Loading

อสังหาฯตะวันออกสุดคึก

วันที่ : 4 มิถุนายน 2562
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ยอดการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมในภาคตะวันออกปี 61 มีจำนวน 57,300 หน่วย เพิ่มขึ้นจากปี 60 ที่มี 47,200 หน่วย และมีมูลค่า 102,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 60 ที่มี 84,055 ล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการเร่งโอนเพื่อหนีมาตรการควบคุมจากทางการ
          ยอดโอนทะลุแสนล้าน

          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ยอดการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมในภาคตะวันออกปี 61 มีจำนวน 57,300 หน่วย เพิ่มขึ้นจากปี 60 ที่มี 47,200 หน่วย และมีมูลค่า 102,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 60 ที่มี 84,055 ล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการเร่งโอนเพื่อหนีมาตรการควบคุมจากทางการ

          นอกจากนี้ ยังมีชาวต่างชาติเข้ามาถือครองอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออกมากขึ้นรองรับการเดินหน้าโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และการลงทุนขนาดใหญ่เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินของรัฐที่มีความชัดเจนโดยเห็นได้จากยอดการโอนคอนโดมิเนียมในชลบุรีที่ปีก่อนมีการโอน 33,173 ล้านบาท โดยภาพรวมการโอนอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออกปีนี้อาจชะลอตัวลงเพราะมีปัจจัยเสี่ยงเยอะ อีกทั้งอัตราดูดทรัพย์สินลดลง

          ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 61 ใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา พบว่ามีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขาย 974 โครงการ มีหน่วยในผังโครงการรวมทั้งสิ้น 185,179 หน่วย มีมูลค่าโครงการรวม 561,227 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 760 โครงการ มีหน่วยในผัง 107,266 หน่วย มีมูลค่า 301,093 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 198 โครงการ มีหน่วยในผัง 77,358 หน่วย มูลค่า 245,247 ล้านบาท และโครงการวิลล่า 16 โครงการ มีหน่วยในผัง 555 หน่วย มีมูลค่า 14,888 ล้านบาท ส่วนหน่วยเหลือขาย 54,653 หน่วย หรือ 29.5% ของหน่วยในผังโครงการ

          นายวิชัย กล่าวว่าโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดชลบุรีมี 664 โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน 136,273 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 435,926 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 37,160 หน่วย มูลค่าเหลือ 129,144 ล้านบาท โดยทำเลบ้านจัดสรรในชลบุรีที่ขายดี 5 อันดับแรก ได้แก่ ทำเลหาดจอมเทียนขายได้ 714 ล้านบาท รองลงมาเป็นแหลมฉบัง 3,738 ล้านบาท ทำเลสัตหีบ อู่ตะเภา 8,817 ล้านบาท ทำเลหนองปรือ-มาบประชัน ขายได้ 9,066 ล้านบาท และทำเลบ้านบึงขายได้ 8,181 ล้านบาท

          ส่วนทำเลอาคารชุด 5 อันดับแรก ทำเลหนองปรือ-มาบประชัน ขายได้ 1,937 ล้านบาท ทำเลบ้านสวน-หนองข้างคอก ขายได้ 4,150 ล้านบาท ทำเลนิคมฯอมตะนคร ขายได้ 2,327 ล้านบาท ทำเลบางแสนหนองมน-บางพระขายได้ 10,470 ล้านบาท ทำเลโรงโป๊ะ-หนองปลาไหล ขายได้ 300 ล้านบาท ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดระยองมี 244 โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน 34,596 หน่วย มูลค่า 84,516 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด
 12,386 หน่วย มูลค่า 32,108 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 220 โครงการ 31,147 หน่วย มูลค่า 77,739 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 11,728 หน่วย มูลค่า 30,633 ล้านบาท และโครงการอาคารชุด 24 โครงการ มีจำนวนหน่วย 3,449 หน่วย มูลค่า 6,777 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 658 หน่วย มูลค่า 1,475 ล้านบาท

          ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในฉะเชิงเทรามี 66 โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน 14,310 หน่วย มูลค่า 40,784 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 5,107 หน่วย มูลค่า 13,729 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 63 โครงการ มี 12,940 หน่วย มูลค่า 39,476 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 4,738 หน่วย มูลค่า 13,368 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 3 โครงการ 1,370 หน่วย มูลค่า 1,308 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 369 หน่วย มูลค่า 361 ล้านบาท
 
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ