Loading

นริศ เข้าซื้อ สิงห์เอสเตท 7แสนหุ้น

วันที่ : 10 เมษายน 2562
ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า นริศ เชยกลิ่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานซื้อหุ้นจำนวน 7 แสนหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 3.12 บาท คิดเป็นมูลค่ารายการรวมกว่า 2 ล้านบาท
          ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า นริศ เชยกลิ่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานซื้อหุ้นจำนวน 7 แสนหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 3.12 บาท คิดเป็นมูลค่ารายการรวมกว่า 2 ล้านบาท

          การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในรอบสองเดือนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงต่อเนื่องทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน โดยเดือน มี.ค. ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 2.42% จากราคา 3.30 บาท ลดลงมาอยู่ที่ 3.22 บาท โดยราคาสูงสุดที่ 3.36 บาท ต่ำสุดที่ 3.18 บาท ขณะที่ เดือน เม.ย. ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 3.16% จากราคา 3.16 บาท ลดลงมาอยู่ที่ 3.06 บาท โดยราคาสูงสุดที่ 3.26 บาท ต่ำสุดที่ 3.06 บาท

          สำหรับผลการดำเนินงานปี 2561 บริษัทมีรายได้รวม 7,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อนที่ 5,858 ล้านบาท โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยมี รายได้ 3,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% จากปีก่อน หลังมีการโอนกรรมสิทธิ์ อาคารชุด "โครงการ ดิ เอส อโศก" ซึ่งได้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนธ.ค. 2561 และโครงการคอนโดมิเนียม "บันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ" ส่วนธุรกิจโรงแรมมี รายได้ 2,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% จาก ปีก่อน หลังมีการรวมผลประกอบการ จากกิจการโรงแรมในเครือของ  Outriggers จำนวน 6 โรงแรมที่บริษัทได้ทำการเข้าซื้อในปีที่ผ่านมา ด้านธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการค้ามีรายได้ 674 ล้านบาท ลดลง 68% จากปีก่อน เนื่องจากช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 บริษัทได้บันทึก รายได้ค่าเช่าตามสัญญา เช่าพื้นที่ระยะยาวของโครงการ สิงห์ คอมเพล็กซ์ เข้ามา แต่ในปี 2561 ไม่มีรายการดังกล่าว ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตขึ้นเป็น 1,287 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 125% จากปีก่อนที่ 572 ล้านบาท

          ก่อนหน้านี้ เขา ระบุว่า บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปี (2562- 2566) สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและการค้า จำนวนกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการใหม่ หรือ การเข้าลงทุน (M&A) ในโครงการที่ สร้างเสร็จแล้วและอยู่บนทำเลที่ดี มีผู้เช่าหลากหลายธุรกิจ อายุอาคารไม่เกิน 20 ปี โดยตั้งเป้าจะมีโครงการให้เช่าพื้นที่ เพิ่มอีก 4-5 โครงการ และมีพื้นที่เช่ารวมเพิ่มเป็น 3.5 แสนตารางเมตร ภายใน 5 ปี จากสิ้นปี 2561 มีพื้นที่รวมทั้งหมดกว่า 2.5 แสนตารางเมตร

          โดยบริษัทตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากการให้เช่าพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีรายได้ประจำ (Recurring In-come) เพิ่มเป็น 50% ภายใน 5 ปีข้างหน้าจากปีนี้คาดอยู่ที่ 30-40% หลังจากได้มีการเปิดตัวโครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ อย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปีก่อน ส่วนธุรกิจ อสังหาฯเพื่ออยู่อาศัยจะมีสัดส่วนรายได้ที่ 60-70%
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ