Loading

แสนสิริ เปิด8โครงการ

วันที่ : 19 เมษายน 2562
นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ. แสนสิริ เปิดเผยว่าบริษัทสามารถปิดยอดขายไตรมาสแรกของปี 2562 ได้สูงถึงเกือบ 6,600 ล้านบาท โดยสร้างยอดขายหลักจากแคมเปญ "โปรหมดเปลือก" ที่โกยยอดขายไปได้ถึง 3,500 ล้านบาท พร้อมปิดการขายไปได้ถึง 3 โครงการ ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, บ้านไม้ขาว ภูเก็ต และดีคอนโด โคโค่ สุราษฎร์ธานี
          นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ. แสนสิริ  เปิดเผยว่าบริษัทสามารถปิดยอดขายไตรมาสแรกของปี 2562 ได้สูงถึงเกือบ 6,600 ล้านบาท โดยสร้างยอดขายหลักจากแคมเปญ "โปรหมดเปลือก" ที่โกยยอดขายไปได้ถึง 3,500 ล้านบาท พร้อมปิดการขายไปได้ถึง 3 โครงการ ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, บ้านไม้ขาว ภูเก็ต และดีคอนโด โคโค่ สุราษฎร์ธานี

          นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จจากการเปิดโครงการ สิริ เพลส แอร์พอร์ต ภูเก็ต ทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว สำหรับกลุ่มลูกค้าภูเก็ตโดยเฉพาะ ส่งผลให้สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 60% นับว่าประสบความสำเร็จในการรุกตลาดทาวน์เฮาส์ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก

          "สำหรับภาพรวมอสังหาฯ ในช่วงไตรมาสสอง แม้มาตรการ แอลทีวีจะเริ่มบังคับใช้แต่พบว่ากระทบภาพรวมตลาดเพียงเล็กน้อย ขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจยังมีแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยว และการผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม"

          ส่วนแผนธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 จะเปิดใหม่อีก 8 โครงการ มูลค่ารวม 16,500 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่ารวม 10,300 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 2 โครงการ มูลค่ารวม 5,700 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ 1 โครงการ มูลค่ารวม 500 ล้านบาท
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
15 ตุลาคม 2562
ตลาดบ้านพักตากอากาศฟื้น ซีบีอาร์อี พบต่างชาติแห่ซื้อสูงถึง40%
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร ผู้อำนวยการแผนกซื้อขายบ้านพักตากอากาศ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดบ้านพัก ตากอากาศโดยซีบีอาร์อี บริษัท ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบว่า ตลาดบ้านพักตากอากาศเริ่มกลับมาได้รับความนิยมจากนักลงทุนอีกครั้ง โครงการบ้านพักตากอากาศชั้นนำหลายแห่งมียอดขายเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการโครงการระดับคุณภาพที่สะสมมานานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดที่พักอาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะมีสัดส่วนผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติสูงถึงกว่า 40%