Loading

CPLand ย้ำเบอร์ 1 อสังหาฯในภูมิภาค ปี'62ทุ่มลงทุน4พันล้านเหยียบคันเร่ง7กลุ่มธุรกิจ

วันที่ : 15 เมษายน 2562
CP LAND มาฟอร์มใหญ่ เปิดพอร์ตธุรกิจ 7 เสาหลักย้ำเบอร์ 1 ตลาดภูมิภาค ปักหมุดคอนโดฯ-ออฟฟิศโรงแรม 30 จังหวัดทั่วไทย เสริมแกร่งธุรกิจพลังงาน-ศูนย์ประชุมฯ-พร็อพ เพอร์ตี้แมเนจเมนต์-นิคมอุตฯ วาดเป้า ลงทุนรวมปีนี้ 4,000 ล้าน
          CP LAND มาฟอร์มใหญ่ เปิดพอร์ตธุรกิจ 7 เสาหลักย้ำเบอร์ 1 ตลาดภูมิภาค ปักหมุดคอนโดฯ-ออฟฟิศโรงแรม 30 จังหวัดทั่วไทย เสริมแกร่งธุรกิจพลังงาน-ศูนย์ประชุมฯ-พร็อพ เพอร์ตี้แมเนจเมนต์-นิคมอุตฯ วาดเป้า ลงทุนรวมปีนี้ 4,000 ล้าน

          นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทก้าวเข้าสู่ปีที่ 37 พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระดับภูมิภาค ปัจจุบันมีพอร์ตลงทุน พัฒนาโครงการใน 30 จังหวัด ครอบคลุมหัวเมืองหลักและเมืองรองใน 7 ประเภทธุรกิจ โดยธุรกิจอาคารสำนักงานทำรายได้ มากที่สุด รองลงมาเป็นธุรกิจที่อยู่อาศัยและโรงแรม

          "CP LAND เป็นหนึ่งในสิบกลุ่มในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เริ่มต้นจากการสร้างสำนักงานใหญ่ที่สีลม ปัจจุบันมี ซี.พี.ทาวเวอร์ หรือฮับ 3 แห่งที่สีลม, พญาไท ล่าสุดคืออาคารนอร์ธปาร์ค ทาวเวอร์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง"

          สำหรับผลประกอบการปี 2561 มีกำไรก่อนหักภาษี 800-900 ล้านบาท เติบโตจากปี 2560 ที่มีกำไร 800 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10%

          "บรรยากาศลงทุนหลังเลือกตั้ง ผมทำธุรกิจมา 50 ปี วันนี้ลงทุนในเมืองไทย ดีที่สุด ยังพัฒนาได้อีกเยอะ ในอดีต ก่อนเริ่มต้นวัยทำงานผมไปสำรวจสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี ไทยเคยรวยที่สุด วันนี้ไทยก็ยังน่าลงทุนที่สุด" นายสุนทรกล่าว

          ปีนี้ลงทุนรวม 4 พันล้าน

          นายสมเกียรติ เรือนทองดี กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซี.พี.แลนด์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 2562 ยังคงเดินหน้าลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยมีงบฯลงทุนรวม 4,000 ล้านบาท

          ในส่วนคอนโดมิเนียมตั้งเป้าสร้างเพิ่มอีก 600 ยูนิต มูลค่าโครงการเฉลี่ยยูนิตละ 2 ล้านบาท ในขณะที่มีแบ็กล็อก 1,000 ยูนิต ตั้งเป้าโอนให้หมดในปีนี้

          เรื่องใหม่ในธุรกิจที่อยู่อาศัย เดิมเน้นคอนโดฯ ปีนี้เริ่มหันมาเน้นพัฒนาโครงการแนวราบ ปัจจุบันมีบ้านแนวราบทำเลมีนบุรี ราคายูนิตละ 3.5-4 ล้านบาท โดยถนนหน้าโครงการอยู่ระหว่างขยายถนน แนวโน้มเป็นทำเลที่จะมีความเจริญอีกมาก

          ในส่วนอาคารสำนักงาน คาดว่านอร์ธปาร์ค ทาวเวอร์ใกล้ก่อสร้างแล้วเสร็จ ตั้งเป้าเปิดบริการภายในปลายปีนี้ โดยอัตราการเช่าสำนักงานในกรุงเทพฯอยู่ที่ 98% ต่างจังหวัดมีอัตราเช่า 60%

          "การขยายตัวธุรกิจโรงแรม เริ่มจาก กราวนด์ฟิล (groundfill) เริ่มจากซื้อที่ดินเปล่า, ออกแบบและก่อสร้าง, ซื้อกิจการ, ร่วมทุน ตั้งเป้าปีนี้คาดว่าเพิ่มพอร์ตโรงแรม ขนาด 80 ห้องอีก 4-5 แห่ง โดยมีเป้ารวมขยายห้องพักโรงแรม 400 ห้อง"

          โดยโรงแรมมี 3 เวอร์ชั่น ล่าสุดกำลังจะสร้างรีสอร์ตโฮเทลที่จังหวัดมุกดาหาร, ไลฟ์สไตล์โฮเทลตามหัวเมืองท่องเที่ยว โดยซิตี้โฮเทลลงทุนเฉลี่ยห้องละ 2 ล้านบาท, ไลฟ์สไตล์โฮเทลขึ้นกับทำเล เช่น ภูเขา ริมทะเล ตัวเลขเฉลี่ยเริ่ม 2 ล้านเช่นเดียวกัน

          เฟสแรกนิคมระยอง 1 พันล้าน

          ปีนี้จุดโฟกัสคือนิคมอุตสาหกรรม CPGC เป้าใหญ่ลงทุนรวม 6,000 ล้านบาท แบ่งมาลงทุนปีนี้ 1,000 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค ประเมินว่าภายในไตรมาส 2/62 เป็นต้นไปจะมีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก

          "การตัดสินใจลงทุนอุตสาหกรรม บางรายใช้เวลาตัดสินใจเป็นสิบปีเพราะโรงงานต้องลงทุนเป็นหมื่นล้าน ปัจจุบันมี ยอดผู้สนใจเข้ามาจำนวนมาก"

          นายสมเกียรติกล่าวถึงรายละเอียดโครงสร้างธุรกิจ 7 กลุ่ม มีดังนี้ กลุ่มที่ 1 ธุรกิจโรงแรม มีแผนขยายภายใต้แบรนด์ "ฟอร์จูน" โดยในปี 2562 เปิดให้บริการ 11 โรงแรม ใน 9 จังหวัด มากกว่า 2,000 ห้องพัก เน้นลงทุนเมืองท่องเที่ยว เมืองหน้าด่านการค้าชายแดน และแหล่งอุตสาหกรรม

          ปัจจุบันมีโรงแรมอยู่ระหว่างก่อสร้าง อาทิ ในจังหวัดระยอง สมุทรสาคร มุกดาหาร ขอนแก่น รองรับนักท่องเที่ยว นักลงทุน งานประชุมสัมมนา โดยไตรมาส 1/62 มียอดเข้าพักโรงแรมในระดับดีมากอยู่ที่ 90%

          ล่าสุดบริษัทเปิดตัวเป็นทางการโรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช ซึ่งมีการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุด 2,000 ล้านบาท เพราะเล็งเห็นว่ามีดีมานด์จัดประชุมสัมมนาขนาดใหญ่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีพนักงาน 120 คน สัดส่วน 80% จ้างพนักงานจากคนพื้นที่

          กลุ่มที่ 2 ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม "ซีพีจีซี-CPGC" ร่วมดำเนินงานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) พัฒนาในนามบริษัท ซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมทุน ซี.พี.แลนด์กับบริษัท กว่างซี คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านค่าย-อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง พื้นที่ 3,068 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม 2,205 ไร่ พื้นที่ พาณิชยกรรม 112 ไร่

          "นิคมอุตฯมีมูลค่าลงทุนก่อสร้างระบบอินฟราสตรักเจอร์ภายในโครงการ 6,000 กว่าล้านบาท จุดเด่นทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC-Eastern Economic Corridor 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา

          แตกไลน์ธุรกิจย้ำเบอร์ 1

          กลุ่มที่ 3 ธุรกิจพลังงาน เริ่มลงทุน ปี 2560-2561 ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น กำลังผลิต 990 กิโลวัตต์ เงินลงทุน 35 ล้านบาท ผลิตไฟฟ้าทดแทนในช่วงกลางวันได้ปีละ 6 ล้านบาท มีแผนขยายสู่ระบบ PPA (ซี.พี.แลนด์ ลงทุนให้ 100% โดยมอบส่วนลดค่าไฟฟ้าให้แก่ลูกค้า) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในตลาดพลังงานทดแทน ตั้งเป้า 3 ปีหน้าจะมีพลังงานทดแทน 50 เมกะวัตต์

          กลุ่มที่ 4 ธุรกิจศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICEKhonkaen International Convention & Exhibition Center) เพิ่งครบรอบ 1 ปี สร้างบนพื้นที่ดิน 62 ไร่ มีพื้นที่จัดงานภายในอาคาร 20,000 ตารางเมตร ภายนอกอาคาร 6,500 ตารางเมตร รองรับการจัดงานได้ครั้งละ 10,000 คน ในอนาคตสนใจลงทุนศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าฯไปยังภูมิภาคอื่น ๆ อีกด้วย

          กลุ่มที่ 5 ธุรกิจอาคารสำนักงานปัจจุบันมีอาคารสำนักงานให้เช่า 13 แห่ง พื้นที่ใช้สอยรวม 457,000 ตารางเมตร พื้นที่เช่า 225,000 ตารางเมตร ได้แก่ ซี.พี.ทาวเวอร์ สีลม-พญาไทนอร์ธปาร์ค ความคืบหน้าล่าสุดกำลังก่อสร้าง สูง 19 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 47,000 ตารางเมตร พื้นที่เช่า 25,500 ตารางเมตร จุดเด่นอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง ใกล้ทางด่วนและถนนวิภาวดีรังสิต

          ขณะเดียวกัน อาคารสำนักงานในต่างจังหวัดมี 9 อาคาร พื้นที่ใช้สอยรวม 90,100 ตารางเมตร พื้นที่เช่า 67,400 ตารางเมตร กระจายอยู่ใน 7 จังหวัดหลัก

          กลุ่มที่ 6 ธุรกิจบริหารอาคาร ภายใต้ บริษัท ซี.พี.ฟาซิลิตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ CPFM มีลูกค้าหลัก อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาเชียงใหม่-หาดใหญ่, สายการบินแอร์เอเชีย, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น มีพอร์ตบริหารจัดการ 5 แสนตารางเมตร เป็นอาคารในเครือ ซี.พี. 3 แสนตารางเมตร

          กลุ่มที่ 7 ธุรกิจที่พักอาศัย ปัจจุบันลงทุนแล้ว 30 โครงการทั่วประเทศ มีทั้งบ้านเดี่ยว อาคารชุดรวม 8,000 ยูนิต ได้แก่ เชียงราย ลำปาง ตาก พิษณุโลก นครสวรรค์ อุดรธานี อุบลราชธานี บุรีรัมย์ นครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม สกลนคร ปราจีนบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี กรุงเทพฯ ชลบุรี สมุทรสาคร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง ระยอง ฯลฯ
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ