Loading

ชี้หนุนบ้านต่ำล้านได้ผลน้อย

วันที่ : 10 พฤษภาคม 2562
มาตรการหนุนบ้านต่ำล้านเป็นมาตรการที่ดี แต่อาจได้ผลน้อย เหตุผู้ซื้อมีหนี้เยอะ แบงก์เข้มงวดปล่อยสินเชื่อ พบปัจจุบัน มีบ้านต่ำล้านขายอยู่กว่า 2 หมื่นยูนิต เป็นคอนโดเกือบทั้งหมด
          แม้เป็นมาตรการดีช่วยลดซัพพลายในตลาด

          แต่กู้ยากเหตุแบงก์คุมเข้ม-'หนี้ครัวเรือน'สูง

          ชี้มาตรการหนุนบ้านต่ำล้านเป็นมาตรการที่ดี แต่อาจได้ผลน้อย เหตุผู้ซื้อมีหนี้เยอะ แบงก์เข้มงวดปล่อยสินเชื่อ พบปัจจุบัน มีบ้านต่ำล้านขายอยู่กว่า 2 หมื่นยูนิต เป็นคอนโดเกือบทั้งหมด

          นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% ของที่อยู่อาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และบ้านแถว สำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ราคาซื้อขายไม่เกิน 1 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี นับแต่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 นั้น จะส่งผลดีเพราะเป็นการลดภาระและเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ให้ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยได้เร็วขึ้น และสนับสนุนให้ผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยได้ มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาที่ไม่สูงนักได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ สามารถช่วยลดอุปทานในตลาดอสังหาริมทรัพย์ลงได้ เนื่องจากยังมีอุปทานคงเหลือในตลาดอยู่สูง ในขณะที่ลูกค้ายังมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและมีความสามารถรับภาระในการผ่อนค่างวดได้ในระดับที่สูงเช่นเดียวกัน แต่ไม่สามารถเข้าถึงกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยได้

          นายภัทรชัยกล่าวว่า จากข้อมูลของคอลลิเออร์ส พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปีนี้ มีอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ประมาณ 20,757 ยูนิต มูลค่าประมาณ 40,972 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียมประมาณ 20,039 ยูนิต มูลค่า 39,982 ล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั้งหมด และเป็นบ้านจัดสรรประมาณ 718 ยูนิต หรือ 3% มูลค่าการประมาณ 990 ล้านบาท และจากข้อมูลพบว่าจากอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 20,757 ยูนิต ขายไปแล้วประมาณ 12,905 ยูนิต หรือคิดเป็น 62.2% ของอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด มูลค่าประมาณ 25,473 ล้านบาท และยังมียูนิตเหลือขายอีกประมาณ 7,852 ยูนิต หรือคิดเป็น 37.8% มูลค่าประมาณ 15,499 ล้านบาท

          นายภัทรชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ มีการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์สูงกว่า 50% โดยเฉพาะในกลุ่มของบ้านราคาถูก แนวโน้มยอดปฏิเสธสินเชื่ออาจเพิ่มขึ้นได้จากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และหนี้ครัวเรือนแม้ทรงตัวแต่ตัวเลขยังสูง ทำให้เกณฑ์การให้สินเชื่อของสถาบันการเงินยังคงเดิม ลูกค้าระดับกลาง-ล่าง ถึงแม้ว่ายังมีความต้องการซื้อบ้านใหม่อยู่ แต่ความสามารถในการผ่อนสินเชื่อบ้านลดลง เพราะมีภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจปีนี้ชะลอตัว รายได้ลดลง ถึงแม้ว่านโยบายที่ออกมาจะเป็นนโยบายที่ดีสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่ยังไม่สามารถเข้าถึงกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาที่ไม่สูงนักได้ง่ายขึ้น แต่จากการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ที่ยังค่อนข้างสูงและ ยังมีแนวโน้มยอดปฏิเสธสินเชื่ออาจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นโยบายนี้ประชาชนอาจจะยังไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ