Loading

เรียลแอสเสท เร่งขยายพอร์ตธุรกิจ จ่อรุกโลจิสติกส์-โรงแรม-ออฟฟิศ

วันที่ : 29 เมษายน 2562
"เรียลแอสเสท" เร่งเพิ่มพอร์ตรองรับการเติบโตเพิ่ม รายได้เสริมธุรกิจหลัก แย้มสนใจลงทุน โลจิสติกส์รับอีคอมเมิร์ซมาแรง เล็ง ขยายพอร์ตอาคารสำนักงานทั้งในและต่างประเทศ และธุรกิจโรงแรม ระบุปีนี้ ยอดขายและโอน 2,700 ล้านบาท บุ๊คแบ็กล็อก 2,200 ล้านบาท ดิวที่ดินแปลงรัชดาภิเษก ผุดคอนโดฯพรีเมียมมูลค่า 4,000 ล้านบาท
          "เรียลแอสเสท" เร่งเพิ่มพอร์ตรองรับการเติบโตเพิ่ม รายได้เสริมธุรกิจหลัก แย้มสนใจลงทุน โลจิสติกส์รับอีคอมเมิร์ซมาแรง เล็ง ขยายพอร์ตอาคารสำนักงานทั้งในและต่างประเทศ และธุรกิจโรงแรม ระบุปีนี้ ยอดขายและโอน 2,700 ล้านบาท บุ๊คแบ็กล็อก 2,200 ล้านบาท ดิวที่ดินแปลงรัชดาภิเษก ผุดคอนโดฯพรีเมียมมูลค่า 4,000 ล้านบาท

          นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวถึงแผนธุรกิจในระยะสั้นช่วง 2-3 ปีจากนี้ว่า เรามีเป้าหมายสร้างการเจริญเติบโตให้กับองค์กรทั้งในด้านการลงทุน ธุรกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น และผลการดำเนินงานที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัท แม้ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาฯของครอบครัว แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มไทยซัมมิทแล้วยังเทียบไม่ได้ แต่ละปีกลุ่มไทยซัมมิทจะมีกำไรประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท ขณะที่บริษัทเรียลแอสเสทฯกำไรตอนนี้ไม่มาก

          ดังนั้น ตนจึงมีแนวทางที่จะพิจารณา มองหาธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งตนอยากทำธุรกิจ ประเภทโลจิสติกส์ เนื่องจากแนวโน้มของโลก(เทรนด์)การเติบโตของอีคอมเมิร์ซกำลังมาแรง และมีความต้องการ(ดีมานด์)มาก ทั้งนี้ รูปแบบของการพัฒนา จะไม่ปิดกั้นในเรื่องของพันธมิตร ในส่วน ของที่ดินนั้น อาจพิจารณาจากที่ดินของครอบครัว เนื่องจากมีแลนด์แบงก์หลายแปลงอยู่ในจังหวัดชลบุรีและในอ.ศรีราชา

          "สิ่งที่เรากำลังดำเนินการและคิดจะทำ คือ การขยายไลน์ธุรกิจใหม่ ซึ่งอาจจะมีทั้งการลงทุนและเก็บเพิ่มสินทรัพย์ และเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งในอนาคต 10-20 ปีข้างหน้า ผลตอบแทนจะ คืนกลับสูงขึ้น" นายบดินทร์ธร บุตรชายคนที่ 5 ของตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจอธิบายและว่า

          โดยแนวทางเพิ่นสินทรัพย์ตอนนี้ ต้องรอการปรับโครงสร้งธุรกิจของกลุ่มไทยซัมมิท ซึ่งอาจจะมีการนำสินทรัพย์มาเติมให้กับบริษัทเรียลแอสเสทฯ เช่น ไทยซัมมิททาวเวอร์ มูลค่าประมาณ 2,000- 3,000 ล้านบาท หรือแม้แต่สินทรัพย์ในต่างประเทศ ทางกลุ่มฯ ก็มี อาคารสำนักงาน ในลอนดอนที่มีมูลค่า 60 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,400 ล้านบาท ก็อยู่ในเรื่องแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ นั่นคือโอกาสในแผนข้างหน้า ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงแรมก็อีกเป็นเป้าหมายที่กำลังศึกษาและหาโอกาสเข้าไปซื้อโรงแรมเข้ามาเสริมพอร์ตบริษัทฯ

          สำหรับทิศทางการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์จากนี้ไป จะมีทั้งโครงการแนวราบและโครงการแนวสูง โดยตลาดในกลุ่มโครงการแนวสูงจะพยายามเปิดให้ได้ปีละ 1 โครงการเป็นอย่างน้อย ขณะที่โครงการแนวราบจะเปิดให้ได้ 2-3 โครง การต่อปี เพื่อรองรับการสร้างยอดขายและรายได้ที่ต่อเนื่อง ซึ่งแผนภายในปี 2565 จะมีตัวเลขยอดโอนทะลุ 5,000 ล้านบาท และมียอดขายรอรับรู้รายได้เป็นรายได้(แบ็กล็อก)ประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการรองรับเข้าระดมทุนในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป

          นายบดินทร์ธร กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ ในปี 62 ว่า วางเป้ายอดขาย และยอดโอนไว้ประมาณ 2,700 ล้านบาท ส่วนของยอดโอนจะมาจากโครงการแนวสูง 1,800 ล้านบาทและอีก 900 ล้านบาทมาจากโครงการแนวราบ ทั้งนี้ บริษัทมียอด ขายรอโอนกรรมสิทธิ์(แบ็กล็อก)ที่จะบันทึกในปีนี้ประมาณ 2,200 ล้านบาท(ยอดแบ็กล็อกรวม 3,900 ล้านบาท) จากโครง การคอนโดมิเนียม ลาวีค สุขุมวิท 57 โดยในปีนี้ บริษัทมีแผนเปิด 2 โครงการแนวราบ

          ในเรื่องงบลงทุนซื้อที่ดินในปี 2562 ตั้งไว้ 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนโครงการปี 2563 ขณะนี้เจรจา 1 บริเวณเส้นรัชดาภิเษกฯ บนเนื้อที่ 4 ไร่ ตารางวาละ 7 แสนบาท สามารถพัฒนาโครงการคอนโด- มิเนียม ราคาต่อตารางเมตรประมาณ 1.5 แสนบาท หรือมีมูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท คาดว่าในไตรมาส 3 จะเปิดโฉมหน้าโครงการได้ และอยู่ระหว่างเจรจาอีก 2-3 แปลงคาดพัฒนาโครงการแนวราบได้ในปี63

          "การแข่งขันที่สูง ทำให้เราต้องสู้ ต่อไปและเรียนรู้ให้ทันกับเหตุการณ์ และพยายามตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต เราอยากให้ทุกคนจดจำโปรดักต์เรา ที่เป็นสินค้าของกลุ่มคนรุ่นใหม่"
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
15 ตุลาคม 2562
ตลาดบ้านพักตากอากาศฟื้น ซีบีอาร์อี พบต่างชาติแห่ซื้อสูงถึง40%
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร ผู้อำนวยการแผนกซื้อขายบ้านพักตากอากาศ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดบ้านพัก ตากอากาศโดยซีบีอาร์อี บริษัท ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบว่า ตลาดบ้านพักตากอากาศเริ่มกลับมาได้รับความนิยมจากนักลงทุนอีกครั้ง โครงการบ้านพักตากอากาศชั้นนำหลายแห่งมียอดขายเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการโครงการระดับคุณภาพที่สะสมมานานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดที่พักอาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะมีสัดส่วนผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติสูงถึงกว่า 40%