Loading

NOBLEได้BTSถือหุ้นอันดับ3 จ่อผุดอสังหาแนวรถไฟฟ้า

วันที่ : 29 เมษายน 2562
โบรกฯมองบวก NOBLE ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ โผล่ชื่อ BTS ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 เชื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และ BTS ตุนที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าเพียบ จับตาแผนขยายโครงการอสังหาฯตามแนวรถไฟฟ้าร่วมกัน หนุนเติบโตในอนาคต
          โบรกฯมองบวก NOBLE ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ โผล่ชื่อ BTS ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 เชื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และ BTS ตุนที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าเพียบ จับตาแผนขยายโครงการอสังหาฯตามแนวรถไฟฟ้าร่วมกัน หนุนเติบโตในอนาคต

          นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด กล่าวถึงกรณีที่บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE ประกาศโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 รายใหม่ ประกอบด้วย 1.ฟัลครัม-โกลบอล แคปิตอล (Fulcrum Global Capital) ซึ่งนายแฟรงค์ เหลียง เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด ได้เข้าถือหุ้น 24.9% ผ่านการลงทุนภายใต้ชื่อบริษัท เอ็นคราวน์ จำกัด (nCrowne Pte. Ltd.) 2.นายธงชัย บุศราพันธ์ ถือหุ้นในสัดส่วน 23.3% และ 3.บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ถือหุ้นในสัดส่วน 9.9% ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อการบริหารเงินออม (Treasury Investment) ของกลุ่ม BTS ว่า ถือว่ามีความน่าสนใจมาก โดยเฉพาะกลุ่ม BTS ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ของ NOBLE เนื่องจาก BTS มีแผนขยายรถไฟฟ้าสายใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และยังมีที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าจำนวนมาก จึงน่าเป็นประโยชน์ร่วมกัน

          ส่วนนายธงชัย บุศราพันธ์ เคยเป็นผู้บริหารใน NOBLE มาแล้ว และได้ออกไป แต่ก็ยังทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

          โดยทั้งนายธงชัย บุศราพันธ์ และ BTS มีแผนขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ในทำเลใหม่ ๆ ที่อยู่ติดเส้นทางรถไฟฟ้า โดยการสร้างแบรนด์ใหม่ พร้อมเป้าหมายการเพิ่มยอดรับรู้รายได้ปีละประมาณ 10,000 ล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้า จึงน่าจะช่วยพัฒนา NOBLE ให้เติบโตได้ในอนาคต

          ขณะที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมีการปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 29% ซื้อขายที่อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) ระดับ 8.5 เท่า ซึ่งต่ำกว่า P/E กลุ่มอุตสาหกรรมที่ระดับ 16.2 เท่า จึงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” โดยต้องติดตามแผนการดำเนินงานในอนาคตของ NOBLE อย่างต่อเนื่อง

          ด้านนายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (DBSV) เปิดเผยว่า เบื้องต้นประเมินการเข้ามาถือหุ้นของกลุ่ม BTS จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน NOBLE ได้มากขึ้น เนื่องจาก BTS เป็นบริษัทขนาดใหญ่ และเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงที่มั่นคงในตลาดทุน

          ขณะที่ราคาหุ้น NOBLE ได้ปรับขึ้นรับข่าวดีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไปแล้ว และการเข้ามาถือหุ้นที่เกือบ 10% ของ BTS จะได้รับเพียงเงินปันผลอย่างเดียว ไม่ได้เป็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น นอกจากนี้ ยังต้องติดตามแผนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพราะ BTS ยังมีการร่วมมือกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ด้วย

          ส่วนการกลับมาของนายธงชัย บุศราพันธ์ ยังต้องพิสูจน์ถึงการทำงานกันอีกครั้ง แม้จะมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว โดยยังคงต้องติดตามผลประกอบการในปี 2562 จะเติบโตขึ้นจากปีก่อนได้หรือไม่ ซึ่งในปี 2560 ทาง NOBLE มีกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับกว่า 2,000 ล้านบาท เป็นปีที่มีกำไรสุทธิสูงสุด เนื่องจากมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการโนเบิล เพลินจิต (Noble Ploenchit) ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวนมาก ขณะที่ปี 2561 กำไรสุทธิลดลงเหลือระดับ 987 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการขนาดใหญ่

          และในปี 2562 ยังต้องติดตามว่ากำไรสุทธิจะเติบโตขึ้นจากปีก่อนได้หรือไม่ โดยมีมาตรการควบคุมสินเชื่อ (LTV) ใหม่เข้ามาเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ แม้ในปี 2562 จะมีโครงการที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้หลายโครงการ ทั้งโครงการโนเบิล เพลินจิต ที่ยังเหลือขาย, โครงการ โนเบิล รีโว สีลม (Noble Revo Silom), โครงการ โนเบิล บี เทอร์ตี้ทรี สุขุมวิท (Noble BE 33 Sukhumvit) และโครงการ โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 (Noble Revolve Ratchada 2)
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ