Loading

โอเชี่ยนฯ รุกเรียลดีมานด์ลุยเปิดคอนโด-ทาวน์ โฮม

วันที่ : 2 พฤษภาคม 2562
โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ พลิกเกมรุก คอนโด ขอนแก่น ทาวน์โฮม ภูเก็ต จับกลุ่มเรียลดีมานด์ ตลาดระดับกลาง หวังเพิ่มสัดส่วนอสังหาฯเพื่อขาย ตั้งเป้ารายได้1,200 ล้านบาท เล็งเปิดตัว ลักชัวรีคอนโด พัทยาปี64 รองรับอีอีซี
          เจาะตลาดกลาง "ขอนแก่น - ภูเก็ต" เตรียมเปิดตัวลักชัวรี่คอนโดพัทยา รับอีอีซี

          โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ พลิกเกมรุก คอนโด ขอนแก่น ทาวน์โฮม ภูเก็ต จับกลุ่มเรียลดีมานด์ ตลาดระดับกลาง หวังเพิ่มสัดส่วนอสังหาฯเพื่อขาย ตั้งเป้ารายได้1,200 ล้านบาท เล็งเปิดตัว ลักชัวรีคอนโด พัทยาปี64 รองรับอีอีซี

          นายณพงศ์ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทมุ่งเน้นตลาดคอนโดมิเมียมลักชัวรี ระดับราคา 1.2-1.5 แสนบาทต่อตร.ม. เพื่อจับลูกค้ากลุ่มไฮเอ็นด์ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ แต่จากประสบการณ์พบว่า ยอดขายไม่ได้เร็ว ทั้งนี้เนื่องจาก ไม่ใช่ความต้องการที่ แท้จริง (เรียลดีมานด์) เป็นการซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า เหมือนกับเป็นบ้านหลังที่2 ซึ่งมักเกิดขึ้นตามแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้น จึงได้หันมาจับกลุ่มลูกค้าในตลาด ระดับกลาง จนถึงแมส ที่มีระดับราคา 2-3 ล้านบาทต่อยูนิต

          โดยเริ่มต้นจากการขยายโครงการ "โอเชี่ยน เรสซิเดนซ์ ขอนแก่น" เป็นคอนโดมิเนียม 8 ชั้นมูลค่า 350 ล้านบาท จำนวน 223 ยูนิต ในปีที่ผ่านมา ซึ่งขายหมดแล้วและกำลังจะโอนในเดือน พ.ค.นี้ ดังนั้นในปีนี้ บริษัทลงทุน 2 โครงการ โครงการแรกจะเป็นขยายโอเชี่ยน เรสซิเดนซ์ ขอนแก่น โครงการที่ 2 มีมูลค่าโครงการ 360 ล้านบาท จำนวน 243 ยูนิต ที่มีระดับราคาเริ่มต้น 1.3 ล้านบาท ขนาด 22.5 ตร.ม. ออกมาเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ใน จ.ขอนแก่น ที่เป็นศูนย์กลางของ ภาคตะวันออก สังเกตได้จากการเข้ามาของโรงพยาบาลเอกชน ที่มีจำนวนมากจนกลายเป็นเมดิคัลฮับของภาคตะวันออก และเป็นต้นแบบของสมาร์ทซิตี้

          โครงการที่2 จะเป็นทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์ ภายใต้ชื่อ โครงการ "โอเชี่ยน ทาวน์ ภูเก็ต" มีมูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท ที่มีระดับราคา3-5 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น187 หลัง เป็นทาวน์โฮม 171 หลัง และอาคารพาณิชย์ 16 หลัง หลังจากเปิด สำนักงานขายปลายปีที่ผ่านมามียอดจอง 30% และกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 25 พ.ค. นี้ คาดว่า จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงไม่ใช่กลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุน ซึ่งในอนาคตจะขยายตลาดแนวราบใน จ.ภูเก็ต ทั้งที่เป็นทาวน์โฮม บ้านแฝดและบ้านเดี่ยว เพิ่มขึ้น ตั้งเป้าว่าสิ้นปีนี้มีรายได้ 1,200 ล้านบาท มาจากอสังหาฯ เพื่อขายทำรายได้ 650 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มอสังหาฯ เพื่อเช่าที่มาจากท่าเรือ โรงแรม รีสอร์ท และสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพฯ จะมีรายได้ 550 ล้านบาท โตขึ้น5%  "จากที่ผ่านมาการเติบโตของบริษัทส่วนใหญ่ยังมาจากพอร์ตกลุ่มอสังหาฯ เพื่อเช่าคิดเป็นสัดส่วน 70% แม้จะเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอ 3-5% ต่อปี แต่เมื่อไม่ได้ขยาย พื้นที่เช่าการเติบโตก็จะได้เพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงต้องลงทุน ทำอสังหาฯ เพื่อขายออกมามากขึ้น เพื่อให้รายได้สมดุลและอนาคตสัดส่วนของเพื่อขายจะเพิ่มขึ้น 70% เนื่องจากมีแผนที่จะลงทุนเปิดโครงการใหม่ปีละ  1-2 โครงการ "

          ทั้งนี้ เนื่องจากต้องการจะสร้างแบรนด์ โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น จากเดิมที่ลงทุนทำโครงการ เมื่อเห็นโอกาส ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่า ต้องลงทุนทุกปี ทำให้โครงการ ไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร ในส่วนของโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ มีพอร์ตโครงการที่ยังอยู่ระหว่างขาย คือ คอนโดมิเนียม โอเชี่ยน พอร์โตฟิโน่ พัทยา เหลือ 15-20% ที่ยังขายไม่หมด  ภาพรวมการพัฒนาโครงการในตลาดอสังหาฯนั้น มองว่าตลาดแนวสูงอยู่ในช่วงสภาวะอิ่มตัว ขณะที่ตลาดแนวราบยังมี แนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง เช่น จ.ภูเก็ต อัตราการขยายตัวของตลาด แนวราบ ต่อปีอยู่ที่ 5-10% ถึงแม้ว่าจะไม่เติบโตมากแต่ก็อยู่ในอัตราคงที่ ส่วน จ. ขอนแก่น ตลาดแนวราบมีการขยายตัวอยู่ที่ 4- 5%  สำหรับแผนการลงทุนคอนโดมิเนียมนั้น นายณพงศ์ กล่าวว่า น่าจะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี มูลค่า 3,000-4,000 ล้านบาทในปี 2564 โดยใช้พื้นที่ที่เหลือ 80 ไร่ในพัทยา เพื่อรองรับกับการขยายตัวของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาล ที่มีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งพัทยาเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับโอกาส จากการโครงการ ดังกล่าว เนื่องจากมีทั้งกลุ่มผู้ลงทุน นักท่องเที่ยว คนที่เข้าอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม หลังจากที่ มอเตอร์เวย์สายใหม่เสร็จและโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบินเสร็จ

          “โอเชี่ยนฯ เป็นบริษัทที่มีจุดเด่นเรื่องการมีทำเลในหัวเมืองใหญ่จำนวนมาก จึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันในเรื่องของการลงทุนเรื่องที่ดิน อีกทั้งเน้นแนวทางการทำธุรกิจในอนาคตไว้ที่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ลูกค้าโดยเน้นการชู จุดแข็งด้านการบริการ รวมถึงมองหารูปแบบ การออกแบบที่ตอบโจทย์ลูกค้า"

          มีจุดเด่นเรื่องการมีทำเลในหัวเมืองใหญ่จำนวนมากจึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันในเรื่องของการลงทุนเรื่องที่ดิน
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ