Loading

มาตรการอสังหาฯฟื้นกำลังซื้อคาดยอดขายคอนโดฯกทม.พุ่ง20-30%

วันที่ : 23 เมษายน 2562
นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 เปิดเผยถึงผลหากรัฐบาลมีการออกมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่า จะส่งผลดีต่อภาพรวมที่อยู่อาศัย ซึ่งเราอยากให้มีมาตรการออกมา ซึ่งคาดว่าจะทำให้ยอดขายคอนโดฯที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในกรุงเทพฯเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% จากเดิมจะเกิดยอดขายทั้งปีที่ 50,000 หน่วย เพิ่มเป็นอย่างน้อย 60,000 หน่วย
          นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 เปิดเผยถึงผลหากรัฐบาลมีการออกมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่า จะส่งผลดีต่อภาพรวมที่อยู่อาศัย ซึ่งเราอยากให้มีมาตรการออกมา ซึ่งคาดว่าจะทำให้ยอดขายคอนโดฯที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในกรุงเทพฯเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% จากเดิมจะเกิดยอดขายทั้งปีที่ 50,000 หน่วย เพิ่มเป็นอย่างน้อย 60,000 หน่วย

          ขณะที่อุปทานใหม่ปีนี้น่าจะเกิดขึ้น 50,000 หน่วย ส่งผลให้อุปทานรวมทั้งปีอยู่ที่ 660,000 หน่วย ซึ่งในจำนวนนี้ มียอดการขายไปแล้ว 90%

          "ตลาดไตรมาสแรกและสองคงยจะชะลอตัว ซึ่งในไตรมาสนี้ เราจะไม่เห็นการปรับขึ้นของอุปทานใหม่หรือราคาขายที่เพิ่มขึ้น แต่มีการประเมินว่าไตรมาส 3 เป็นต้นไป จะเห็นผู้ประกอบการรายใหญ่ออกโครงการใหม่ มีผลต่อการปรับราคาขึ้นบ้าง โดยราคาขายคอนโดฯ ทั้งปีน่าขึ้นได้ประมาณ 5%"

          คอนโดฯ ไตรมาส 1 เปิดใหม่ลดลง 20%

          สำหรับตลาดคอนโดฯในกรุงเทพฯ ช่วงไตรมาสที่ 1 มีอุปทานคอนโดฯเกิดใหม่ในตลาดทั้งสิ้น 11,300 หน่วย จาก 30 โครงการ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 20% โดยทำเลที่มีการเปิดตัวของคอนโดฯ มากที่สุด ยังคงเป็นพระโขนง สวนหลวง แบริ่ง (2,400 หน่วย, 21%)

          ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดหลายประการ  เช่น คอนโดฯที่เกิดใหม่ไตรมาสนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดฯกลุ่มซิตี้คอนโด ที่มีราคาต่อตารางเมตร(ตร.ม.)ไม่เกิน 75,000 บาท และ ตลาดกลาง หรือ mid market ที่มีราคาต่อตร.ม.ไม่เกิน 100,000 บาทรวมกันมากถึง 75% ของจำนวนหน่วยที่เปิดใหม่ทั้งหมด (ประมาณ 8,500 หน่วย)

          นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการเอง ความเชื่อมั่นในตลาดสำหรับผู้ประกอบการใหม่ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยบางรายเป็นผู้ประกอบการรายเล็กที่เข้ามาเริ่มทำโครงการเป็นครั้งแรก เห็นได้จากสัดส่วนของผู้ประกอบการใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีถึง 47% ซึ่งโดยปรกติแล้วจะอยู่ในสัดส่วนประมาณ 30% เท่านั้น

          หนุนออกมาตรการภาษีกระตุ้นคอนโดฯมือสอง

          หากจะกล่าวถึงการปรับตัวของตลาดอสังหาฯ หลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่า การปรับตัวของราคายังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดมากกว่าในแต่ละช่วงเวลา จะเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะกระตุ้นธุรกิจ หรือลดความร้อนแรงของธุรกิจมากกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันต่างชาติน่าจะมีมากขึ้น น่าจะเห็นการลงทุนจากต่างชาติ เพิ่มขึ้น ผลจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะทำให้มี การกำหนดราคาประเมินคอนโดฯใหม่ในปี 63 จะทำให้ตลาดมีความคึกคักมากขึ้นในแง่ของคอนโดฯมือสอง

          นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI กล่าวว่า ในไตรมาสแรก บริษัทสามารถสร้างยอดขายจาก 2 โครงการใหม่ที่เปิดตัว ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียม ไนท์บริดจ์ สุขุมวิท-เทพารักษ์ และ โครงการ บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฎร์ รวมกว่า 5,600 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเป้าเปิดขายโครงการแนวราบ หลังจากโครงการแบรนด์ บริทาเนีย ได้รับการตอบรับที่ดี โดยวางเป้าเพิ่มจาก  6,000 ล้านบาท เป็น 8,000 ล้านบาท

          "ภาครัฐเองยังมีแนวโน้มจะออกมาตรการใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ระหว่างช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งรวมถึงนโยบายกระตุ้นการซื้อที่อยู่อาศัยด้วย หากมีมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ออกมาในเร็วๆ นี้ ก็จะเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคและยิ่งกระตุ้นให้ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เติบโต" นายพีระพงศ์ กล่าว

          นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด กล่าวว่า มาตรการที่จะออกมา จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะมูลค่าการโอน กรรมสิทธิ์อสังหาฯในช่วงที่มีมาตรการนั้น จะเพิ่มขึ้น แบบชัดเจน โดยคิดเป็นเกือบ 10% ของ GDP ของประเทศไทย

          นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการ LTV ส่งผลให้การขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงินยากขึ้น และกระทบถึงการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากพอสมควร ประกอบกับปัจจัยเรื่องด้านการเมือง และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ชะลอตัวลง ดังนั้น การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงน่าจะส่งผลทางด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ และความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอยู่แล้วให้ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ