน้อย เดือนกรกฎาคมนี้ ดึงซัพพลายเออร์ 1,300 ราย ติดปีกขนส่ง-กระจายสินค้าทั่วไทย โชว์เหนือจัดงานโฮมโปร เอ็กซ์โป กระหึ่ม ปั๊มยอดขายงานเดียว 600 ล้าน เทียบเท่ายอดขายทั้งปีของสาขา 1 สาขา

          นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือโฮมโปร เปิดเผยว่า โฮมโปรครบรอบ 23 ปีในปีนี้ โดยผลดำเนินการปี 2561 มียอดรายได้ 66,000 ล้านบาท สำหรับปี 2562 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 5-10% ไฮไลต์แผนธุรกิจเป็นเรื่องการบริหารจัดการพันธมิตรธุรกิจ (partnership) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว

          รายได้เอ็กซ์โป 600 ล้าน

          ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 1/62 เพิ่งจัด บิ๊กอีเวนต์ "โฮมโปร เอ็กซ์โป" ครั้งที่ 29 ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม สามารถทำยอดขายในช่วงจัดงานได้ 600 ล้านบาท ตามเป้าที่ตั้งไว้ สะท้อนความสำเร็จและภาพลักษณ์ของการเป็นต้นแบบงานเรื่องบ้านตัวจริง

          ปัจจุบันโฮมโปรมีเครือข่ายสาขา 108 แห่ง แบ่งเป็น สาขาในประเทศมาเลเซีย 6 แห่ง, โฮมโปร S ที่มีการลงทุนในคอมมิวนิตี้มอลล์, สาขาในเขตกรุงเทพฯ 28 แห่ง ที่เหลือกระจายอยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศอีก 60 กว่าสาขา

          ในด้านรายได้จำนวน 66,000 ล้านบาท เฉลี่ยแต่ละสาขามีรายได้ปีละ 500-600 ล้านบาท ในขณะที่การจัดงานโฮมโปร เอ็กซ์โป ซึ่งมีประสบการณ์จัดงานถึง 29 ครั้ง ล่าสุดสามารถตั้งเป้ายอดขายในการจัดงานครั้งเดียว 600 ล้านบาท เทียบเท่ากับยอดขาย 1 สาขาใน 1 ปี

          "นี่คือโมเดลธุรกิจที่เราทำสำเร็จได้ เพราะมีความร่วมมือจากพันธมิตร 1,000 กว่าราย ที่ค้าขายและเติบโตไปกับเรา โดยทุกครั้งที่จัดงาน สินค้าบางอย่างเป็นของใหม่ เช่น ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 เราก็นำเสนอเครื่องปรับอากาศรุ่นป้องกัน PM 2.5 ซึ่งมีผลตอบรับดีจากลูกค้า"

          ปีนี้ลงทุนเพิ่ม 5,000 ล้าน

          นายคุณวุฒิกล่าวต่อว่า สำหรับแผนลงทุนปี 2562 วางแผนใช้เงินลงทุนรวม 5,000 ล้านบาท ทำหลายด้านด้วยกัน ทั้งการขยายสาขาใหม่ 6 แห่ง ทั้งขนาดใหญ่ ที่เป็นโฮมโปร สแตนด์อะโลน และโฮมโปร S ซึ่งจะเปิดในโครงการสามย่านมิตรทาวน์, พีเพิล ปาร์ค และคอมมิว นิตี้มอลล์

          ส่วนสาขาต่างจังหวัดเตรียมเปิดบริการเพิ่มในจังหวัดมุกดาหาร, สาขาบ้านฉาง รองรับตลาดอีอีซีในโซนภาคตะวันออก และสาขาย่านบางนา ทำเลช่วงสมุทรปราการตอนปลาย

          ไฮไลต์ในปีนี้ มาจากแผนลงทุนดีซี- ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ ย่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้งบฯลงทุน 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้างตามกรอบแผนและเวลาที่ตั้งไว้ คาดว่าสามารถเปิดได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2562

          "การบริหารจัดการพันธมิตรคู่ค้า หรือ partnership ประสิทธิภาพทางธุรกิจจะเกิดขึ้นได้ก็จากซัพพลายเชนวางแผน ร่วมกันผลิตแล้วส่งสินค้าได้ทันที ไม่ต้อง จัดเก็บ ไม่มีสต๊อก ลดคอสต์ในภาพรวม"

          ดึงพันธมิตรโหลดสินค้า

          รายละเอียดด้านซัพพลายเชน มีหลายองค์ประกอบที่ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มจากระบบ VRMvendor relationship management มีการแชร์ข้อมูลยอดขาย สต๊อกสินค้าในแต่ละสโตร์ การสั่งซื้อสินค้าเข้าดีซี กำหนดการชำระเงิน

          ระบบวางแผนสต๊อก-inventory planning ทำให้ได้รับประโยชน์ร่วมกันในการวางแผนผลิต การเตรียมสินค้า รวมถึงข้อมูลแนวโน้มการขายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ทำให้พันธมิตรคู่ค้าสามารถวางแผนการผลิตสินค้าได้อย่างเหมาะสม และลดต้นทุน

          การบริหารจัดการ backhaul เป็นระบบ บริหารจัดการขนส่งสินค้าทั้งขาไปและขากลับ ปกติการขนส่งขาไปมีสินค้าบรรทุก 100% แต่ขากลับน้ำหนักบรรทุกอาจเหลือ 70% หมายความว่ายังมีลอสต์หรือมีพื้นที่ว่าง 30%

          ในขณะที่ประสิทธิภาพการขนส่งและบริหารต้นทุนจะเกิดสูงสุดได้ ต้องทำ backhaul ให้ได้ 100% หรือให้มีระวางบรรทุกสินค้าทั้งขาไปและขากลับ 100%

          "โฮมโปรกำลังโปรโมตเรื่องนี้ให้กับพันธมิตรคู่ค้า เพราะเราลงทุนระบบขนาดใหญ่เต็มรูปแบบให้แล้ว ปัจจุบันมีพันธมิตรคู่ค้า 1,300 ราย จะเปิดให้เข้ามาใช้บริการเป็นกลุ่มหลัก โดยเบื้องต้นเราไม่ได้ขยายไปให้บริการขนส่งให้กับลูกค้าภายนอก ส่วนอนาคตระยะยาวมีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ และสามารถปรับนโยบายรองรับโอกาสที่ดีได้"

          กองทัพรถกระบะ-สิบล้อ

          สำหรับการเตรียมตัวเพื่อใช้บริการจัดส่งสินค้าของโฮมโปร นายคุณวุฒิกล่าวว่า ต้องมีการปรับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกัน โดยเฉพาะมาตรฐานพาลเลต (palletize) ปกติมีไซซ์สากล คือ สูง 1.80 เมตร กว้าง 1 เมตร ยาว 1.2 เมตร หรือ 1.80x1.00x1.20 เมตร เวลายกสามารถยกได้ทั้งพาลเลตโดยไม่ต้องมีการแกะกล่อง

          "ดีซีที่วังน้อยมีพื้นที่ 100 กว่าไร่ พื้นที่ใช้สอย 200,000 ตารางเมตร เทียบเท่าสนามฟุตบอล 50 สนาม ตอนเซตแผนธุรกิจเพื่อต้องการรองรับการใช้บริการแบบ B to B แล้วกระจายสินค้าแบบ B to C ไปถึงบ้านลูกค้าได้เลย"

          ขีดความสามารถในการให้บริการ โฮมโปรมีรถบรรทุก 10 ล้อ และรถหัวลาก (เทรลเลอร์) รับสินค้าจากโรงงานกับดีซี วิ่งบริการแบบ B to B วันละ 300 คันทั่วประเทศ มีฮับใหญ่อยู่ตามหัวเมืองหลัก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี

          จากนั้นกระจายสินค้าแบบ B to C ด้วยรถปิกอัพ 4 ล้อ อีก 200-300 คัน เพื่อให้สินค้าส่งตรงถึงมือผู้ซื้อได้รวดเร็วที่สุด

          "ปัจจุบันคอสต์ด้านโลจิสติกส์หรือการขนส่งของประเทศไทยอยู่ที่ 15% โฮมโปร อยู่ที่ 8% ซึ่งหลังจากลงทุนดีซีและเทคโนโลยีต่าง ๆ มั่นใจว่ายังสามารถลดต้นทุนขนส่งสินค้าได้อีก ถ้าสามารถทำ backhaul หรือหาสินค้าโหลดได้เต็ม 100% ทั้งการขนส่งขาไป-ขากลับ"

          "ประเมินจากยอดขายและเครือข่ายของ โฮมโปร ถ้าสามารถลดสต๊อกในโกดังได้ เท่ากับประหยัดเม็ดเงินปีละ 200 ล้าน ซึ่งคอสต์หรือต้นทุนที่น่าจะลดมากที่สุด คือ คอสต์การขนส่ง เราพยายามสร้างเครือข่ายและดึงคนมาใช้ให้มากขึ้น ต้องเกิดจากความร่วมมือใกล้ชิด เราลงทุนระบบใหญ่แล้ว ซัพพลายเออร์เมื่อเล็งเห็นประโยชน์แล้วต้องเข้ามาใช้โมเดลนี้ก็จะวิน-วิน พันธมิตรคู่ค้าได้ประโยชน์ 3 เรื่อง 1.ลดต้นทุนภายใน 2.วางแผนการผลิตได้ดีขึ้น ไม่ต้องกังวลสต๊อก 3.เซอร์วิสลูกค้าได้ดีขึ้น ของไม่ขาดสต๊อก มีให้ซื้อตลอด"

          รุก-รบเต็มรูปแบบ

          ในด้านภาวะการแข่งขันและการปรับกลยุทธ์หนีคู่แข่งในธุรกิจโมเดิร์นเทรดวัสดุและของตกแต่ง นายคุณวุฒิกล่าวว่า รายได้ 100% เป็นยอดขายจากลูกค้าสมาชิก 90% โดยมีฐานลูกค้าสมาชิก 3.8 ล้านรายในปัจจุบัน เฉลี่ยซื้อซ้ำ 1.6-2 ครั้ง/คน/เดือน

          นอกจากนี้ โฮมโปรมีฐานลูกค้า บัตรเครดิต 7 แสนราย ยอดซื้อต่อบิล กรณีลูกค้าสมาชิก หรือเมมเบอร์การ์ด อยู่ที่ 3,000 บาท ลูกค้าทั่วไปอยู่ที่ 2,500 บาท

          "กลยุทธ์ทุกด้านเราทำเต็มรูปแบบ ในด้านสินค้าพยายามสร้างความ แตกต่างทั้งดีไซน์ ฟังก์ชั่น การใช้งาน เราสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งแบบ omni channel ทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ สิ่งภูมิใจอีกเรื่อง คือ ทุกครั้งที่มีภาวะวิกฤต แต่สินค้าเราไม่เคยขาดเชลฟ์ ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการ ในยามขาดแคลน ทั้งช่วงน้ำท่วม น้ำแล้ง ล่าสุดปัญหา PM 2.5 สินค้าจำเป็นเราก็มีให้เลือกซื้อ" นายคุณวุฒิกล่าว
 
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ