Loading

ซี.พี.แลนด์ ชิงเปิดตัวนอร์ธปาร์ค ปาดหน้าบิ๊กโปรเจคพระราม4

วันที่ : 17 พฤษภาคม 2562
ตลาดอาคารสำนักงานยังคงเติบโตต่อเนื่อง ข้อมูล ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ระบุว่า ในปี2562 จะมีซัพพลาย เป็นอาคารสำนักงานใหม่รวม 5 แห่งเพิ่มเข้าสู่ตลาด โดยจะมีพื้นที่รวม 208,609 ตารางเมตร และในปี 2563-2566 จะมีโครงการอีก 9 แห่งที่มีพื้นที่สำนักงานเพิ่มเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้มีอุปทานเพิ่มขึ้นรวม 602,981 ตารางเมตร โดยโครงการใหม่เกือบทั้งหมดจะที่ ตั้งอยู่ใน"ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และศูนย์กลางธุรกิจใหม่ (New CBD)
          บุษกร ภู่แส

          ตลาดอาคารสำนักงานยังคงเติบโตต่อเนื่อง ข้อมูล ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ระบุว่า ในปี2562 จะมีซัพพลาย เป็นอาคารสำนักงานใหม่รวม 5 แห่งเพิ่มเข้าสู่ตลาด โดยจะมีพื้นที่รวม 208,609 ตารางเมตร  และในปี 2563-2566 จะมีโครงการอีก 9 แห่งที่มีพื้นที่สำนักงานเพิ่มเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้มีอุปทานเพิ่มขึ้นรวม 602,981 ตารางเมตร  โดยโครงการใหม่เกือบทั้งหมดจะที่ ตั้งอยู่ใน"ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และศูนย์กลางธุรกิจใหม่ (New CBD) โดยเฉพาะ ย่านพระราม 4  เป็นโครงการคุณภาพเกรด A หนึ่งในจำนวนนั้นคือ บิ๊กโปรเจค "วัน แบงค็อก" ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งอาณาจักรทีซีซี กรุ๊ป บนหัวมุมถนนวิทยุตัดกับถนนพระราม 4 ที่พัฒนาในรูปแบบ "มิกซ์ยูส" ซึ่งจะเริ่มทยอยเปิดในปี 2564 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 2568

          "ซี.พี.แลนด์" ธุรกิจของตระกูล เจียรวนนท์ คือหนึ่งในผู้เล่นตลาดอสังหาริมทรัพย์ จึงเร่งเปิดตัว ซี.พี.ทาวเวอร์ นอร์ธปาร์ค ในเดือน ต.ค.ปีนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Office in the park" เพื่อรองรับทุกรูปแบบธุรกิจ  ภายใต้งบลงทุนกว่า 1,250 ล้านบาท โดยเป็น สำนักงานให้เช่าสูง 19 ชั้น บนพื้นที่ 46,800 ตร.ม. ตั้งอยู่ในโครงการนอร์ธปาร์ค บนถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพฯ โซนเหนือ อาคารออกแบบสถาปัตยกรรม ให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพ พื้นที่สีเขียวโดยรอบ

          "เรามองเห็นโอกาสที่เข้ามารองรับดีมานด์ของตลาดในโซน CBD เก่ามาสู่ CBD ใหม่ บนถนนวิภาวดี - รังสิต กรุงเทพฯ โซนเหนือ ที่ได้รับอานิสงส์จากรถไฟฟ้าสายสีแดง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าทุ่งสองห้อง รวมทั้งจำนวนประชากรในพื้นที่มากขึ้นสังเกตได้จากพื้นที่ในผังเมืองที่ระบุว่าเป็นพื้นที่สีส้ม จากเดิมที่เป็นพื้นที่สีเหลืองมีจำนวนประชากรน้อย ที่สำคัญต้องออกมาดีมานด์ กำลังซื้อในตลาดนี้ก่อนที่รายใหญ่จะเปิดตัวโครงการในปี2565” ศัลย์ มูลศาสตร์รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบริหารอาคาร บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

          เขายังเชื่อว่า ตลาดอาคารสำนักงาน ยังอยู่ภาวะ "ขาขึ้น" มาจากเทรนด์ของคนทำงานจะเปลี่ยนไปเป็นการใช้พื้นที่โคเวิร์กกิ้งสเปซมากขึ้น เพราะรูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ต้องเข้าออกเป็น เวลาแต่ออฟฟิศสมัยใหม่ต้องสามารถทำงานได้ตลอด24 ชั่วโมง 365 วัน ขณะเดียวกันซัพพลายไม่เพียงพอกับดีมานด์ในตลาด ย่านศูนย์กลางธุรกิจ

          ดังนั้น รูปแบบออฟฟิศของซี.พี.ทาวเวอร์ นอร์ธปาร์ค จึงดีไซน์ให้ ตอบโจทย์ การทำงานแบบใหม่และกลุ่มคนรุ่นใหม่  โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ วางระบบเครื่องปรับอากาศแบบ Variable Refrigerant Flow (VRF) และการใช้ระบบควบคุมแยกเป็น Module สำหรับพื้นที่เช่าแต่ละพื้นที่ เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานเฉพาะจุดในบริเวณที่ต้องการช่วงนอกเวลางานได้ รวมถึงการจัดวางผังของแต่ละพื้นที่ให้มีความยืดหยุ่นหลากหลายรูปแบบ ระบบรักษาความปลอดภัย CCTV ครอบคลุมทุกพื้นที่ และระบบควบคุมลิฟท์แบบ Destination Control ทำให้มั่นใจถึงคุณภาพการก่อสร้างอาคาร ระบบบริหารการจัดอาคาร พร้อมระบบฟังก์ชั่นที่ทันสมัยเหมาะสมต่อการใช้งานของสำนักงานยุคใหม่ภายใต้งบลงทุนกว่า 1,250 ล้านบาท

          "กลุ่มเป้าหมายบริษัทนอกเครือด้านดาต้าเซ็นเตอร์ ไอที เซอร์วิสโซลูชั่น เนื่องจากฟังก์ชั่นของออฟฟิศตอบโจทย์กับธุรกิจที่เติบโตไปสู่5G เพราะได้ลงทุนโครงสร้างบอร์ดแบรนด์รองรับไว้แล้ว คุณภาพเราเทียบเท่ากับ ตึก FYI คาดว่า หลังจากเปิดตัวใน เดือน ต.ค.นี้ จะมีผู้เช่า 30% จากนั้น 2 ปีจะมี ผู้เช่าเต็ม 100% และภายใน 8 ปี คืนทุน"

          ศัลย์ ยังกล่าวว่า จุดขายของอาคารสำนักงานคือ การเดินทาง และ สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น รถบริการรับส่งไฟฟ้าที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง ระบบควบคุมไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศแบบออนดีมานด์ รวมทั้ง "ราคา" ค่าเช่าที่ให้ผู้เช่นอยู่ได้และบริษัทอยู่ได้ โดยเริ่มต้นจาก 550 บาทต่อตร.ม. กรณีเช่าเหมาชั้น (ตั้งแต่ชั้น 5-15) ส่วนชั้น 16-18 เช่าแบ่ง 2-6 ยูนิต ราคา 600 บาทต่อตร.ม.

          ส่วนที่เป็นร้านค้า (ชั้น1) ค่าเช่า 800 บาทต่อตร.ม. ถือเป็นพื้นที่อาคารสำนักงานเกรด A ในย่านนี้ ไม่มีคู่แข่ง และความได้เปรียบอีกอย่างหนึ่ง คือ ต้นทุนที่ดิน "ต่ำ" เพราะเป็นที่ดินที่ซื้อมา 30 ปีแล้ว

          เขายังเชื่อว่า ศักยภาพของกรุงเทพฯ โซนเหนือ จะเข้ามามีบทบาทและกลายเป็นศูนย์ธุรกิจแห่งใหม่ หรือ CBD ใหม่ ที่จะรองรับ ผู้เช่าจากกลุ่มธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ กลุ่มนักลงทุน และธุรกิจอุตสาหกรรม ในอนาคต รวมทั้งรองรับภาครัฐ และภาคเอกชนเข้ามาลงทุนและขยายโครงการ ที่เพิ่มขึ้นของพื้นที่เมืองอย่างต่อเนื่อง อาทิ การลงทุนด้านที่อยู่อาศัย การลงทุนด้านคมนาคม รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์มากขึ้น กลายเป็น "จุดเชื่อม" ต่อระบบ ขนส่งมวลชนทางรางขนาดใหญ่

          เรามองเห็นโอกาสที่เข้ามารองรับดีมานด์ของตลาด ในโซน CBD เก่ามาสู่ CBD ใหม่ บนถนนวิภาวดี-รังสิต รับอานิสงส์รถไฟฟ้าสายสีแดง รวมทั้งประชากรในพื้นที่มากขึ้น
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ