Loading

เก็งกำไรสะดุด..ราคาที่ดินชะลอตัว แผนตัดถนนผ่าสวนกลางพิษณุโลกชะงัก

วันที่ : 17 เมษายน 2562
เผยที่มาที่ไปแนวถนน ฉ.1 ตัดผ่าสวนเฉลิมพระเกียรติฯกลางเมืองพิษณุโลก ท่ามกลางกลุ่มนายทุน-ขรก.-นักการเมืองท้องถิ่น ที่กว้านซื้อที่แบ่งแปลงไล่ราคาเก็งกำไรจากตาราวาละ 6 พันขึ้นเป็น 2-3 หมื่น ก่อนถูกต้านหนักในขณะนี้
          เผยที่มาที่ไปแนวถนน ฉ.1 ตัดผ่าสวนเฉลิมพระเกียรติฯกลางเมืองพิษณุโลก ท่ามกลางกลุ่มนายทุน-ขรก.-นักการเมืองท้องถิ่น ที่กว้านซื้อที่แบ่งแปลงไล่ราคาเก็งกำไรจากตาราวาละ 6 พันขึ้นเป็น 2-3 หมื่น ก่อนถูกต้านหนักในขณะนี้

          โครงการก่อสร้างถนน ฉ.1 ตามผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก เพื่อระบายรถจากกลางเมือง บริเวณสามแยกเรือนแพ(บิ๊กซี-ถนนสาย 12) สู่ถนนเลี่ยงเมือง ตอนเหนือ ซึ่งต้องตัดผ่านสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ที่เป็นปอดของคนเมืองสองแคว จนถูกต่อต้าน-ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ระงับโครงการเปลี่ยนแนวถนนอยู่ในขณะนี้นั้น

          แนวคิดการก่อสร้างถนนสายนี้ ริเริ่มตั้งแต่ปี 2558 สมัยอดีตผู้ว่าฯพิษณุโลก และอดีตโยธาธิการจังหวัดพิษณุโลก ในขณะนั้น ทำแผนโครงการตัดถนนระยะทางยาวประมาณ 5 กิโลเมตร วางแนวตัดตรง ทิศเหนือจากถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลก(ใกล้ที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก) มายังสามแยกเรือนแพ เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 12 โดยผ่านที่ดินตราครุฑแดง หรือโฉนด ที่ถูกประทับตราว่า เขตจัดรูปที่ดิน นั่นหมายความว่า เจ้าของที่ดินจะทำการใดๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าฯเสียก่อน

          นัยว่า..เพื่อความพร้อมในการรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ตาม วิสัยทัศน์ "พิษณุโลก เมืองบริการเศรษฐกิจและสังคมสี่แยกอินโดจีน"

          ทันทีที่โยธาธิการและผังเมืองพิษณุโลก นำเสนอโครงการต่อผู้ว่าฯขณะนั้น ก็ได้รับความเห็นชอบ ท่ามกลางกลุ่มนายทุน-เครือข่าย ไม่ว่าเป็นผู้บริหาร อปท.ทั้งใหญ่-เล็ก ร่วมลงขันกับกลุ่มข้าราชการที่นิยมซื้อ-ขาย ค้าที่ดินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาศัยเม็ดเงินทุนหนาจากเอกชน แห่จับจองซื้อที่ดินต่อจากชาวบ้านก่อนเริ่มโครงการ

          โดยมีการซื้อที่ดินตาบอดติดถนนเมน ฉ.1 แปลงใหญ่หลายไร่ ราคาหลักล้าน จากนั้นพอแบ่งแปลงโครงการ ก็ราคาซื้อขายเป็นตาราวาละ 6,000 บาทต่อเนื่องหลายปี ไม่นานมานี้ราคาที่ดินเคยวิ่งขึ้นไปสูงสุดถึงตารางวาละ 2-3 หมื่นบาท กระทั่งเกิดกระแสต่อต้านการตัดถนนสายนี้ ราคาซื้อขายก็ลดลงเหลือเฉลี่ยตารางวาละ 20,000 บาท

          ส่วนที่ดินช่วงต้นถนน (หลังสวนเฉลิมพระเกียรติฯ) เป็นที่ดินในครอบครองของเสี่ยพ่อค้าพืชไร่ในพื้นที่ นานกว่า 20 ปีมาแล้ว เป็นที่ดินราคาสูงและไม่มีการซื้อขาย ขณะที่ช่วงกลางๆ ของถนน ฉ.1 ก็มีกลุ่มทุนหน้าใหม่เข้าซื้อขายเปลี่ยนมือ เช่นเดียวกับที่ดินช่วงปลายถนน ฉ.1 ที่ออกสู่ถนนเลี่ยงเมือง(ไปรษณีย์)

          ส่วน ถนน จ.4 (เส้นสีเหลือง) และถนน จ.1 (สีเขียว) เป็นถนนกว้าง 24 เมตร บริเวณต้นถนน หลังสวนฯ ยังเป็นกลุ่มทุนเสี่ยดั่งเดิมถืออยู่และเปลี่ยนมือสู่กลุ่มทุนใหม่ และชาวบ้านครอบครองบ้าง สำหรับที่ดินห่างๆ ออกไป บริเวณถนน (สีแดง) กว้าง 16 และ 12 เมตร 9 เมตร และ 6 เมตร และพบว่าชาวบ้านใน พื้นที่ยังเป็นเจ้าของอีกไม่น้อย โดยราคาถูกที่สุดเริ่มตั้งแต่ตารางวาละ 5,000 บาทหรือไร่ละ 2 ล้านบาทขึ้นไป

          ว่ากันว่า กลุ่มทุนข้าราชการที่เข้ากว้านซื้อมือแรกๆ ได้ปล่อยขายที่ดินให้กลุ่มผู้บริหาร อปท.ในพื้นที่ ซึ่งรับซื้อไม่อั้น ขณะที่กลุ่มทุนเอกชนระดับเจ้าของห้างดัง ชื่นชอบกับการซื้อที่ดินเก็บแปลงใหญ่ หันไปกว้านซื้อที่ดินถัดจากถนน ฉ.1 ออกไปทิศตะวันออก ตามแนว "หนองตาเหี่ยม" ผืนน้ำขนาด 78 ไร่ที่ครั้งหนึ่งจังหวัดเตรียมพัฒนาเป็นตลาดน้ำ และ อปท.ได้ทุ่มงบร่วม 10 ล้านบาทสร้างคันคู ไว้เป็นสถานที่พักผ่อนและปอดแห่งใหม่เมืองพิษณุโลก รองบประมาณ "กรมทางหลวงชนบท" ตัดถนน ฉ.2 อีกเส้น ระบายการจราจรสู่ถนนสาย 11 จากสี่แยกอินโดจีน-แยกประโดก ต.สมอแข อ.เมือง

          ขณะที่นายทุนบางรายที่ตกขบวน เพราะไล่ซื้อที่ดินไม่ทัน ต่างแห่ไปไล่ซื้อที่ดินเก็บ บริเวณตอนตะวันตกเฉียงเหนือ ของถนน ฉ.1 ซึ่งเป็นที่ดินแปลงใหญ่ อยู่ในเขต ต.หัวรอ อ.เมือง โดยซื้อที่ดินเมื่อ 3 ปีก่อน จากราคาไร่ละ 3 แสน ปัจจุบันซื้อไร่ละ 6 แสนบาท แต่ต้องรอการจัดรูปที่ดินจากผู้ว่าฯก่อน

          ทั้งนี้ แนวถนนที่จะตัดผ่านสวนเฉลิมพระเกียรติฯ (เรือนแพ) หรือถนนสาย ฉ.1 เป็นถนนตามผังเมืองรวมพิษณุโลกปี 2542 และยังคงประกาศใช้ในผังเมืองรวมพิษณุโลกปี 2553 ระยะทางยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ตัดตรงทิศเหนือจากถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลก(ใกล้ที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก) มายังสามแยกเรือนแพ เชื่อมกับถนนหมายเลข 12 ปี 2560 เริ่มสร้างถนนบริเวณด้านทิศเหนือ(เลี่ยงเมือง) มาจนติดด้านทิศเหนือของสวนฯ ในปี 2561 นี้แล้ว  แนวถนนเดิมจะตัดตรงผ่าสระน้ำขนาดใหญ่ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ พุ่งตรงออกมายังสามแยกเรือนแพ บริเวณป้ายของสวน แต่ปี 58 โยธาธิการและผังเมืองพิษณุโลกเสนอแนวถนนใหม่ ลดผลกระทบไม่ให้ตัดผ่านสวนเฉลิมพระเกียรติฯ มากฯเกิน จึงมีแนวคิดตัดถนนออกสู่ถนนพระองค์ขาว(ขนาดเล็ก)แทน ลัดเลาะแนวเขตสวนฯทางด้านทิศตะวันตกใกล้กับโรงแรม ก็เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 12 เช่นกัน

          อย่างไรก็ตาม 27 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา มีชาวพิษณุโลก ได้รวมตัวกันนำรายชื่อประชาชนจำนวน 2,298 คน ยื่นผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ เพื่อเรียกร้องให้ผู้ว่าฯพิษณุโลก ทบทวนคำสั่งยุติโครงการตัดถนนผ่านสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

          โดยยืนยันว่า ถนนสายนี้ บรรจุอยู่ในผังเมืองพิษณุโลกที่ได้ประกาศ ปี พ.ศ.2542 ก่อนการก่อสร้างสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ฯ เพื่อประโยชน์สัญจร รองรับการขยายตัวของเมือง เป็นถนนเชื่อมระหว่างตัวเมืองกับถนนวงแหวน ปี พ.ศ.2558 ทางเจ้าหน้าที่โยธาจังหวัดฯ นำกฎหมายการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนา เสนอแก่ประชาชนที่อยู่ในเส้นทางที่ถนนจะตัดผ่าน  ให้เสียสละที่ดินคนละ 15-20% เพื่อเป็นพื้นที่ถนน จะทำให้มีถนนเชื่อมถึงที่ดินชาวบ้านได้ ทั้งรัฐก็ไม่ต้องเสียงบประมาณในการเวนคืนที่ดิน ประชาชนเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ

          กลุ่มผู้สนับสนุนการตัดถนนสาย ฉ.1 ยืนยันอีกว่า ถนนดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายผังเมืองพิษณุโลก ตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ พ.ศ.2547 และประกาศคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ส่วนจังหวัดพิษณุโลก เรื่อง การให้ความเห็นชอบโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองตาเหี่ยม จังหวัดพิษณุโลก ที่ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2558 จึงเป็นการก่อสร้างที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นโครงการเป็นประโยชน์แก่ประชาชนชาวพิษณุโลกและประชาชนทั่วไป

          แต่ขณะนี้ งานก่อสร้างถนนชะงัก จึงขอให้ผู้ว่าฯ เปิดรับฟังข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนทุกด้าน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และทบทวนคำสั่งยุติโครงการตัดถนนผ่านสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติฯ
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ