Loading

SPALIลุ้นQ1เด้ง กำไร1.5พันล้าน

วันที่ : 30 เมษายน 2562
“ศุภาลัย” ผลงานโดดเด่น! โบรกฯคาดไตรมาส 1/62 อวดกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท พุ่ง 73% รับแรงหนุนโอนโครงการศุภาลัย ไลท์ รัชดาฯ-นราธิวาส-สาทร หนุนรายได้ Q1 โต 38% แตะ 6,336 ล้านบาท เชียร์ “ซื้อ” เป้าราคาใหม่ 23.40 บาท
          “ศุภาลัย” ผลงานโดดเด่น! โบรกฯคาดไตรมาส 1/62 อวดกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท พุ่ง 73% รับแรงหนุนโอนโครงการศุภาลัย ไลท์ รัชดาฯ-นราธิวาส-สาทร หนุนรายได้ Q1 โต 38% แตะ 6,336 ล้านบาท เชียร์ “ซื้อ” เป้าราคาใหม่ 23.40 บาท

          นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2562 ของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,508 ล้านบาท เติบโต 73.30% และรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 6,336 ล้านบาท เติบโต 38.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยเป็นผลมาจากการเริ่มโอนโครงการศุภาลัย ไลท์ รัชดาฯ-นราธิวาส-สาทร ในช่วงไตรมาส 1/2562

          ขณะที่ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 39.80% จากช่วงเดียวกันของปี 2562 อยู่ที่ระดับ 38.30% จากยอดโอนคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯ มากขึ้น (มาร์จิ้นสูง) เพราะไตรมาส 1/2561 ส่วนใหญ่มียอดโอนคอนโดฯ ในต่างจังหวัด และในพื้นที่รถไฟฟ้าสายสีม่วง (มาร์จิ้นต่ำ)

          นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารต่อยอดขาย (SG&A/Sales) ลดลงเหลือ 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 อยู่ที่ 15.80% ตามการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี และค่าใช้จ่ายทางการตลาด ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็น 23.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 อยู่ที่ 19%

          ทั้งนี้ได้ปรับเพิ่มประมาณการปี 2562 ของ SPALI คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,354 ล้านบาท เติบโต 10.10% เนื่องจากคาดว่ารายได้การขายและบริการจะเติบโต 6.60% แตะระดับ 27,228 ล้านบาท (เป้ายอดโอนของ SPALI ที่ระดับ 28,000 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับปี 2561 จากยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) 41,905 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ปี 2562 ที่ระดับ 12,012 ล้านบาท

          ขณะที่ ประเมินอัตรากำไรขั้นต้นปี 2562 จะปรับเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 39.90% จากปี 2561 อยู่ที่ระดับ 38.40% ตามแนวโน้มมาร์จิ้นของคอนโดมิเนียมที่โอนในปี 2562 สูงขึ้น จากศุภาลัย เอลีท สุรวงศ์ มียอดขาย (Presale) แล้ว 68%, ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท พระราม 8 มียอดขายแล้ว 99% และศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9 มียอดขายแล้ว 100%

          ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2562 ที่ระดับราคา 23.40 บาทต่อหุ้น ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 8.84% จากราคาพื้นฐาน อิง PER 7.9 เท่า (ค่าเฉลี่ย PER ของหุ้นในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์) แม้ในช่วงไตรมาส 1/2562 ยอดขายในกรุงเทพฯ จะลดลงจากปี 2561 จากความกังวลของลูกค้าในมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ซึ่งกระทบความสามารถในการกู้เงิน

          อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 2/2562 ยังมีการเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูส (Mixed Use) ขนาดใหญ่ “ศุภาลัย ไอคอน สาทร” มูลค่าโครงการ 13,300 ล้านบาท คาดหนุนผลประกอบการของ SPALI สดใสในระยะยาว และคาดให้อัตราส่วนผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 5.10%

          ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2562 ของ SPALI จะมีกำไรสุทธิแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับ 1,400 ล้านบาท เติบโต 66.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ตามแรงผลักดันรายได้จากการโอนที่เพิ่มขึ้น 33.50% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มตาม ประกอบกับสัดส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้

          ขณะเดียวกัน ได้ปรับประมาณการปี 2562 และปี 2563 เพิ่มในอัตรา 4% และ 5.70% ตามลำดับ โดยปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้นเป็น 39.50% จากเดิม 38.40% และส่งผลให้อัตราการเติบโตของปี 2562 เป็น 9% เมื่อเทียบกับปี 2561 และปี 2563 เป็น 5% เมื่อเทียบกับปี 2562 ตามลำดับ แต่เนื่องจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (Warrant) ที่ใช้สิทธิในปี 2561 กำไรต่อหุ้นปี 2562 จึงคาดว่าจะเป็นเพียงทรงตัว

          ส่วนในปี 2562 บริษัทมีแผนเปิดขายโครงการใหม่ ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมไอคอน สาทร มูลค่าโครงการ 13,300 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2562 เมื่อรวมกับโครงการใหม่ที่เปิดขายในไตรมาสนี้เป็น 7 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 18,400 ล้านบาท คาดว่ายอดขายในไตรมาสนี้จะออกมามาก ทั้งนี้โครงการคอนโดมิเนียมไอคอน สาทร เป็นโครงการมิกซ์ยูส มูลค่าโครงการรวม 20,000 ล้านบาท ซึ่งมีคอนโดฯ สำนักงาน และอาคารพาณิชย์
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ
15 ตุลาคม 2562
ตลาดบ้านพักตากอากาศฟื้น ซีบีอาร์อี พบต่างชาติแห่ซื้อสูงถึง40%
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร ผู้อำนวยการแผนกซื้อขายบ้านพักตากอากาศ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดบ้านพัก ตากอากาศโดยซีบีอาร์อี บริษัท ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ พบว่า ตลาดบ้านพักตากอากาศเริ่มกลับมาได้รับความนิยมจากนักลงทุนอีกครั้ง โครงการบ้านพักตากอากาศชั้นนำหลายแห่งมียอดขายเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการโครงการระดับคุณภาพที่สะสมมานานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดที่พักอาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะมีสัดส่วนผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติสูงถึงกว่า 40%